ภาษาแช็ต ภาษาช็อก

" เดฆ่า… บัยเดเหยอคระ คิดถุงเว่อๆ เลยน๊า"
????????????????
" ดีคร่ะ ครัยคร๊า ว๊า ไม่ตอบ นู๋ปัยเดกั่ว"

…555… ไม่ได้หูเฝื่อนหรือกำลังฟังภาษาต่างดาวหรอกค่ะ แต่ 'แสงแดด' กำลังหัดใช้ภาษาแช็ต จะได้คุยกับพวกวัยรุ่นรู้เรื่องไงล่ะ ถ้าเป็นภาษาปกติก็ " ดีค่ะ บายดีเหรอคะ คิดถึงเวอร์ๆ เลยนะ" เอ้า! ถ้ายังไม่เข้าใจ แปลให้อีกทีว่า… " สวัสดีค่ะ สบายดีเหรอคะ คิดถึงมากเลยนะ" " สวัสดีค่ะ ใครคะ ว้า ไม่ตอบ หนูไปดีกว่า"

สมัยนี้น่ะ นอกจากสังคมที่บ้านกับที่โรงเรียนแล้ว พวกวัยรุ่นเขายังมีสังคมใหม่ในโลกไซเบอร์ ที่เอาไว้หาเพื่อนเวลาเหงาๆ เครียดๆ ไม่สบายใจ ก็มาระบาย คุยกันได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องอาย เพราะยังไงก็ไม่รู้จักหน้าค่าตากันอยู่แล้ว ทำให้มีการบัญญัติภาษาขึ้นมาใช้กันเฉพาะกลุ่ม โดยเอาความสะดวกพูด สะดวกพิมพ์เป็นที่ตั้ง จริง ก็เลยกลายเป็น 'จิง' เดี๋ยวก็กลายเป็น 'เด๋ว' และโทรศัพท์ ก็กลายเป็น 'โทสับ' ไปโดยปริยาย …ซึ่งเวลาคุยกัน มันก็จะกลายเป็นแบบนี้ค่ะ
" อ่าว ทักช้าจึ๋งเดว ออกไปซะแระ จัยร้อนเจงๆ วุ๊ย ใจร้อนมั่กๆ"
…แหะๆ แปลออกไหมคะ ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง 'แสงแดด' จะเป็นล่ามให้ เค้าคุยกันว่า…
" อ้าว ทักช้านิดเดียว ออกไปซะแล้ว ใจร้อนจริงๆ วุ้ย ใจร้อนมากๆ"
" ก็มีธุระน่ะค่ะ เดี๋ยวไปก่อนนะคะ ว่างๆ แล้วคุยกันใหม่"

ซึ่งในสังคมแบบนี้ ภาษาไม่ได้มีหน้าที่แค่สื่อสารให้รู้เรื่องเท่านั้น แต่ต้องถ่ายทอดความรู้สึกผ่านตัวอักษรด้วยค่ะ แล้วก็ต้องทำให้ดูโอเวอร์เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึก และรับรู้ได้เต็มที่ 'รักมาก' ก็ต้องกลายเป็น 'รักมั่กๆ' หรือ 'รักมากกก…' ส่วน 'น่ารัก' ก็เลยเป็น 'น่าร้ากกก…' ทำให้เป็นการสื่อสาร ที่มีสีสันและชีวิตชีวามากกว่าการพิมพ์ตัวหนังสือแบบธรรมดา

ซึ่งบางทีก็ต้องมีการดัดแปลงคำให้พิสดารเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะการพูดคุยโดยไม่เห็นหน้ากันนั้น หากไม่ทำตัวให้เด่นพอก็จะไม่มีคนสนใจ ไม่มีใครเข้ามาคุยด้วย แทนที่จะร้อง 'กรี๊ด' ก็ต้องเป็น 'การี๊ด' หรือถ้าจะให้ส่ง 'อีเมล์' ก็ต้องบอกให้ส่ง 'แมว' ค่ะ …ไม่งั้นถูกจับได้ว่าวัยรุ่นไม่พอ (…อ๊ะๆ อย่าย้อนถามว่า 'อ้าว จริงสิ' นะคะ ถ้างงจริงๆ ต้องบอกว่า 'อ่ะ จิงดิ')

แต่ภาษาแบบนี้ก็ไปสร้างความรู้สึกตะขิดตะขวงใจ จนถึงขั้นขวางหูขวางตาให้กับบรรดาใหญ่ โดยเฉพาะในแวดวงวิชาการด้านภาษาไทย ที่บอกว่าเป็นการทำลายเอกลักษณ์ของภาษา อันเป็นมรดกทางปัญญาของชาตินั่นทีเดียว

ซึ่งก็มีบางฝ่ายออกมาแย้งว่า ภาษาก็มีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เพียงแต่ยุคนี้ อาจจะเปลี่ยนเร็วกว่าในอดีตเท่านั้นเอง
อภิธานศัพท์แช็ต

ก้ / ก้อ – ก็
กิ๊ก – ชู้รัก
การี๊ด – กรี๊ด
กัว – กลัว
กั่ว – กว่า
โกด – โกรธ
คร่ะ / ฆ่ะ / ขร่ะ / ฆร่ะ – ค่ะ
ฆะ / คระ / ขรา /ฆร๋า – คะ / ขา
คับ / ฮับ / ฮัฟ / กั๊บ / ก๊าฟ / กั๊ฟ / กรั๊บ – ครับ
คิดถุง – คิดถึง
โคด – โคตร
จร๊วบ – จูบ หอมแก้ม (จากการเลียนเสียง)
จิง – จริง
เด – ดี
เด๋ว – เดี๋ยว
โทสับ – โทรศัพท์
น่ะ – ง่ะ
นู๋ – หนู
บร้า – บ้า
ป๋ม – ผม
ปัย – ไป
ป่าว, ป่ะ – เปล่า
เปง – เป็น
มะ – ไม่
มั่ก – มาก
แมว – อีเมลล์ (E - Mail)
แร้น – แล้ว
ไร – อะไร
เว่อ – โอเวอร์
เหยอ / หรอ – เหรอ
เสียงหัวเราะ : หุ หุ, อิ๊ อิ๊, คริ คริ, เหอ เหอ 555

ข้อมูลบางส่วนจาก :
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 ต.ค.2546

สำหรับวัยรุ่น พอวันหนึ่งที่เขาโตขึ้น เดี๋ยวก็หาย คงไม่มีใครติดภาษาแบบนี้ไปใช้ในที่ทำงานหรอก

สำหรับในประเด็นนี้ 'แสงแดด' เห็นด้วยกับความคิดเห็นของดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ นักวิชาการจากคณะครุศาสตร์จุฬาฯ ที่บอกว่า

" เด็กต้องการอยู่ไม่กี่เรื่อง ต้องการแสดงความรัก ต้องการแสดงออก ต้องการมีตัวตนเป็นของตัวเอง ต้องการระบายความเครียด ไม่ต่างกับผู้ใหญ่ แต่เด็กทำให้เราเห็นชัดกว่า การใช้ภาษาที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมก็เพราะธรรมชาติของวัย ที่ต้องการแสดงซึ่งเสรีภาพ และพยายามแหวกกรอบบางอย่างออกมา

" เขาจะเป็นกบฏคำที่ผู้ใหญ่คิดมาให้หมดเลย อย่างคำว่า 'จริงไหม' ก็สะกดได้ถึง 3-4 แบบ กลายเป็น 'จริงมะ' 'จริงมั้ย' 'จริงม๊าย' ซึ่งเป็นเสรีภาพในการใช้คำ แสดงว่าเขาไม่ติดกรอบ สามารถจะทำอะไรก็ได้

" พ่อแม่ควรเข้าใจให้ลึกกว่าความที่มันหยาบ แปลก ขัดหู แล้วจะรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในตัวเขา ที่เขาอยากเรียกร้องหรือแสดงออกมา เขาขมขื่นหรือทุกข์กับอะไร ถึงต้องมาระบายกันในห้องแช็ต

" ขออย่างเดียว อย่าให้ message นี้บอกเราแค่ว่า… เอาอีกแล้ว เด็กพวกนี้ทำบ้าอะไรของมันวะ"

ส่วนฉบับนี้…
บั๊บบัย เด๋วต้องไปแร้นคร่ะ (-/|\-)
(บ๊ายบาย เดี๋ยวต้องไปแล้วค่ะ สวัสดี)


(update 21 พฤษภาคม 2004)
[ ที่มา.. life & family ปีที่ 8 ฉบับที่ 95 มีนาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600