เด็กยุคใหม่กับ 4Q


เดี๋ยวนี้ อ่านหนังสือพิมพ์หน้า 1 แล้วจิตไม่ว่างเลย รุมเร้าทั้งสังคม เศรษฐกิจ และเรื่องร้ายๆ การเปลี่ยนแปลงซึ่งหลั่งไหลมารวดเร็วแทบรับไม่ทัน ยิ่งเกี่ยวกับเด็กและวัยรุ่น อ่านแล้ว ฟังแล้ว ไม่สบายใจเลย ต้องทำใจว่าเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทุกอย่างไม่มีเที่ยงแท้แน่นอน สู้มาเล่าเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับเด็กๆ จะดีกว่า

ระยะนี้หมอมีโอกาสในการสัมมนาพบปะผู้คนหลากหลาย ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เร็วๆ นี้มีงานสัมมนาเชิงวิชาการเกี่ยวกับสารอาหารในนมมารดา และนมผสมที่มีผลต่อการพัฒนาสมองและความฉลาด ซึ่งตอนนี้เป็นกระแสของการอยากเลี้ยงลูกให้ฉลาด เก่ง ยิ่งอัจฉริยะได้ยิ่งดี การประชุมจัดที่ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ โดยศาสตราจารย์ผู้ชำนาญจากประเทศเยอรมัน คนเข้าสัมมนาหลายร้อยคน เพื่อผ่อนคลายทางผู้จัดจึงให้ตัวหมอเองร่วมกับ ศ.นพ.พิภพ จิรภิญโญ ร่วมสัมมนากับคุณแหม่มทั้งสอง (คัทลียา และ สุริวิภา แห่งรายการสมาคมชมดาว) รายการนี้เป็นกันเองมาก โดยจะมีภาพวีดีโอเด็กชาย-หญิง วัย 5-6 ปี 5-7 คน ตอบคำถามเพื่อเป็นการประเมิน อีคิว เอ็มคิว พีคิว และแอลคิว เรียกว่า 4 คิวเลยนะคะ

ไอคิว ที่เรารู้จักกันดีคือ Self smart คือ ความฉลาดทางปัญญา

ส่วน 4 คิว หรือ อีคิว เอ็มคิว พีคิว และแอลคิว คือ Social Smart ความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดที่จะเป็นคนดี มีจิตใจดี เป็นคนเก่ง และเป็นผู้นำที่ดีในอนาคต

อ่านดูน่าสนใจมาก ใครๆ ก็อยากให้ลูกเก่ง เป็น smart kids ที่มีทั้ง self smart และ social smart คุณแหม่มจึงตั้งต้นคำถามกับเด็กๆ ให้ตอบผ่านวีดีโอดังนี้

Q : ถ้าน้องทำให้เพื่อนโกรธ แบบโป้งกัน และเพื่อนหนีไปเลย จะทำอย่างไรคะ
A : เด็กหญิงคนที่ 1 ไปเป่ายิงฉุบใต้ต้นไม้ แล้วไปเล่นต่อ
        เด็กหญิงคนที่ 2 จะไปขอโทษเพื่อนค่ะ
        เด็กหญิงคนที่ 3 จะไปคุยกับคุณครู
        เด็กชายคนที่ 4 ไปเล่นกับคนอื่น

คำตอบที่ทำให้แปลกใจคือข้อแรก ได้ยินเสียงเฮ...ตอนคุณหนูตอบ พิธีกรจึงให้หมอทั้งสองช่วยกันวิเคราะห์ดังนี้
  • ผู้ตอบว่าขอโทษเพื่อน เป็นเด็กมีอีคิวดี รู้ผิดรู้ชอบ รู้สึกถึงความรู้สึกคนอื่นและตนเอง และตอบสนองในทางที่ควร หมอจึงเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยไปพูดให้นักเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จำนวนเป็นพันคนผ่านระบบทีวีของโรงเรียน อาจารย์ใหญ่บอกว่า “คุณหมอพูดอะไรก็ได้นะคะ แบบที่เคยออกทีวี ขออย่างเดียวคุณหมออย่าลืมเตือนศิษย์ดิฉันให้รู้จักคำว่า สวัสดี ขอโทษ และขอบคุณ เดี๋ยวนี้เด็กๆ ไม่ค่อยพูดกัน ตำรวจจราจรหน้าโรงเรียนบ่นว่า พาข้ามทางม้าลาย ให้ข้ามถนนไม่เคยเอ่ยว่า ขอบคุณ”

  • คุณหนูที่ไปบอกคุณครูก็ดี เหมือนหาตัวช่วย ถ้าเราทำเองไม่สำเร็จ หรือแก้สถานการณ์ไปเล่นกับคนอื่นแทน ให้เพื่อนหายโกรธ ส่วนรายที่ไปเล่นเป่ายิงฉุบอาจจะเพื่อคลายอารมณ์เครียดของตนเองก่อน จะเห็นว่าเด็กๆ แต่ละคนมีวิธีแก้ปัญหาที่เผชิญในชีวิตประจำวันแตกต่างกัน

Q : ถ้าหนูเห็นหมาถูกรังแก เช่น โดนผู้ใหญ่เตะ หนูจะทำอย่างไร
A : เด็กหญิงคนที่ 1 ช่วยเพราะมันน่าสงสาร
        เด็กชายคนที่ 2 ชกหน้าคนนั้นให้ตาเขียว
        เด็กชายคนที่ 3 ฆ่าคนแกล้ง
        เด็กหญิงคนที่ 4 จะเตะจู๋มัน
        เด็กหญิงคนที่ 5 สงสาร เลยไปอยู่ใกล้ๆ

จะเห็นวิธีแก้ปัญหาแตกต่างกัน มีตั้งแต่อีคิวเมตตา สงสาร อยากช่วย ซึ่งส่วนมากเป็นเด็กหญิง ส่วนเด็กชายปฏิกิริยาจะแรงกว่า เช่น ชกหน้าคนแกล้งสัตว์ จนถึงจะฆ่าคนแกล้ง โดยเด็กไม่เข้าใจว่าฆ่าหมายถึงอะไร และผลที่ตามมาเป็นอย่างไร ส่วนมากคำว่า “ฆ่า” นี้จะเรียนจากโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการเด็กที่ต้องมีการพิฆาตฆ่าศัตรูฝ่ายตรงข้ามพระเอก เช่น อ้ายมดแดง มดเอ็กซ์ ต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาด เป็นต้น

ดังนั้นเวลาดูทีวี คุณพ่อคุณแม่ควรดูด้วย และพูดแนะนำอะไรคือชีวิตจริง อะไรคือละคร เพราะเด็กเล็กๆ มักคิดว่า เป็นเรื่องจริงเสมอ และเด็กวัยนี้มีจินตนาการมาก มักพูดเป็นตุเป็นตะ เพราะเขายังแยกแยะไม่ออกอะไรคือชีวิตจริง อะไรคือเรื่องในทีวี

Q : ถ้าคุณครูให้หนูวาดรูปแล้วยากมาก หนูวาดเองไม่ได้ หนูจะทำอย่างไร
A : เด็กชายคนที่ 1 วาดด้วยตัวเอง
        เด็กชายคนที่ 2 ให้แม่สอน
        เด็กหญิงคนที่ 3 วาดเอง เพราะชอบวาดรูป
        เด็กหญิงคนที่ 4 ให้แม่ช่วยสอน
        เด็กหญิงคนที่ 5 คิดด้วยสมอง แล้วถามคุณครู
        เด็กชายคนที่ 6 พยายามวาด
        เด็กชายคนที่ 7 ให้แม่มาสอน

จะเห็นว่า แม่คือผู้อยู่ในดวงใจเด็กจริงๆ คิดอะไรไม่ออกบอกแม่ก่อน มีบางคนจะพยายามด้วยตัวเอง มีคนหนึ่งว่า คิดด้วยสมองก่อนแล้วถามครู เป็นการพึ่งตนเอง การฝึกลูกให้มีอีคิวดีเป็นทั้งคนเก่งและคนดี คือฝึกให้เขาทำอะไรด้วยตนเองทีละน้อย จนมีความเชื่อมั่นในตนเอง

Q : ถ้าหนูโดนเพื่อนปาของใส่ หนูจะทำอย่างไร
A : เด็กชายคนที่ 1 รับ
        เด็กชายคนที่ 2 บอกคุณครู
        เด็กหญิงคนที่ 3 ปาลูกบอลกลับ
        เด็กหญิงคนที่ 4 บอกคุณครูว่าเพื่อนแกล้ง

ทั้ง 4 ราย เป็นปฏิกิริยาปกติในเด็กที่ตอบสนองต่อการกระทำ ซึ่งคงมีสถานการณ์จริงเช่นนี้เกิดได้เสมอทุกเวลาทุกนาทีในชีวิตเด็ก

ปฏิกิริยาของมนุษย์ (นับแต่สมัยยุคหินหลายหมื่นปีมาแล้ว) เมื่อมีการจู่โจม มีดังนี้
1. สู้ (ถ้าสู้ไหว)
2. ถอย (ถ้าสู้ไม่ไหว)
3. หาตัวช่วย (เช่น คุณครู)
ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิด เด็กจะต้องประเมินโดยใช้ไหวพริบของตนเอง บวกประสบการณ์ที่พ่อแม่และสิ่งแวดล้อมให้มา สำคัญยิ่งคือ เด็กต้องมีสติ รู้จักควบคุมอารมณ์ และเป็นตัวของตัวเอง แก้ไขสถานการณ์ได้

ยังมีคำถาม คำตอบที่น่ารักๆ จากเด็กๆ อีก ดังที่หมอจะเล่าให้ทราบดังนี้

Q : ถ้าหนูวางขนมไว้ที่โต๊ะ มีคนกินหมดจะทำอย่างไร
A : เด็กหญิงคนที่ 1 ให้เขาไป เราขอใหม่
        เด็กชายคนที่ 2 ขอใหม่
        เด็กหญิงคนที่ 3 ไปซื้อใหม่
        เด็กชายคนที่ 4 บอกคุณแม่ขนมหาย
        เด็กหญิงคนที่ 5 ไปซื้อใหม่
        เด็กชายคนที่ 6 บอกคุณแม่เพื่อนขโมยขนมครับ

Q : ถ้าวันเกิดหนู คุณแม่ยุ่งจนลืมของขวัญและเค้นวันเกิด ไม่มีงานเลี้ยง หนูจะทำอย่างไร
A : เด็กชายคนที่ 1 ไม่กินแล้ว เค้นไม่อร่อยแล้ว
        เด็กหญิงคนที่ 2 ไม่มีทางลืม (หน้าตาแสดงว่ามั่นใจ คุณแม่ไม่ลืมแน่ๆ)
        เด็กหญิงคนที่ 3 บอกคุณแม่วันนี้วันเกิดหนู
        เด็กชายคนที่ 4 ไม่เป็นไร ของเล่นมีแล้ว
        เด็กชายคนที่ 5 ไม่เสียใจ เพราะคุณแม่จะเลี้ยงวันพรุ่งนี้

Q : ถ้าคุณครูให้ยืนหน้าชั้น เล่าว่าไปเที่ยวที่ไหนมาปีใหม่นี้ หนูจะออกเป็นคนแรกไหม
A : เด็กชายคนที่ 1 ไม่ เพราะอาย
        เด็กชายคนที่ 2 ไม่รู้ คุณครูต้องบอกก่อน
        เด็กหญิงคนที่ 3 ไม่ออก เพราะกลัวทำไม่ได้
        เด็กหญิงคนที่ 4 ออกเป็นคนแรกเลยค่ะ
        เด็กชายคนที่ 5 ออกก่อน เพราะอยากออกไปเล่าก่อนใคร
        เด็กชายคนที่ 6 ออกที่หลัง
        เด็กหญิงคนที่ 7 ไม่ออก เพราะหนูช้า

คำตอบที่ 7 เรียกเสียงเฮได้ เพราะคุณหนูรู้ตัวเองว่าทำอะไรช้า ข้อนี้ทดสอบอีคิวหัวข้อ กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ และแอลคิว คือการเป็นผู้นำซึ่งต้องพัฒนาจากการเข้าใจตนเอง และกฎเกณฑ์ต่างๆ

Q : หนูคิดว่าผู้นำคืออะไร และอยากเป็นผู้นำไหมคะ
A : เด็กชายคนที่ 1 เป็นหัวหน้าห้อง อยากเป็นเพราะเป็นอยู่แล้ว (หน้าตาภาคภูมิใจ)
        เด็กหญิงคนที่ 2 คือคนอยู่ข้างหน้า
        เด็กหญิงคนที่ 3 ผู้นำอ้วน ไม่อยากเป็นเพราะผู้นำอ้วน
        เด็กชายคนที่ 4 ผู้นำห้อง ไม่อยากเป็นเพราะขี้เกียจ
        เด็กชายคนที่ 5 คุณปู่คือผู้นำ ไม่อยากเป็น เดี๋ยวแก่
        เด็กชายคนที่ 6 ผู้นำทาง ไม่อยากเป็นผู้นำทาง อยากเป็นนักร้อง

เป็นไงคะ คำตอบซื่อๆ บริสุทธิ์ เด็กๆ ทำให้เราอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ถึงความบริสุทธิ์ดุจผ้าขาว ในวันนั้นยังมีอะไรดีๆ ที่หมอเก็บตกมาไม่หมด อยากจะเล่าถึงบรรยากาศดีๆ และก่อนจบขอฝากคุณพ่อคุณแม่ช่วยกันสร้างอีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์แก่เด็กๆ โดยปฏิบัติดังนี้
  • พ่อแม่พูดจากันดีๆ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูก อย่าอารมณ์เสียใส่กัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา โอบกอดลูกเสมอๆ
  • ขยันขันแข็ง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยสังคม
  • ไม่เสพติดใดๆ ทั้งบุหรี่ เหล้า การพนัน และอื่นๆ
  • เล่นกับลูกเสมอ หัวร่อเบิกบาน เฮฮา ไม่ซีเรียส
  • ฝึกลูกให้ทำอะไรด้วยตนเอง และชมเชยเมื่อลูกทำสำเร็จ
  • สอนมารยาท และระเบียบวินัยแก่ลูก
  • พูดคุย ซักถาม ตอบคำถามของลูกเสมอ
  • อ่านนิทานให้ลูกฟังเสมอๆ
ขอให้ครอบครัวท่านมีความสุขมากๆ กับลูกค่ะ


(update 17 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 257 มิถุนายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600