เซ็กซ์ดี ยามตั้งครรภ์ & หลังคลอด


มีคนถามผมบ่อยๆ ว่างานหลักของหมอสูติคืออะไร อ้าว! ถามมาได้ ก็ต้องเป็นการทำคลอดน่ะสิครับ ซึ่งดูเผินๆ แล้วน่าจะเป็นงานที่มีความสุข เพราะคนไข้ที่มาคลอดบุตรส่วนใหญ่มักจะมาโรงพยาบาลด้วยความหวัง ตื่นเต้น และเป็นสุขใจที่ได้รับความรู้สึกของการเป็นแม่ ได้อุ้มลูกที่น่ารักกลับบ้าน สร้างความสุขให้กับทุกคนในครอบครัว

ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายของผมบางคนที่คิดไม่ซื่อนัก ก็จะรู้สึกอิจฉาในงานที่ผมทำมาก เพราะจะได้ตรวจร่างการในบริเวณที่คุณสุภาพสตรีหวงแหนเป็นที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วกว่าจะถึงวันคลอด หมอสูติฯ จะต้องดูแล ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมตลอดการฝากครรภ์ 9 เดือน จนกระทั่งระยะหลังคลอดบุตร ซึ่งอาจกินเวลาไปอีก 6-8 สัปดาห์ทีเดียว

คำถามที่มักได้รับเป็นส่วนใหญ่ก็คือ ลูกแข็งแรงดีไหม น้ำหนักเป็นอย่างไร มีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า ฯลฯ แต่จะมีอยู่คำถามหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย จริงๆ แล้วอยากรู้มากกก... แต่ก็อายเกินไปที่จะถาม สังเกตได้จากเวลาจะถามแต่ละครั้งมักจะหลบตาผม หน้าแดง เขินอาย มือไม้ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนดี ทั้งที่ถ้าเป็นคนยุโรปหรืออเมริกานั้น เขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก อย่ากระนั้นเลย ผมเขียนให้อ่านเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องไปขวนขวายถามใครที่ไหน เริ่มสนใจอ่านกันแล้วใช่ไหมล่ะครับ

ที่จริงเรื่องแบบนี้ไม่ต้องอายใคร เพราะเป็นธรรมชาติของการใช้ชีวิตคู่ แต่แน่นอนว่าในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่นั้น คุณสุภาพสตรีทั้งหลายก็จะมีรูปร่างสรีระที่เปลี่ยนไป ไหนยังจะต้องมาห่วงลูกในท้องอีก เลยพานหมดอารมณ์และไม่อยากจะมีอะไรๆ กับคุณพ่อบ้าน ทำให้คุณพ่อบ้านหลายๆ ท่านต้องเปลี่ยวเหงา เลยใช้เป็นข้ออ้างไปซุกซนนอกบ้าน ซึ่งก็เสี่ยงต่อการติดโรคอันไม่พึงประสงค์ และเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีก ดังนั้นผมจะขอสรุปปัญหาและความกังวลใจในการมีกิจกรรมกัน ซึ่งมักจะถูกถามถึงบ่อยๆ


ระยะตั้งครรภ์ - จะมีความกังวลใจเกี่ยวกับผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ ว่าจะทำให้เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เกิดอันตรายหรือความพิการต่อลูกหรือไม่ กลัวจะเสี่ยงต่อการแท้งบุตร มีเลือดออก มดลูกหย่อน เกิดการติดเชื้อ ฯลฯ

นอกจากนี้การที่คุณแม่มีรูปร่างอ้วนขึ้น ท้องใหญ่ บางคนก็หน้าท้องลาย สีของหัวนมก็เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ และมีขนาดใหญ่คล้ายบวม ตรงแขน ขาน่ะหรือครับก็บวม ใหญ่ เวลานอนราบก็อึดอัด หายใจไม่ออก ยิ่งช่วงที่มดลูกมีขนาดใหญ่ ก็จะไปกดทับเส้นเลือด ทำให้มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะได้ โดยเฉพาะเวลาที่นอนหงายนานๆ หรือลุกเปลี่ยนอิริยาบถเร็วๆ ในช่องคลอดมักจะมีน้ำหล่อลื่นมากขึ้นด้วย ซึ่งทำให้รู้สึกเหนอหนะ รำคาญ คันและกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อ

ช่วงนี้คุณแม่จะเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว โมโหและรำคาญใจได้ง่าย บางท่านแค่คุณพ่อเอื้อมมือมากอดตอนนอน ยังผลักมือออกเพราะกลัวแขนจะไปทับลูก เดี๋ยวลูกหายใจไม่ออก เรียกได้ว่าทิ้งให้คุณพ่อบ้านตกกระป๋องไปเลยก็มี


ระยะหลังคลอด - ก็จะกลัวเจ็บแผลที่ช่องคลอดหรือแผลผ่าตัดคลอดที่หน้าท้อง กลัวแผลจะแยกหรืออักเสบติดเชื้อ กลัวเดี๋ยวช่องคลอดหลวมหรือหย่อนยาน ถ้ามีกิจกรรมกันเร็วเกินไป อีกทั้งความเฉอะแฉะของน้ำคาวปลาในช่องคลอด ทั้งความกังวลใจว่าจะมีเลือดออกหรือประจำเดือนมาเมื่อไหร่ก็ยังนับวันไม่ได้ บางท่านก็กลัวเดี๋ยวจะตั้งครรภ์ต่อเลย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะคุมกำเนิดอย่างไร

อีกทั้งการที่ต้องให้นมบุตรก็ทำให้น้ำนมไหลเปรอะเปื้อน บางช่วงหัวนมก็แตกเป็นแผล ไหนยังจะกลัวลูกตื่น ลูกร้องขึ้นมากลางคัน (ในช่วงเวลาสำคัญพอดี) ความกังวลใจเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อย การดูแลและทำความสะอาดช่องคลอดคุณแม่บางคนก็อายในรูปร่างที่ยังไม่กลับมาสวยเหมือนก่อนตั้งครรภ์ ทำให้ขาดความมั่นใจ เครียด กังวลว่าสามีจะเบื่อ ฯลฯ อีกสารพัดเลยพานหมดอารมณ์กันไปทั้งคู่ ก็ได้แต่เก็บงำเอาไว้เพราะอายที่จะพูดกันและไม่รู้จะไปปรึกษาใคร

ผมขออธิบายความเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่ที่จะเกิดขึ้นในช่วงดังกล่าวว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น และจะสามารถกลับมามีสภาพร่างกายเป็นปกติเหมือนก่อนตั้งครรภ์ได้อย่างแน่นอน แม้กระทั่งเรื่องน้ำหนักซึ่งเป็นที่กังวลใจกันมากที่สุด ดูอย่าดาราหรือนางแบบหลายๆ ท่าน เป็นต้น ขอเพียงรู้จักควบคุมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทาน อย่าตามใจปากโดยอ้างว่า “เพื่อลูก” เหมือนเมื่อตอนตั้งครรภ์เป็นอันขาด

การขยายขนาดของมดลูก สังเกตเห็นได้ทางหน้าท้องจะเริ่มตั้งแต่เดือนที่ 3 ไปจนถึงกลางเดือนที่ 8 ของการตั้งครรภ์ จากนั้นระดับมดลูกจะลดลง ที่เรียกกันว่าท้องลด ซึ่งจะเริ่มในช่วง 1 เดือนก่อนคลอด และจะเล็กลงจนมีขนาดปกติ (เข้าอู่) ภายใน 6 สัปดาห์หลังคลอดอย่างแน่นอนครับ หลังคลอดรกออกมาแล้วจะยังมีเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดร่อนออกมาเป็นน้ำคาวปลา ซึ่งช่วงแรกจะมีสีออกแดง แต่หลังคลอดประมาณ 10 วันก็จะมีสีจางลงจนไม่แดงอีก และจะหมดไปภายใน 6 สัปดาห์ ซึ่งจะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับระดับฮอร์โมนของแต่ละท่านและวิธีการคลอด เช่นกรณีผ่าคลอด แพทย์จะเช็ดทำความสะอาดในโพรงมดลูกให้ จนทำให้น้ำคาวปลาหมดเร็วกว่าการคลอดปกติ

เต้านมที่เคยขยายก็จะค่อยๆ ลดขนาดลงและกระชับยิ่งขึ้น หน้าท้องและแขนขาที่เคยบวมและหย่อนยานก็จะคืนสภาพเดิม ถ้าได้ดูแลและออกกำลังกายช่วยอย่างเหมาะสม แผลฝีเย็บหรือแผลผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องก็จะติดสนิทภายใน 7-10 วัน และอาการเจ็บแผลจะหายไปภายใน 14-21 วัน

สำหรับคำแนะนำที่ผมอยากให้ไว้ เพื่อช่วยให้ทุกท่านใช้ชีวิตคู่ได้อย่างดูดดื่ม มีความสุข แม้ในขณะตั้งครรภ์หรือหลังคลอดลูกใหม่ๆ มีดังนี้ครับ
1. พูดคุย ปรึกษา ทั้งคุณพ่อคุณแม่ควรหันหน้าเข้ามาพูดคุย ทำความเข้าใจกัน เพื่อรับรู้ปัญหา แสดงความเห็นใจ และช่วยกันเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายกับอารมณ์ที่จะเกิดขึ้น ด้วยความเอื้ออาทรกัน (ขอใช้คำที่กำลังฮิตบ้างนะครับ) รวมทั้งกล้าที่จะพูดคุย ปรึกษากับสูติแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องความต้องการทางเพศ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอารมณ์ขึ้นมา ต้องบอกกัน เพื่ออีกฝ่ายจะได้พร้อมที่จะช่วยเหลือหรือสนองตอบได้อย่างถูกต้อง

2. ความสะอาด คุณสุภาพสตรีควรรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นแล้ว โดยใช้สำลีเช็ดจากแผลฝีเย็บไปสู่ทวารหนัก (เช็ดย้อนทาง) สำหรับเต้านม และหัวนม ควรล้างด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ แล้วเช็ดให้แห้ง ทั้งก่อนและหลังการให้นมบุตร สำหรับการใช้น้ำหอมระงับกลิ่นกาย สามารถใช้ได้โดยปลอดภัยครับ

3. ระยะเวลาที่ปลอดภัยในการประกอบ “กิจกรรม” ถ้าเป็นช่วงตั้งครรภ์ก็คือตั้งแต่เดือนที่ 4 เรื่อยไป จนถึงต้นเดือนที่ 8 ก่อนและหลังช่วงเวลาดังกล่าวห้ามนะครับ เพราะอาจเสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนดได้ ทีนี้ในช่วงหลังคลอดนั้นทางการแพทย์ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนว่าจะเริ่มมี “กิจกรรม” ได้เมื่อไหร่ แต่โดยปกติแล้วเลือดที่ออกจากโพรงมดลูกจะหมดไป และอัตราการติดเชื้อจะลดลงเมื่อนับจากวันคลอดไปได้ 14-21 วัน

ดังนั้นตั้งแต่หลังคลอด 2 สัปดาห์ ก็อาจจะเริ่มมีได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความต้องการของทั้งสองท่าน และความสะดวกสบายของคุณแม่ เพราะในช่วงที่ยังเจ็บแผลอยู่นั้นก็มักจะมี “กิจกรรม” อย่าง “ไม่สนุก” หรือ “ทนมี” เพื่อเอาใจสามี อันนี้ก็ไม่ควรนะครับ ควรอธิบายให้คุณพ่อบ้านเข้าใจและเห็นใจ โดยเฉพาะในช่วงที่มดลูกยังเข้าอู่ไม่หมด และมีขนาดใหญ่ จะทำให้อึดอัดและปวดหน่วงที่ท้องน้อยได้ด้วย

ทั้งนี้พบว่าคู่สมรสประมาณ 25% จะเริ่มมีกิจกรรมกันตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังคลอด 30% จะเริ่มเมื่อ 6 สัปดาห์ แล้วอีก 40% จะรอไปมีเอาหลังคลอดถึง 3 เดือนทีเดียว (ไม่รู้! คุณพ่อบ้านทนได้อย่างไร)

4. ท่าทางที่ปลอดภัย มาถึงเรื่องโป๊เปลือยแต่ทุกคนอยากรู้ ก็คือท่าทางการมี “กิจกรรม” ที่ปลอดภัยควรเป็นอย่างไร เนื่องจากในปัจจุบัน เข้าใจว่ามนุษย์เราได้มีการพัฒนาในทางเทคนิคไปมากกว่า 108-1009 ท่าทาง ซึ่งก้าวหน้าไปไกลเกินกว่าตำราแพทย์จะก้าวตามไปทันเสียอีก ไอ้กระผมซึ่งก็ไม่ได้มีความชำนาญในเรื่องนี้มากนัก (หมายถึงยังไม่มีลูกนะครับ) เลยไม่อาจเจาะจงอธิบายให้ท่านเห็นภาพทั้งหมดได้ แต่ก็ขอให้หลักการกว้างๆ ไว้ดังนี้ครับ

ในขณะตั้งครรภ์ท่าที่ปลอดภัยจะต้องเป็นท่าที่น้ำหนักไม่กดทับลงไปบนมดลูกของคุณสุภาพสตรี เช่น ท่าที่ฝ่ายชายเข้าทางด้านหลัง (Rear Position) โดยการคุกเข่า หรือนอนตะแคงเข้าหากัน (Lateral Position) เป็นต้น ทั้งนี้คุณพ่อบ้านควรใช้ความนุ่มนวลให้มากๆ และเพื่อป้องกันการเจ็บที่ปากมดลูกหรือตัวมดลูก ทางที่ดีคุณแม่บ้านควรจะเป็นผู้คุมเกมและจังหวะตื้นลึกหนาบางเสียเอง เช่น ท่าที่ฝ่ายหญิงอยู่ด้านบน (Woman on top) ก็ใช้ได้ครับ ส่วนท่าอื่นๆ ที่เหลือรวมทั้งท่ามาตรฐานนั้น รบกวนคุณพ่อบ้านกรุณาเก็บไปใช้กับคนอื่น เอ๊ย! ไม่ใช่! หมายถึงเวลาหลังคลอดไปแล้ว จึงจะเหมาะสมครับ

หากต้องการหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จริงๆ แล้ว คุณพ่อบ้านอาจจะใช้วิธี “ช่วยตัวเอง (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน)” ใช้ “มือ” หรือการทำ “ออรัล” แทนก็จะปลอดภัยที่สุดครับ

5. ดูแลตนเอง คุณแม่ควรจะได้ออกกำลังกายด้วยท่าที่เหมาะสมและแนะนำโดยสูติแพทย์ของท่าน หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญเฉพาะเท่านั้น ซึ่งท่าทางการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดนั้น จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งผมไม่ขอกล่าวรายละเอียดในที่นี้

ส่วนการให้นมบุตรนั้นนอกจากต้องดูแลความสะอาดของหัวนมแล้ว ยังควรเลือกขนาดยกทรงให้กระชับ แต่ไม่รัดแน่นเกินไป ทั้งนี้การให้นมบุตรเป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลง ซึ่งทำให้ช่องคลอดแห้งและเซลล์เยื่อบุผนังช่องคลอดบางลง (Atrophy) ในบางครั้งจึงอาจมีความจำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่น เช่น เค-วาย เจลลี่หรือน้ำ เพื่อช่วยไม่ให้เจ็บขณะมีกิจกรรมกัน นอกจากนี้อาหารการกินก็ควรได้รับครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ไม่มีอาหารที่เป็นข้อห้ามใดๆ นะครับ ยกเว้นแอลกอฮอล์

6. การคุมกำเนิดที่เหมาะสม จะลดความกังวลใจในการเกิดตั้งครรภ์ซ้ำติดๆ กัน ซึ่งบางครั้งพานทำให้ไม่อยากมี “กิจกรรม” กันไปเลย ดังนั้นควรเริ่มคุมกำเนิด ก่อนจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์กันหลังคลอดเป็นครั้งแรกนะครับ มีก่อนแล้วค่อยมาคุม จะกลุ้มใจเสียเปล่าๆ หรืออย่างน้อยควรจะคุมกำเนิดตั้งแต่ก่อนหรือเริ่มมีประจำเดือนมาครั้งแรก โดยทั่วไปร่างกายมักจะเริ่มตกไข่และมีประจำเดือนอีกครั้ง ในช่วง 6-8 สัปดาห์หลังคลอด

พบว่าหากเริ่มคุมหลังประจำเดือนมาแล้ว จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ 30% ยกเว้นถ้าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจจะยืดระยะเวลาการตกไข่ออกไปได้ ซึ่งเท่ากับคุมกำเนิดกลายๆ ไปในตัว สำหรับวิธีการคุมกำเนิดนั้น จะใช้วิธีชั่วคราวหรือถาวรอย่างไร สูติแพทย์ของท่านจะเป็นผู้ให้คำแนะนำที่เหมาะสมได้ครับ

หวังว่าข้อแนะนำข้างต้นนี้ คงเป็นประโยชน์ต่อคุณแม่มือใหม่ทุกๆ ท่าน และขออวยพรให้ทุกท่านจงมี “กิจกรรม” กันอย่างสุขสันต์ ตลอดทั้งช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดนะครับ


(update 28 ตุลาคม 2004)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 254 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600