ความดันโลหิตสูง กับความเสี่ยงที่ต้องระวัง


ภาวะความดันโลหิตสูงของการตั้งครรภ์ (Hypertensive Disorders in pregnancy) เป็นภาพที่อันตรายกับคุณแม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่ไม่เคยมีความดันโลหิตสูงมาก่อน หรือคุณแม่ที่ทราบว่ามีความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้วก็ตาม วิธีการที่ดีที่สุดในการดูแลปัญหานี้ก็คือ การเฝ้าระวังด้วยการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เมื่อเกิดมีปัญหานี้ขึ้นครับ

บางท่านอาจจะนึกแปลกใจว่า เวลาตั้งครรภ์แล้ว มีโอกาสที่จะเป็นความดันโลหิตสูงได้ด้วยหรือ สำหรับคำตอบก็คือ เป็นไปได้ การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่อันเนื่องมาจากการตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมน ปฏิกิริยาของรกกับมดลูก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด ซึ่งนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงนี้ ซึ่งความดันโลหิตสูงนี้จะส่งผลกระทบต่อมารดาและทารกในครรภ์และความรุนแรงของผลกระทบ จะขึ้นกับความรุนแรงของภาวะความดันโลหิตสูงเช่นกัน

  • อันตรายจากความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงที่หลอดเลือด ทำให้เกิดความต้านทานสูงขึ้น ดังนั้น หัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้น ทำงานหนักมากขึ้น เพื่อให้มีปริมาณเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของคุณแม่ทำให้เกิดผลเสียต่อหัวใจเอง อาจมีภาวะหัวใจวาย ผลเสียต่อตับ ต่อไต ต่อสมอง อาจมีเลือดออกในสมองได้ เป็นต้น และยังมีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อีกด้วย


  • มารู้จักชนิดของความดันโลหิตสูงของการตั้งครรภ์

ก่อนอื่นก็ต้องกล่าวถึงชนิดของความดันโลหิตสูงที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ว่ามีชนิดใดบ้าง แพทย์ได้แบ่งออกเป็น 5 ชนิด ด้วยกันคือ
1. โรคความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ (Gestational hypertension) เป็นภาวะที่มีความดันโลหิตสูงร่วมกับการตั้งครรภ์ โดยไม่เคยมีประวัติความดันโลหิตสูงมาก่อน และไม่มีอาการอื่นใดร่วมด้วย และความดันสูงนี้จะลดลงเป็นปกติภายใน 12 สัปดาห์หลังคลอด ภาวะนี้มักจะไม่ค่อยมีความรุนแรง และไม่เป็นอันตรายกับทั้งมารดาและทารก การดูแลรักษาก็มักเป็นเพียงการรักษาไปตามอาการเท่านั้น

2. โรคพิษแห่งครรภ์ หรือครรภ์เป็นพิษ (Precelampsia) เป็นภาวะความดันโลหิตสูงที่มีสาเหตุจากการตั้งครรภ์ ร่วมกับการมีไข่ขาว (โปรตีน) รั่วออกมาในปัสสาวะแลอาการบวม โรคพิษแห่งครรภ์นี้จะมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกันไป ตามที่จะกล่าวโดยละเอียดในลำดับถัดไป

3. โรคชักอันเนื่องจากโรคพิษแห่งครรภ์ (Eclampsia) เมื่อภาวะครรภ์เป็นพิษรุนแรงถึงที่สุด ก็จะมีอาการชักเกิดขึ้น

4. โรคครรภ์เป็นพิษที่เกิดซ้ำซ้อนกับโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เป็นภาวะที่คุณแม่ตั้งครรภ์รู้ตัวว่า เป็นความดันโลหิตสูงมาก่อนตั้งครรภ์ เมื่อตั้งครรภ์แล้วก็มาเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษซ้ำซ้อนกับภาวะความดันโลหิตสูงอีก

5. โรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เป็นภาวะที่คุณแม่มีความดันโลหิตสูงมาก่อนตั้งครรภ์ และความดันโลหิตสูงนี้ยังคงอยู่ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่น

ในบรรดาชนิดต่างๆ ของความดันโลหิตสูงของการตั้งครรภ์ โรคครรภ์เป็นพิษและโรคชัก อันเนื่องมาจากครรภ์เป็นพิษ เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด ดังนั้น เราจะคุยกันในเรื่องนี้ให้ละเอียดเป็นพิเศษนะครับ


  • ไปฝากครรภ์เสียแต่เนิ่นๆ ดีที่สุด

ภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ ไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยตนเอง เมื่อเกิดขึ้นแล้ว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายกับมารดาและทารก บางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้น การมาฝากครรภ์ตั้งแต่ทราบว่าขาดประจำเดือน หรือภายใน 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ จะเป็นวิธีการป้องกันและตรวจหาความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ได้ดีที่สุด


  • อาการแสดงของโรคครรภ์เป็นพิษ

หากภายหลังอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ไปแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์สังเกตว่าน้ำหนักตัวขึ้นเร็วกว่าปกติ คือขึ้นมากกว่าสัปดาห์ละ 1 กิโลกรัม มีอาการบวมที่บริเวณหลังเท้าทั้งสองข้าง กดบุ๋ม และมีอาการปวดศีรษะที่รับประทานยาแก้ปวดแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการตาพร่ามัว หรือมีอาการจุกที่บริเวณลิ้นปี่ อาการที่กล่าวมานี้เป็นอาการของโรคครรภ์เป็นพิษชนิดที่มีความรุนแรง และจำเป็นต้องไปพบสูติแพทย์โดยเร็ว

โรคครรภ์เป็นพิษนี้ สูติแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย การจะวินิจฉัยภาวะนี้จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้คือ
โรคครรภ์เป็นพิษชนิดไม่รุนแรง จะมีความดันโลหิตสูง 140/90 มม.ปรอท แต่ไม่เกิน 160/110 มม.ปรอท มีไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ 30 มล./วัน และ/หรือมีอาการบวมเท้า

โรคครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรงจะมีความดันโลหิตขึ้นสูง 160/110 มม.ปรอท ขึ้นไป มีไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ 2 กรัม/วัน ประกอบกับการทำงานของไตลดลง โดยมีระดับ Creatinine ในเลือดมากกว่า 1.2 มก./ดส. ปริมาณเกล็ดเลือดในเลือดลดลงเหลือต่ำกว่า 100,000/ลบ.มม. มีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกในเส้นเลือดร่วมกับมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ตาพร่ามัว หรือมีอาการเจ็บชายโครงด้านขวา


  • กลุ่มอาการ HELLP

เป็นกลุ่มอาการที่เกิดกับสตรีที่เป็นโรคครรภ์เป็นพิษชนิดรุนแรง แล้วเกิดมีภาวะเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกเป็นจำนวนมากร่วมกับปริมาณเกล็ดเลือดในเลือดลดลงต่ำ จากการถูกใช้ไปเป็นจำนวนมาก และเอนไซม์ที่ตับเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องจากการมีเลือดออกภายในเนื้อตับ กลุ่มอาการ HELLP เป็นกลุ่มอาการที่มีอัตราตายสูง เมื่อเกิดภาวะดังกล่าวแล้ว อาจมีภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือภาวะน้ำท่วมปอดเกิดร่วมด้วยได้บ่อยโรคครรภ์เป็นพิษจะทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติไปจากเดิม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเหล่านั้น เช่น เมื่อเส้นเลือดหดรัดตัวก็ทำให้อวัยวะเกิดการขาดเลือด ภาวะความดันโลหิตสูงอาจจะทำให้เส้นเลือดแตก และเกิดเลือดออกในอวัยวะนั้นๆ ได้ เช่น เลือดออกในตับ หรือเส้นเลือดแตกในสมอง เป็นต้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเส้นเลือดอันเนื่องจากโรคครรภ์เป็นพิษนั้น พบว่าผนังเส้นเลือดจะสูญเสียความสามารถในการอุ้มสารละลายไว้ในเส้นเลือด จึงเกิดการรั่วออกไปนอกเส้นเลือด ทำให้เกิดอาการบวมเท้า หรือบวมทั่วตัว ส่วนไตก็จะสูญเสียความสามารถที่จะดูดกลับไข่ขาว จึงมีไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะเป็นจำนวนมาก ส่วนตับก็จะมีการอักเสบอันเนื่องจากเลือดออกภายในตับหรือใต้แคปซูลหุ้มตับ ทำให้มีระดับเอนไซม์ของตับเพิ่มสูงขึ้น


  • การดูแลตัวเองและป้องกันครรภ์เป็นพิษ

ในทางการแพทย์ทราบว่าครรภ์เป็นพิษมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์ แต่ยังไม่ทราบว่าสารอะไรที่ทำให้เกิดครรภ์เป็นพิษ ได้มีการทดลองหลายอย่าง รวมทั้งคำแนะนำที่เชื่อว่าอาจจะทำให้ช่วยป้องกันการเกิดครรภ์เป็นพิษได้ เช่น พยายามลดปริมาณเกลือที่รับประทานในแต่ละวันลง รับประทานแอสไพรินปริมาณน้อยๆ ทุกวัน หรือรับประทานอาหารหรือวิตามินที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากๆ ทั้งนี้เชื่อว่าจะออกฤทธิ์ช่วยรักษาผนังหลอดเลือด ไม่ให้เกิดเป็นแผลและทำงานบกพร่อง อันเชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของการเกิดโรคครรภ์เป็นพิษ

นอกจากนี้การดูแลน้ำหนักตัวในระหว่างตั้งครรภ์ โดยพยายามที่จะให้น้ำหนักตัวที่เพิ่ม ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์อยู่ระหว่าง 10-12 กก. หรือระหว่างอายุครรภ์ 28-32 สัปดาห์ น้ำหนักตัวไม่ควรที่จะเพิ่มเกินกว่า 1.5-2.0 กก./สัปดาห์


  • คุณแม่ที่เป็นความดันโลหิตสูงอยู่แล้วยิ่งต้องเฝ้าระวัง

สำหรับคุณแม่ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เมื่อเกิดตั้งครรภ์แล้วสูติแพทย์ต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิดร่วมกับอายุรแพทย์ ให้ยาลดความดันโลหิต เพื่อให้ความดันโลหิตอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และต้องเฝ้าติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิด


  • การรักษา

เนื่องด้วยโรคครรภ์เป็นพิษมีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์ การทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงถือว่าเป็นการรักษาที่แท้จริง อย่างไรก็ดี การทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงคงไม่สามารถทำได้ในทุกอายุครรภ์ เพราะว่าถ้าหากทารกคลอดก่อนกำหนดมากเกินไป จะทำให้ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ ดังนั้น เมื่อเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ แพทย์จะพยายามให้การรักษาแบบประคับประคอง เพื่อยืดอายุครรภ์ออกไปจนกระทั่งแน่ใจว่าทารกในครรภ์สามารถออกมาสู่โลกภายนอกได้อย่างปลอดภัย จึงทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง

สตรีตั้งครรภ์ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคครรภ์เป็นพิษ มักได้รับคำแนะนำให้พำนักตัวในโรงพยาบาล เพื่อสังเกตอาการและการดำเนินของโรค ให้ยาลดความดันโลหิต พร้อมกับประเมินอายุครรภ์ และสุขภาพของทารกในครรภ์ หากว่าทารกสามารถที่จะคลอดออกมาได้แล้ว ก็ทำการตรวจสภาพปากมดลูก หากปากมดลูกมีสภาพสุก ก็ทำการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก เพื่อให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอด หากว่าปากมดลูกไม่สุก และความดันโลหิตไม่มีท่าทีว่าจะลดลง หรือกลายเป็นโรคพิษแห่งครรภ์ชนิดรุนแรง ก็จำเป็นต้องให้คลอดด้วยการผ่าท้องคลอด สำหรับโรคพิษแห่งครรภ์ที่รุนแรงถึงขั้นชักนั้น จำเป็นต้องให้ยาระงับการชักคือ แมกนีเซียมซัลเฟตเข้าหลอดเลือดดำ หรือเข้ากล้ามเนื้อ หลังจากนั้นจะต้องทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุดโดยไม่คำนึงถึงอายุครรภ์ เพราะภาวะนี้เป็นภาวะที่อันตรายอย่างยิ่ง จำเป็นต้องรักษาชีวิตมารดาไว้เป็นประการแรก เมื่อการตั้งครรภ์สิ้นสุดลงแล้ว ภาวะโรคครรภ์เป็นพิษจะดีขึ้นตามลำดับ และอวัยวะต่างๆ จะกลับมาทำงานเป็นปกติในที่สุด สตรีตั้งครรภ์ที่เคยเป็นโรคครรภ์เป็นพิษในท้องแรก มีโอกาสที่จะเป็นอีกในท้องต่อไป ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องให้การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่เคยมีประวัติเป็นมาในครรภ์ก่อน

ท่านผู้อ่านคงจะได้รับความรู้เกี่ยวกับภาวะความดันโลหิตสูงกับการตั้งครรภ์ไม่มากก็น้อยแล้วนะครับ ขณะเดียวกันก็ได้รับทราบถึงวิธีการที่จะสังเกตว่าอาการอะไรที่น่าจะนึกถึงภาวะนี้ แต่อย่างไรก็ดีอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า โรคนี้ไม่สามารถวินิจฉัยเองได้ การไปฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของสูติแพทย์เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาภาวะดังกล่าวตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนที่จะลุกลามเพิ่มความรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ และก่อให้เกิดอันตราย หรือการสูญเสียกับทั้งมารดาและทารกในครรภ์


(update 25 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 102 เมษายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600