กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สร้างสายสัมพันธ์บ้านกับโรงเรียน


” วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมค่ะ หนูไม่ได้เรียนตั้ง 2 วิชาแน่ะ”

” แม่ครับ...วันจันทร์หน้าผมต้องไปเข้าค่ายลูกเสือนะครับ ต้องเตรียมเสื้อผ้าไปค้างคืนด้วยนะฮะ”

คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินเจ้าจอมวุ่นกลับมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ นะคะว่า ที่โรงเรียนมีกิจกรรมอย่างนั้นอย่างนี้ บางทีไม่ได้เรียนตามปกติบ้าง เพราะต้องไปทำกิจกรรม หรือ บางทีคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องวุ่นวายกับการเตรียมข้าวของเครื่องใช้ ให้เจ้าตัวน้อยไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจแอบบ่นในใจว่า เจ้าจอมวุ่นนี่ไปเรียนหนังสือ หรือไปทำกิจกรรมกันแน่ ทำไมโรงเรียนนี้มีกิจกรรมเยอะจัง ได้เรียนกันหรือเปล่านี่

จริงๆ แล้ว กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีประโยชน์สำหรับเด็กๆ มากนะคะ เพราะนอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว การที่เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ จะทำให้เขาเรียนรู้อะไรมากมายทีเดียวค่ะ บางครั้งได้เรียนรู้ชีวิตจริงมากกว่าการเรียนในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เสียอีก


โรงเรียนทุกโรงเรียนต้องจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

คุณพ่อคุณแม่ที่ติดตามข่าวคราวด้านการศึกษา คงทราบว่าการศึกษาของเด็กๆ ในปัจจุบันนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนการศึกษาในด้านต่างๆ ตั้งแต่ระบบการศึกษา การจัดการศึกษา การบริหาร และแนวทางการจัดการศึกษา โดยมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นหลัก

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้บัญญัติแนวทางการศึกษาเป็นมาตราต่างๆ ซึ่งการศึกษาในยุคปัจจุบัน ต้องให้ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด มีความรู้ มีคุณธรรม ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ การศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ภูมิปัญญา และวิทยาการ นอกจากนี้โรงเรียนแต่ละโรงเรียนสามารถสร้างหลักสูตรสถานศึกษาได้เอง โดยมีสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม เป็นหลัก และต้องมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้วย ซึ่งแต่ละโรงเรียนสามารถกำหนดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้ตามความเหมาะสม เพราะความมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาเด็กไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม และมีวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข


กิจกรรมอย่างนี้...คือ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมีหลากหลายมากนะคะ ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของโรงเรียน บางครั้งกิจกรรมคล้ายคลึงกัน แต่มีชื่อเรียกคนละอย่างหรือชื่อเดียวกันแต่กิจกรรมแตกต่างกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบาย และนวทางการจัดหลักสูตรของสถานศึกษาแต่ละแห่งค่ะ แต่เราก็สามารถแบ่งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างกว้างๆ ได้นะคะ ได้แก่ กิจกรรมแนะแนวที่ส่งเสริมให้เด็กๆ ได้พัฒนาความสามารถตามความแตกต่างของแต่ละคน และกิจกรรมนักเรียนที่นักเรียนจะต้องปฏิบัติด้วยตนเองอย่างครบวงจร โดยเน้นการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ก็อาจสังเกตง่ายๆ จากตัวกิจกรรมต่างๆ ที่เจ้าตัวเล็กได้เข้าร่วมค่ะ เช่น กิจกรรมที่เกี่ยวกับโครงการ หรือโครงงานวิชาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ศิลปะ การงานอาชีพและวัฒนธรรม กิจกรรมจากวิชาต่างๆ เหล่านี้เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เสริมสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม ส่วนกิจกรรมชมรม ชุมนุมที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยครู นักเรียน หรือให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ชมรมกีฬา มัคคุเทศก์ ดนตรี นาฏศิลป์ งานประดิษฐ์ เกษตร รักภาษา หมอภาษา ส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมประเภทนี้เป็นกิจกรรมที่สนองความสนใจ ความถนัด ความสามารถและความต้องการของผู้เรียน

และยังมีกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่คุ้นเคยดี เช่น ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ สภานักเรียน หนังสือเพื่อน้องในชนบท เพื่อนช่วยเพื่อนหรือห้องเรียนจริยธรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ปลูกฝัง และสร้างจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อสังคม

นอกจากนี้ กิจกรรมที่แนะแนวให้คำปรึกษา สหกรณ์การค้า ธนาคารโรงเรียน ห้องสมุด คอมพิวเตอร์ ก็เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ฝึกให้บริการด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม


เป็นเด็ก เก่ง ดี มีสุข ได้ด้วยกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

คุณพ่อคุณแม่คงทราบดีว่า การเป็นเด็กเก่ง ดี และมีความสุข ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นง่ายๆ การจัดกิจกรรม และการจัดกระบวนการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อตอบสนองความแตกต่างของเด็กแต่ละคน การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของแต่ละโรงเรียนก็ต้องเป็นไปอย่างมีเป้าหมาย มีรูปแบบ วิธีการที่เหมาะสมและคำนึงถึงเด็กเป็นหลัก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเวลาเรียนนะคะ เพราะการร่างหลักสูตรสถานศึกษาของแต่ละโรงเรียน ได้กำหนดเวลาสำหรับการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเอาไว้เรียบร้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ว่า เจ้าจอมวุ่นของคุณพ่อคุณแม่นั้นได้ร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนได้อย่างเต็มที่หรือไม่ โดยสังเกตจากกิจกรรมที่ลูกได้เข้าร่วมนั่นแหละค่ะ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจะมีลักษณะแบบนี้ค่ะ เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างเป็นกระบวนการ ใช้รูปแบบวิธีการที่หลากหลาย พัฒนาเด็กๆ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ มุ่งส่งเสริมเจตคติ และคุณค่าของชีวิต สร้างจิตสำนึกในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ ได้แก่ ค่านิยมประชาธิปไตย รู้หน้าที่ ประหยัด อดทน ขยัน มีวินัย เสียสละ มีเหตุผล มีคุณธรรม ส่งเสริมให้เด็กรู้จักและเข้าใจตนเอง ส่งเสริมให้เด็กได้ปรับตัว ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติและการดำรงชีวิต

เห็นไหมคะว่า การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้นมีเป้าหมาย และมุ่งพัฒนาเด็กให้เป็นคนเก่ง ดีและมีความสุข แม้ว่าบางกิจกรรมอาจจะมีลักษณะเพียงบางประการของที่กล่าวมา แต่ก็นับว่าเอื้อประโยชน์ต่อผู้เรียนไม่น้อยเลย และคงจะดีมากทีเดียวหากโรงเรียนจะได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง ไม่มีกิจกรรมและการเรียนรู้ใดที่เด็กๆ จะได้รับประโยชน์เต็มที่โดยการจัดการของโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว โรงเรียนยังต้องการความร่วมมือจากผู้ปกครองและบางครั้งผู้ปกครองก็ต้องการโอกาสจากทางโรงเรียนด้วย เพื่อร่วมมือกันจัดกิจกรรมที่พัฒนาเด็กๆ ของเราโดยแท้จริง นี่แหละค่ะที่เรียกว่า สายสัมพันธ์บ้านกับโรงเรียน


(update 26 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 พฤศจิกายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600