กินอันตราย

คงไม่มีใครพูดว่าเรื่องกินไม่สำคัญ ไม่สนใจ ไม่รู้เรื่อง เพราะเรื่องการกินเกี่ยวข้องกับชีวิตของเรามาตั้งแต่เกิด ที่เราต้องตรากตรำทำงานแข่งกับเวลาทุกวันก็เพราะเรื่องของการกิน แต่ทั้งๆ ที่การกินเป็นเรื่องสำคัญ ก็พบว่าคนจำนวนมากกินไม่เป็น กินไม่ถูก บางคนก็กินมากเกินไป บางคนก็กินน้อยเกินไป จนเกิดอันตรายแก่ร่างกายของตนเองได้

ร่างกายของเราจะอยู่ได้ก็ด้วยการได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็น ไปบำรุงให้เกิดความสมบูรณ์แข็งแรง มีความสามารถต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บได้ การกินอาหารทำให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหาร

การกินอาหารน้อย อาจมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น ไม่หิว ไม่อยากกิน ไม่มีกิน หรือมีโรคบางอย่าง มีพยาธิ ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอ ความต้านทานโรคน้อยลง ในระยะเวลาหนึ่งที่ร่างกายนำเอาพลังงานและสารอาหารเดิมที่มีอยู่มาใช้หมด หรือเหลือน้อย ก็ทำให้เกิดโรคได้ โรคที่เกิดจากการกินน้อย กินไม่พอทั้งในด้านพลังงานและสารอาหาร ได้แก่ โรคขาดพลังงานและโปรตีน หรือแม้แต่จะขยับเขยื้อนร่างกาย เหงา ซึม ความคิดความอ่านในการทำงานน้อยลง ถ้าเป็นในเด็กการเจริญเติบโตช้า มีโรคแทรกได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สมองชะงักการเจริญเติบโต และเมื่อเป็นผู้ใหญ่ก็จะทำให้การเรียนรู้ต่างๆ น้อยลง หรือช้ากว่าผู้อื่น จึงทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้อย นอกจากนี้ยังมีโรคขาดสารอาหารชนิดอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคเหน็บชา จากการขาดวิตามินบี 1 โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ไอโอดีน โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น ถึงแม้โรคที่กล่าวมาบางโรคจะไม่ถึงตายแต่ร่างกายก็จะไม่แข็งแรง ไม่มีภูมิคุ้มกันโรค ติดเชื้อง่าย และทำให้เกิดโรคแทรกได้ เช่น อาจจะเป็นหวัดบ่อย หรือเป็นอะไรก็หายช้ากว่าปกติ เป็นต้น ถ้าร่างกายอยู่ในสภาพเช่นนี้ ในเด็กก็คงเรียนหนังสือได้ไม่เต็มที่ ไปเรียนบ้าง หยุดบ้าง เป็นภาระให้พ่อแม่ญาติพี่น้องคอยดูแล และให้การรักษา ในผู้ใหญ่ก็คงทำงานได้ไม่เต็มที่ ความคิดริเริ่มงานใหม่ การแก้ไขปัญหาต่างๆ ทำได้ไม่ดีเพราะมัวกังวลกับความเจ็บป่วย ผลงานไม่ดีเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงาน ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานลดน้อยลง ต้องเสียเงินในการซื้อยาเพื่อรักษาความเจ็บป่วย นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่เกิดจากการกินน้อย กินไม่พอที่จะให้ร่างกายได้รับพลังงาน และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับความต้องการของร่างกาย

การกินมากๆ หรือที่กินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินไม่เป็นเวลา กินแล้วนอน ไม่ออกกำลังกายหรือขยับเขยื้อนร่างกายเลย ไม่นานก็จะเกิดปัญหาโรคอ้วน ผู้ใหญ่ส่วนมากมักจะเลี้ยงลูกหลานที่อยู่ในวัยเด็กให้มีลักษณะสมบูรณ์ด้วยการเลี้ยงให้อ้วน และถ้าอ้วนต่อไปเรื่อยๆ จนโตเป็นผู้ใหญ่คงจะเป็นภาพที่ไม่น่าดู โรคที่เกิดในคนอ้วนมีหลายโรค ซึ่งบางครั้งก็ยังไม่แสดงอาการให้เห็น เพราะแต่ละโรคจะก่อตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปช้าๆ ไม่เหมือนตัวเชื้อโรคที่พอเข้าสู่ร่างกายแล้ว แสดงอาการผิดปกติภายใน 24-48 ชั่วโมง เช่น โรคท้องเดิน อหิวาตกโรค หรือไข้หวัด เป็นต้น สิ่งที่ทำให้คนอ้วนเกิดความรู้สึกไม่สบาย ก่อนที่จะเกิดโรคแทรกคือ การเจ็บปวดตามข้อต่างๆ การเดิน การลุก-นั่ง ที่ไม่สะดวกสบายเหมือนคนอื่นๆ และในที่สุดโรคแทรกซ้อนก็ตามมา ได้แก่ โรคเบาหวาน ไขมันสูงในเลือด ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ นิ่ว โรคข้อต่างๆ เป็นต้น

การกินน้อยทำให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็เกิดโรค ทำให้ร่างกายมีสุขภาพอนามัยไม่สมบูรณ์พอที่จะดำเนินชีวิตได้เช่นคนปกติทั่วไป แต่กินมากเกินไปจนร่างกายอ้วนก็เกิดโรค เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่ากินมากก็อันตราย กินน้อยก็อันตราย ต่างก็ทำให้เกิดโรคได้ทั้งสิ้น ก็คงจะมีคำถามถามว่าแล้ว กินอย่างไรที่ไม่เป็นอันตราย และร่างกายแข็งแรง ?

เนื่องจากการกินเป็นกิจวัตรที่ทุกคนต้องกระทำทุกวัน จึงน่าจะต้องให้ความสนใจในการกินของตน สำรวจตนเองทุกวันว่ากินอาหารครบ 5 หมู่หรือเปล่า แต่ละหมู่มากเพียงพอหรือไม่ มิใช่กินหมู่ละคำสองคำก็พอแล้ว ปริมาณอาหารที่กินจึงนับว่ามีความสำคัญมาก
ข้าว เป็นอาหารหลัก แต่ไม่ควรกินมากเกินไป ควรกินข้าวอย่างน้อยมื้อละ 1 จาน จานละ 2-3 ทัพพี
เนื้อสัตว์ ทุกชนิดควรกินทุกวัน มื้อละอย่างน้อย 2-3 ช้อนโต๊ะ
ไข่เป็ด ไข่ไก่ ควรกินทุกสัปดาห์ จะปนอยู่ในอาหารอื่นๆ หรือเป็นไข่ลวก ไข่ดาวก็ได้ สัปดาห์ละ 2-3 ฟอง
นม เป็นอาหารที่มีประโยชน์ควรดื่มทุกวันอย่างน้อย 1 แก้ว ถ้านมสดราคาแพงจะใช้นมผงดื่มแทนก็ได้ เพราะราคาถูกกว่ากันมาก
ผัก ทุกชนิควรกินทุกวัน ทั้งที่เป็นผักสดหรือผักสุก ผลไม้ควรกินทุกวันอย่างน้อยมื้อละ 5-6 คำ แต่ไม่ควรกินผลไม้แทนข้าวหรือกินให้อิ่มแทนอาหารหนึ่งมื้อ เพราะในระยะเวลานานอาจทำให้อ้วนได้
น้ำมัน ที่ใช้ในการเตรียมอาหารควรใช้น้ำมันพืช โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลือง และไม่ควรใช้เกินวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ
นอกจากนี้รสชาติอาหารก็มีความสำคัญต่อสุขภาพด้วย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด หรือการเติมน้ำตาลในอาหาร เพราะนอกจากจะทำให้ฟันผุแล้ว ยังเป็นสาเหตุทำให้อ้วนได้ เกลือ น้ำปลา และอาหารที่มีรสเค็มจัด ควรหลีกเลี่ยงเพราะจากการศึกษาพบว่า เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็ง

การแนะนำเกี่ยวกับการกินเพื่อให้มีสุขภาพดี ไม่กินจนเกิดอันตรายแก่ร่างกาย เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะพฤติกรรมการกินติดมานานจนเกิดเป็นนิสัยเสียแล้ว แต่ถ้าท่านรักตัวเอง ต้องการมีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรคภัยมาเบียดเบียน ก็คงจะต้องช่วยตัวเองด้วยการไม่อดกินหรือกินน้อย รวมทั้งไม่เสาะแสวงหาความสุขจากการกิน หรือกินทุกอย่างที่ขวางหน้าจนเกิดอันตรายแก่ตัวท่านเอง


(update 20 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2545-มกราคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600