ธรรมชาติ ประสบการณ์ล้ำค่า วัยเบบี้


หลายครั้งที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ โหยหาเวลาที่จะได้อยู่กับธรรมชาติ เมื่อเจอปัญหาอย่างเช่นเหน็ดเหนื่อยกับการงาน หรือเครียดเรื่องการเงิน ฯลฯ นั่นเป็นเพราะคุณเชื่อว่า ธรรมชาติจะช่วยประโลมจิตใจของคุณให้หายเครียด และมีความสุขใจขึ้นได้ แล้วอย่างนี้คุณคิดว่า เจ้าหนูเบบี้ของคุณเขาจะต้องการธรรมชาติบ้างหรือเปล่าล่ะคะ?

แต่สำหรับเด็กเบบี้ล่ะ... ธรรมชาติเกี่ยวกับเขาอย่างไร

อย่าลืมว่า การใช้ชีวิตของลูกวัยทารกของคุณไม่ได้จำเพาะจะต้องเป็นห้องสี่เหลี่ยมติดแอร์เท่านั้น หากแต่โลกใบนี้มีอะไรมากกว่านั้น เด็กต้องการแสงแดด สายลม ต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ทางพัฒนาการเท่านั้น เด็กๆ จะได้ยกระดับจิตใจได้อย่างไม่รู้ตัว

มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังค่ะ คุณแม่ท่านหนึ่งเชื่อว่าเด็กๆ ควรได้อยู่และสัมผัสกับธรรมชาติให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงพาเจ้าหนูออกมากินลมและทำกิจกรรมภายนอกบ้านบ่อยครั้ง เช่น ให้นมและกล่อมให้หลับใต้ต้นไม้ใหญ่ ให้ร่างกายลูกเย็นสบายด้วยแรงลมธรรมชาติ ครั้นถึงวัยที่โตพอจะนั่งได้อย่างมั่นคง (7 เดือนขึ้นไป) ก็ให้ลูกนั่งเล่นบนสนามหญ้าบ้างบางคราว เมื่อเด็กคนนี้โตขึ้นพบว่าเขาเป็นเด็กที่ชอบสำรวจใฝ่รู้ในโลกที่เป็นธรรมชาติ ชอบเอาสิ่งที่มาจากธรรมชาติมาเล่น ใจเย็น ดูสงบ และนิ่งกว่าเด็กที่อยู่ในวัยเดียวกัน รวมถึงจากการสอบถามผู้รู้ นักจิตวิทยาและจากหนังสือต่างประเทศที่ได้อ่านมา พบว่าธรรมชาติให้สิ่งดีๆ กับเด็กเบบี้ได้อย่างมากมายมหาศาลค่ะ

เทคนิคพาเจ้าหนูสัมผัสธรรมชาติ
  • ถ้ามีบ้านเล็กๆ อยู่ในเมือง ก็ควรปลูกต้นไม้ไว้ให้ร่มรื่นเสียหน่อย และถ้ามีเนื้อที่เติมบ่อปลาหลากสีสดใสเข้าไปด้วยสักบ่อหนึ่ง แล้วพาเขาออกมานั่งเล่นเวลาเช้าเย็น จะได้ไม่จำเจแต่ในห้องไงคะ

  • ถ้ามีเวลาช่วงเย็นแดดร่วมลมตกสักหน่อย อุ้มเขาออกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแถวบ้าน ให้ได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมนอกบ้านเพราะอย่างน้อยในบ้านคุณลมคงไม่แรง และต้นไม้คงไม่สูงใหญ่เหมือนข้างนอกหรอกค่ะ

  • แต่ถ้ามีเวลาทั้งวัน ชวนครอบครัวไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติจริงๆ เลยจะดีกว่า เช่น สวนสาธารณะใกล้บ้าน ถ้าไกลไปอีกหน่อยก็จำพวก ทะเล น้ำตก ภูเขา แต่คุณจะต้องเตรียมพร้อมที่จะดูแลลูกไม่ให้คลาดสายตา และมั่นใจว่า ลูกแข็งแรงพอแล้ว เพื่อให้เขาสัมผัสบรรยากาศและเสียงของธรรมชาติที่แท้จริง ยิ่งใกล้ชิดยิ่งให้ผลดีค่ะ

  • ของเล่นของลูกถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกแบบที่ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบ เพราะนอกจากจะช่วยให้เด็กได้สัมผัสธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ของเล่นเหล่านี้ยังหาง่าย และเป็นอันตรายน้อยกว่าของเล่นพลาสติกอีกด้วยค่ะ

ผลดีที่ธรรมชาติให้หนู
  • ธรรมชาติช่วยกระตุ้นพัฒนาทางกายภาพให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะเบบี๋ที่อายุ 3 เดือนขึ้นไป และแข็งแรงพอที่จะออกมารับลมนอกบ้านได้แล้ว ธรรมชาติอย่างต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ก้อนเมฆจะเป็นจุดเรียกความสนใจต่อสายตา และเพิ่มพัฒนาการการมองที่ไกลขึ้นอีกด้วย แถมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าก็หอมชวนเรียนรู้ใช่หยอกนะ อีกทั้งเรื่องผิวสัมผัสที่แปลกใหม่ เช่น เปลือกไม้ กรวดหินเย็นๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ หรือว่าการฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่อย่างการวิ่งบนสนามหญ้า (เมื่อเจ้าหนูถึงวัยตั้งไข่เตรียมเตาะแตะ 11 เดือนขึ้นไป)

  • อย่างที่กล่าวไปแล้วในตอนต้น ธรรมชาติช่วยให้เราสบายใจได้อย่างเหลือเชื่อ ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยเวลาที่เบบี๋ร้องไห้ คนส่วนใหญ่จึงพยายามอุ้มเขาออกไปเดินเล่นรับลมเย็นๆ ดูใบไม้สีเขียวๆ ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่า ธรรมชาติช่วยให้จิตใจที่สับสนวุ่นวายค่อยๆ สงบลงได้ค่ะ

  • ทฤษฎีของอีริกสัน นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงด้านพฤติกรรมเด็กและจิตวิเคราะห์บอกไว้ว่า เด็กในขวบปีแรกจะเป็นวัยแห่งความไว้ใจและไม่ไว้ใจ หากว่าเจ้าหนูคนไหนได้รับความรักความอบอุ่น พ่อแม่ใส่ใจที่พาออกไปดูสิ่งแวดล้อมรอบตัว เขาก็จะเป็นเด็กที่มีความหวังในอนาคตตัวเอง รู้สึกไว้ใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง กล้าที่จะสำรวจ ผิดกับเด็กที่ไม่ได้รับการสนับสนุนมาตั้งแต่ตอนแรก เพราะเขาจะเป็นคนกลัวอนาคตหรือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ขี้ระแวง และไว้ใจอะไรยากค่ะ

  • เท่าที่ทราบมาการส่งเสริมให้เด็กใกล้ชิดธรรมชาติยังไม่มีข้อเสียอะไร นอกจากคุณพ่อคุณแม่คนไหน จะปล่อยให้ลูกอยู่กับธรรมชาติทั้งวันไม่ว่าจะฝนตกแดดออก หากเป็นอย่างนั้นล่ะก็ มีผลเสียตามมาแน่ๆ ค่ะ

(update 21 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 101 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600