เมื่อหนูน้อยเริ่ม จำไม


สารพัดสารพันจะจำไมแล้ว..ว..ว !! ปวดหัวกันกับร้อยแปดคำถามของเจ้าตัวเล็กกันใช่ไหมล่ะครับคุณพ่อคุณแม่ แล้วจะทำยังไงกันดีน้อ อืม...


ก็หนูพร้อมจะเรียนรู้.. หนูถึงจำไม
  • เมื่อหนูๆ วัย 2-3 เริ่มตั้งคำถาม อะไร จำไมบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ควรดีใจได้เลยครับ เพราะเจ้าหนูน้อยของคุณเริ่มมีความสนใจต่อสิ่งต่างๆ ภายนอกมากขึ้น และพร้อมเป็นอย่างยิ่งต่อกระบวนการที่จะเรียนรู้ความเป็นไปในโลก ถือเป็นสัญญาณอันดีครับ

  • ความเป็นไปต่างๆ ในโลก ล้วนถือเป็นสิ่งใหม่ที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของหนูๆ การถามแสดงให้เห็นถึงความต้องการเข้าใจความเป็นไปของเหตุและผล รวมทั้งความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับตัวเขา

  • หนูๆ พยายามที่จะสื่อสาร ถึงแม้จะมีคำศัพท์ไม่มากนักก็ตาม แต่เวลาที่เราตอบคำถาม เด็กจะรู้สึกสนุกไปกับการมีปฏิสัมพันธ์ สนุกไปกับการถามและการที่เราตอบคำถาม และรู้สึกมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเรา

จำไมอีกแล้ว ทำไงดี ?

แม้จะเข้าใจแล้วว่าทำไมหนูๆ ต้อง จำไม.. แต่ปัญหาคือไม่รู้จะตอบยังไงนี่นา เราลองมาดูกันดีกว่าครับว่าคุณพ่อคุณแม่มือเก๋าเขามีวิธีรับมือกับเรื่องแบบนี้อย่างไรบ้าง
  • คิดให้เป็นเรื่องสนุกที่จะได้มีส่วนช่วยให้เจ้าหนูของเราได้เรียนรู้ ค่อยๆ อธิบายให้เจ้าตัวเล็กฟังอย่างใจเย็นและมีเหตุผล ถ้าหนูฉลาด อยากรู้อยากเห็นมากๆ อาจจะตั้งคำถามต่อไปได้เรื่อยๆ ทีนี้ล่ะก็ (ทำตัว) ให้สนุกกับการตอบคำถามหนูๆ ได้เลยครับ
    หนูๆ จะรู้สึกชอบในสิ่งที่คาดเดาได้ เพราะฉะนั้นหนูอาจจะถามคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ อย่าง “รินน้ำใส่แก้วทำไมคับ” ทั้งๆ ที่เคยตอบไปแล้วเป็นสิบๆ รอบ อย่าทำท่ารำคาญครับ ให้ตอบด้วยท่าทางเต็มใจที่สุดว่า “ก็จะกินน้ำไงจ๊ะ” เจ้าหนูต้องการได้ยินแค่นั้นล่ะ

  • จะทำอย่างไรถ้าหากว่ายัยหนูถามคำถามที่เราเองก็ไม่รู้คำตอบ ไม่เป็นไรครับถ้าจะบอกว่าเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันให้ถามกลับว่า “อืม.. ไม่รู้เหมือนกันจ๊ะ แล้วหนูคิดว่าทำไมล่ะจ๊ะ?” หรือ “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันคอยถามคุณพ่อเวลาพ่อกลับมาดีไหมจ๊ะ” หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นลองมาหาคำตอบร่วมกันด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย เช่น พาไปดูของจริง (ถ้าถามถึงสัตว์) หรือช่วยกันหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ รับรองว่าคราวนี้คุณก็สนุก ลูกก็สนุก ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วยครับ

เริ่มจากจำไม.. หนูพัฒนาไปได้ไกลกว่านั้น

คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้ความอยากรู้อยากเห็นของหนูๆ เป็นโอกาสทองในการสอนสิ่งจำเป็นต่างๆ สำหรับลูก หรือจะตั้งคำถามกลับกระตุ้นให้หนูๆ ได้คิดอะไรเอง ให้ได้ใช้จินตนาการที่มีอยู่ตอบคำถามของเราบ้าง (ดัดหลังหนูๆ ซะเลย ฮิฮิ) ก็ได้เหมือนกันครับ ยกตัวอย่างเช่น
1. สัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สัญญาณไฟจราจร บกเขาว่าถ้าเขียวก็หมายถึงข้ามได้ แต่แดงหมายถึงยังข้ามไม่ได้ ต้องรอให้รถหยุดก่อน หรือถ้าหนูถามว่า “ให้ข้ามทางม้าลาย แล้วม้าลายอยู่ไหนล่ะคับ” ซึ่งเป็นธรรมดาครับที่หนูๆ จะมีคำถามแบบนี้มาทดสอบไหวพริบของคุณพ่อคุณแม่ให้ถือว่ามันเป็นเรื่องสนุก ประลองปัญญาอย่าซีเรียส ถามาก็ตอบไป หรือสอนต่อไปเลย ก็ถือว่าเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีสำหรับเขาได้เหมือนกันครับ

2. สิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างทิศทางหรือตำแหน่งของสิ่งของ เช่น ถ้าเด็กเห็นดอกไม้แล้วถามว่า “นั่นอะไรคะ ?” เมื่อตอบเสร็จถือโอกาสมองหาของใกล้ๆ พร้อมทั้งชี้ไปด้วย “แล้วทางขวา (ซ้าย, บน, ล่าง) นั่นอะไรจ๊ะ รู้ไหม?” เจ้าหนูก็จะได้เรียนรู้เรื่องคำศัพท์ ตำแหน่ง และทิศทางของสิ่งของไปด้วย

3. การตั้งคำถามกลับ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้รับมือหนูน้อยเจ้าปัญหา นอกจากนี้ยังอาจใช้เพื่อช่วยกระตุ้นให้เขารู้จักใช้ความคิด และเกิดพัฒนาการทางสมองไปด้วย เช่น ยัยหนูอาจจะเห็นหมาเห่าอยู่แล้วถาม “โฮ่งเห่าจำไมเหยอ?” คุณอาจจะตอบว่า “นั่นสิ ทำไมนะ หนูรู้ไหมจ๊ะ” เด็กอาจจะได้ใช้ความคิดเชื่อมโยงกับสาเหตุได้เอง สมมุติว่ามีแมวอยู่แถวนั้น เด็กก็จะเข้าใจได้ว่าเพราะแมวอยู่ใกล้หมา หรือถ้าเขาจะตอบว่า “เพราะโฮ่งอยากเล่นกับแมว” ก็ถือว่าไม่เป็นไรครับเพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า เจ้าหนูพยายามใช้ความคิด และที่สำคัญคือ เขามีจินตนาการอีกต่างหาก

(update 18 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 101 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600