บทบาทคุณพ่อ

ปัจจุบันคุณพ่อเปลี่ยนภาพพจน์และบทบาทมาช่วยเลี้ยงดูลูกมากขึ้น นับเป็นความโชคดีของลูก แม่ และครอบครัว ทำให้แม่มีสุขและมั่นใจในบทบาทตนเองในการเลี้ยงลูกมากขึ้น คุณพ่อยุคใหม่ควรเตรียมตัวดังนี้


1. มีความสุขกับลูกมากๆ คุณจะพบว่า ลูกคือความสุขและทุกสิ่งทุกอย่างของคุณ คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างและโลกของลูก ดังนั้นควรมีความสุขกับการเลี้ยงลูก เล่นกับลูก มีอารมณ์ขัน เล่นสนุกๆ กับลูก มีการวิจัยว่าลูกที่มีพ่อเลี้ยงดู และเล่นด้วยจะมีอารมณ์ขัน สนุกสนานมากกว่าลูกที่แม้เลี้ยงดูเล่นกับลูกเพียงคนเดียว และลูกจะชอบการเล่นกับพ่อมากๆ ด้วย แม้นการเล่นของพ่อจะโลดโผนกว่าแม่ก็ตาม

2. ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวการเลี้ยงลูก เรื่องพัฒนาการและการศึกษาของเด็กจากสิ่งต่างๆ พบปะพูดคุยกับกุมารแพทย์ ครู ซักถามคำถามทั้งสุขภาพและระบบการศึกษา วางแผนการศึกษาให้ลูกตามศักยภาพของเขาให้ดีที่สุดเพื่ออนาคต

3. เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก ลูกจะแสดงความรักต่อพ่อแม่ด้วยการเรียนและเลียนแบบคุณเพื่อจะประพฤติ เสริมป็นทักษะดูแลตนเอง ตั้งแต่นาทีแรกที่เขาได้ดูคุณอย่างใกล้ชิดและพัฒนาเป็นพฤติกรรม ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเหมือนคำที่ว่า LIKE FATHER LIKE SON หรือ LIKE FATHER LIKE DAUGHTER ดังนั้นคุณพ่อเป็นสุภาพบุรุษประเภท FAMILY MAN รักครอบครัว ให้เกียรติภรรยา ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข ลูกชายก็จะเป็นเช่นนั้น ลูกสาวก็จะหาแฟนและแต่งงานกับผู้ชายที่มีคุณสมบัติแบบพ่อ ทำให้ครอบครัวลูกเราเป็นสุขได้เช่นกัน ลูกหลานของคุณจะมีความสุขร่มเย็นในครอบครัวเช่นเดียวกับคุณ

4. แสดงความรักต่อลูกอย่างเปิดเผย คุณพ่อบางคนกลัวที่จะแสดงความรักต่อลูก เกรงจะทำให้เสียเด็ก กลัวจะเหลิง หรือรู้สึกเขิน ไม่ควรกริ่งเกรงใจที่จะแสดงความรักต่อกันอย่างสบายๆ เช่น กอด จูบ อุ้มชู เล่นด้วยพูดกัน ร้องเพลงด้วยกัน อ่านหนังสือให้ลูกฟัง สนใจคำถามของลูก สนใจลูกเสมอ

5. จริงใจ เปิดเผย และตรงไปตรงมาในการติดต่อหรือสื่อกับผู้อื่น ทักษะสำคัญยิ่งสำหรับชีวิตลูกคือ การสื่อหรือCOMMUNICATION ซึ่งสำคัญมากในชีวิตลูกและตลอดไป คุณพ่อช่วยลูกได้มากตั้งแต่เล็กๆ ตั้งแต่ลูกสังเกตเวลาคุณพูดหรือพูดกับผู้อื่น พ่อเป็นตัวอย่างของการสื่อ พูดจา และปฏิสัมพันธ์ภายในบ้าน การเข้าสู่สังคม ทำให้ลูกมีความกล้าที่จะพูดและสื่อยังผู้อื่นอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา เปิดเผย กล้าแสดงออก เป็นเสน่ห์และทักษะสำคัญในการดำรงชีวิตของลูกเวลาอยู่กับคนอื่น และประสบความสำเร็จได้

6. ใช้เวลาร่วมกันกับแม่ ลูก และสมาชิกในครอบครัว แม้นคุณจะทำงานทั้งวันแบบ full time ก็ยังมีเวลากับลูกได้ทุกๆ วัน วันละหลายๆ ชั่วโมง ข้อสำคัญคือเวลาสำหรับลูกเท่านั้น ไม่ใช่ทุกคนอยู่ในห้องร่วมกัน แต่ต่างคนต่างก็มีกิจกรรมของตนเอง ควรทำปฏิทินและตารางเวลาให้ได้อยู่ด้วยกัน เช่น เตรียมอาหารร่วมกัน กินอาหารด้วยกัน ช่วยกันทำความสะอาดบ้าน เล่นด้วยกัน พูดคุยกับลูกถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวัน

7. ช่วยลดความเครียดของลูก และช่วยนำลูกก้าวหน้าสู่ความสำเร็จ เด็กๆ จะมีความเชื่อมั่นตนเอง หากเขาทำสิ่งใดประสบความสำเร็จ แต่ถ้าคุณพ่อไม่ให้โอกาสเขาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและมีความกล้าหาญ เขาจะขลาดกลัว คุณพ่อจึงเป็นต้นแบบที่แมนที่เท่และฮีโร่ของลูกทั้งหญิงและชาย หากเด็กเผชิญกับความเครียด คุณพ่อจะเป็นฮีโร่เข้าไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้ลูกเสียหน้าหรือเป็นเด็กขี้ขลาด แต่จะเป็นกำลังใจให้ลูกกล้าแข็งต่อไปเหมือนลูกนกหัดบินใหม่ๆ บินตกจากกิ่งไม้ พ่อนกแม่นกก็หัดบินให้ใหม่ จนกว่าลูกจะกล้าแข็งอยู่ได้ด้วยตนเอง

ลูกต้องการพ่อที่เข้าใจลูก ฟังลูก ให้ความอบอุ่น สวัสดิภาพ และให้โอกาสลูกได้พัฒนาตามศักยภาพเต็มที่ ตอบสนองความต้องการของลูก

ลูกต้องการพ่อที่เด็ดเดี่ยว มั่นคงด้านจิตใจ เพราะแม่มักจะหวั่นไหวง่าย บางครั้งแม่ก็ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าตัดสินใจ พ่อที่ดีจะเป็นหลักของครอบครัวทุกๆ ด้านรวมทั้งด้านจิตใจด้วย

8. ช่วยกับแม่ในการสังเกตปัญหาที่เริ่มเกิดขึ้นแก่ลูกและให้ความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น การเลี้ยงลูกเป็นสิ่งท้าทายความสามารถของคน 2 คน มาอยู่ร่วมกัน ทั้งกาย ใจ และพร้อมจะร่วมทุกข์ ร่วมสุขในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเด็กทุกคนในทุกวัยของอายุย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นได้ หากการแก้ไขไม่เหมาะสมอาจหมายถึงอนาคตของลูกสูญสลายไป บางครั้งพ่อแม่ต้องพบปะกลุ่มพ่อแม่ด้วยกัน เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาชุมชน เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาสถานเริงรมย์ ปัญหาเอดส์หรือปัญหาในการเรียนของลูก ไม่ควรลังเลที่จะปรึกษาปัญหาใดๆ เกี่ยวกับลูก โดยพูดกับกุมารแพทย์ จิตแพทย์ คุณครู ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และช่วยแก้ปัญหาลูกด้วยปัญญาไม่ใช่อารมณ์

ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา ทุกสิ่งไม่เที่ยง ดังคำตรัสของพระพุทธองค์ว่า สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอน ไม่เที่ยง ควรยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม ลูกของเราก็เช่นกันมีขึ้น มีลง มีสุขมีทุกข์ หากเราใช้ปัญญาในการแก้ไข ลูกจะดูแบบอย่างและใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาได้เหมาะสมเช่นกัน

ปัจจุบันครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงจากครอบครัวขยาย (extended family) ปู่ ย่า ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา อยู่ใกล้กันเป็นครอบครัวเดี่ยว (nuclear family) คือแยกบ้านมาอยู่ตามคอนโด ทาวเฮ้าส์ หมู่บ้านจัดสรร เป็นพ่อแม่ลูกอยู่กันเพียงแค่นี้ พ่อแม่จึงมีบทบาทสำคัญที่สุดในการเลี้ยงดูลูก ถ้าครอบครัวใดยังอยู่ในครอบครัวขยายก็มีญาติผู้ใหญ่ช่วยกันอบรมเลี้ยงดู ปลูกฝังเด็กให้เป็นคนดี มีจริยธรรม ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ไปได้บ้าง ช่วยป้องกันอันตรายอันจะเกิดแก่เด็ก และเป็นหูเป็นตาแทนพ่อแม่ ในยามมีลักษณะบ่งบอกถึงพฤติกรรมผิดปกติที่ต้องรีบแก้ไข


(update 5 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 253 กุมภาพันธ์ 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600