ขั้นตอนการระงับกลิ่นกาย


หนุ่มสาวจำนวนหนึ่งมีความกังวลใจเรื่องกลิ่นตัว เพราะทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง กลัวเพศตรงข้ามรังเกียจ คำถามเกี่ยวกับการขาดความมั่นใจในตัวเอง และคำถามเกี่ยวกับการขจัดกลิ่นตัว จึงมีถามมาเป็นระยะๆ หมอต้องตอบซ้ำบ่อยๆ อยากจะถือโอกาสนี้อธิบายขั้นตอนโดยละเอียด น่าจะมีประโยชน์แก่ท่านผู้อ่าน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจกระบวนการเกิดกลิ่นตัวเสียก่อนว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไรบ้าง ?

การมีกลิ่นตัว เริ่มด้วยการเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมไขมันจะผลิตความมันออกมาตามรูขุมขนเพิ่มขึ้น ต่อมเหงื่อก็เช่นกันผลิตเหงื่อออกมามากโดยเฉพาะเวลาวิ่งเล่น เดินเร็ว อยู่ในอากาศร้อน เหงื่อออกมาจากรูเปิดของต่อมเหงื่อซึ่งอยู่ไม่ห่างจากรูเปิดขุมขนมากนัก เมื่อทั้งความมัน และน้ำเหงื่อไหลซึมออกมาจากรูเปิดบนผิวพรรณสักระยะเวลาหนึ่ง และมีสภาพแวดล้อมที่อับชื้นนานพอเหมาะ บรรดาเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติบนผิวพรรณ เราก็จะพากันดีใจที่มีอาหารอันโอชะจากต่อมไขมันและต่อมเหงื่อออกมา จึงพากันเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ออกมาจำนวนมาก พร้อมทั้งส่งกลิ่นเหม็นอับออกมาเป็นกลิ่นตัวแรงๆ ทำให้เราเกิดความกังวลใจ นี่เป็นสาเหตุแรกของกลิ่นตัว

สาเหตุอันดับต่อไปของการมีกลิ่นตัวฉุนๆ ที่สำคัญคือ ประเภทอาหารที่รับประทาน เครื่องเทศ กระเทียม ทุเรียน วิตามินบีรวม ซึ่งเป็นอาหารที่มีกลิ่นแรง อาจระเหยออกมาจากลมหายใจ ขับถ่ายออกมาทางต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน ต่อมกลิ่น หรือเป็นบ่อเกิดในการสร้างสารประกอบมีกลิ่นได้ แล้วจึงปลดปล่อยออกมาทางช่องระบายของร่างกายได้อีกทอดหนึ่ง การเลือกอาหารไร้กลิ่นไม่พึงปรารถนาจึงน่าจะเป็นทางดี หมอเคยมีเพื่อนๆ แพทย์ด้วยกันมาจากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รุ่นละประมาณ 16 คน มีชาวปากีสถาน เนปาล อาฟกานิสถาน ฟิจิ และอื่นๆ ประมาณ 4 ประเทศนี้เมื่อเดินเหินไปไหนด้วยกันเป็นกลุ่ม เช่น ขึ้นลิฟท์ เข้าห้องสมุดขนาดเล็ก จะมีกลิ่นแขกรุนแรงมากอย่างชัดเจน พวกเราก็ไม่แสดงท่ารังเกียจ แต่ก็แนะนำให้พวกเขาฉีดน้ำหอมก่อนออกจากหอพักทุกวัน กลิ่นต่างๆ ก็หายไป จะเห็นว่า อาหารที่บรรดาแขกปากีสถาน เนปาล อาฟกานิสถาน ฟิจิ รับประทานนั้นมีกลิ่นเครื่องเทศรุนแรงมาก น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องเทศต่างๆ ภายใต้ขบวนการย่อยสลายในร่างกายของแต่ละคนส่งกลิ่นออกมา เป็นกลิ่นเฉพาะของแขกอย่างแน่นอน

สาเหตุของกลิ่นตัวอันดับสาม น่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดที่เพียงพอ หรือเสื้อผ้าที่มีขนาดกว้างใหญ่มาก เช่น จีวรพระ โจงกระเบน ผ้านุ่ง เหล่านี้ทำความสะอาดยาก มักอับชื้นและเกิดกลิ่นขณะคลี่ผ้าออก รองเท้าหุ้มส้น รองเท้าผ้าใบ เป็นบ่อเกิดของกลิ่นเหม็นอับได้เป็นอย่างดี จึงควรหมั่นทำความสะอาด ถ้าเสื้อผ้าผืนใหญ่ต้องซักให้สะอาดทั่วถึง ผึ่งแดดหรือตากในที่ลมโกรกให้แห้งสนิท รองเท้าหุ้มส้นหรือผ้าใบควรตากแดดหรือซักอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศรอบกาย ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีกลิ่นต่างๆ ติดตัวมา ที่เห็นชัดเจนคือ ถ้าเราเข้าไปในผับหรือห้องอาหารที่มีการสูบบุหรี่และมีควันบุหรี่มากๆ ตัวเราและผมก็จะมีกลิ่นบุหรี่ติดมาด้วยหลายชั่วโมง แม่ควรทำกับข้าวเป็นประจำถ้าทอดปลาเค็ม ก็จะมีกลิ่นปลาเค็มติดผิวกายอีกนาน เดินไปที่ใดก็จะมีคนได้กลิ่นปลาเค็มไปด้วย

จะเห็นว่าต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ อาหารการกิน เสื้อผ้า รองเท้า และบรรยากาศรอบตัว มีส่วนให้เรามีกลิ่นตัวรุนแรง เมื่อทราบเช่นนี้บรรดาคุณที่มีกลิ่นตัว คงจะต้องเลือกขั้นตอนการขจัดกลิ่นตัวที่เหมาะสมกับตนเอง ดังจะกล่าวต่อไป เริ่มด้วย
1. ทำความสะอาดร่างกายอย่างถูกต้องตามหลักสุขภาพดี เริ่มด้วยการอาบน้ำ ฟอกสบู่ทุกครั้งที่มีเหงื่อออกมาก และผิวมัน ต้องหมั่นสระผม รักแร้เป็นจุดอับที่มักส่งกลิ่นรุนแรงเสมอ การถูด้วยสารส้มเป็นวิธีพื้นบ้านที่ได้ผลดี บางโรงแรมอย่างเช่น ในสิงค์โปร์จะมีสารส้มชนิดผงวางไว้ในห้องน้ำให้ผู้ใช้บริการได้ใช้ การใช้โรลออนถูรักแร้ภายหลังอาบน้ำเป็นอีกวิธีที่นิยมในการขจัดกลิ่น แต่มีข้อเสียคือ ทำให้รักแร้มีสีดำคล้ำ ถ้าเป็นเช่นนี้ควรหลีกเลี่ยง และเปลี่ยนมาใช้น้ำหอมพรมบนเสื้อแทน ผู้ที่มีเหงื่อออกมากอาจใช้ยาทาระงับการไหลของเหงื่อ โดยยาชนิดนี้จะปิดรูเปิดของต่อมเหงื่อ ทำให้เหงื่อไม่สามารถจะไหลออกสู่ผิวบนๆ ของผิวพรรณเราได้ ถ้ายังไม่หายก็ควรปรึกษาแพทย์ เพราะปัจจุบันมียาฉีดบริเวณรักแร้เพื่อลดการผลิตเหงื่อ แต่ก็ต้องเจ็บตัวเป็นการแลกเปลี่ยน และต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน

2. งดอาหารที่มีกลิ่นแรง ตั้งแต่เครื่องเทศชนิดต่างๆ กระเทียม กะปิ ทุเรียน ปลาเค็ม สะตอ ควรรับประทานอาหารที่มีกลิ่นบางเบา หรือไร้กลิ่น

3. ทำความสะอาดผม ร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้า ภายหลังอบกลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นทำครัว

4. ต้องทำความสะอาดเสื้อผ้า รองเท้าเสมอ ซักด้วยผงซักฟอก ตากแดด หรืออบแห้ง รีดด้วยเตารีดร้อนๆ เป็นครั้งคราว

5. กลบกลิ่นเหม็น โดยใส่น้ำหอมตามร่างกาย เริ่มตั้งแต่ฉีดสเปรย์หอมบนศีรษะ ใส่น้ำหอมซอกหู รักแร้ หรือประพรมบนเสื้อผ้า ควรเลือกน้ำหอมที่หอมถูกใจและติดทนนาน หรือพกน้ำหอมติดตัวไปด้วย การใส่น้ำหอมบ่อยๆ จะเป็นการช่วยขจัดกลิ่นตัวได้เป็นอย่างดี
ส่วนโรลออนทารักแร้ขจัดกลิ่นเต่า ก็เป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งเพราะใช้ง่าย มีกลิ่นหอมให้เลือกได้มากมาย แต่อาการที่พบบ่อยๆ ในปัจจุบันคือรักแร้สีดำ ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเกิดจากการแพ้น้ำหอม หรือสารกันการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ให้หายได้ โดยพบแพทย์ผิวหนังจะให้ยาลบรอยดำมาทาจนหายเป็นสีปกติได้ แต่ถ้าอยากใช้โรลออนอีกแนะนำให้เปลี่ยนยี่ห้อและเปลี่ยนกลิ่นหอม เพื่อให้ได้สารเคมีตัวใหม่ที่ไม่ก่อสีดำสำหรับผิวของคุณ

6. อยู่ในสถานที่อากาศไม่ร้อนอบอ้าว อากาศถ่ายเทดี ห้องแอร์ยิ่งดีมาก เพราะจะไม่มีเหงื่อออก ไม่มีไขมันออกมาจากต่อมไขมัน ก็จะไม่มีการก่อกลิ่นตัวให้เป็นที่รำคาญของคนรอบข้าง วิธีนี้อาจยากสักหน่อย เพราะอาจเป็นการลำบากสำหรับบางอาชีพ ซึ่งจะทำไม่ได้
ขอให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเรา ตามความเหมาะสมกับฐานะการเงิน การงาน และความสะดวกสบายอย่างที่ต้องการ


(update 4 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2545 – มกราคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600