เลี้ยงลูก เหมือนเล่นตุ๊กตา


ผมเคยนั่งดูสภาโจ๊กอยู่ตอนหนึ่ง รายการสภาโจ๊กที่มีตัวละครหน้าตาคล้ายนักการเมืองจริงๆ ออกมาอภิปรายปัญหาบ้านเมืองต่างๆ นานานั่นแหละครับ คืนนั้นสภาโจ๊กอภิปรายกันเรื่องปัญหาวัยรุ่น
สรุปความว่าถ้าไม่มีวัยรุ่นก็จะไม่มีปัญหาวัยรุ่น
จะให้ไม่มีวัยรุ่นก็ต้องไม่มีเด็ก
จะให้ไม่มีเด็กก็ต้องไม่มีลูก
เพียงเท่านี้ปัญหาวัยรุ่นก็จะหมดไปจากสังคม

ตอนที่ดูนั้นไม่ตลกเท่าไร แต่ตรงประเด็นทีเดียว นั่นคือคนเราไม่ต้องมีลูกได้มั้ย ลูกอาจจะนำมาซึ่งความสุข แต่ลูกก็นำมาซึ่งความทุกข์นานัปการเช่นกัน รายการคืนนั้นทำให้ผมนึกถึงคุณยายคนหนึ่งซึ่งผมเคยคุยด้วย

คุณยายป่วยเป็นเบาหวานเข้ามานอนในโรงพยาบาลหลายวันแล้ว คุณหมอที่ดูแลเบาหวานขอให้ผมไปช่วยดูแลสภาพจิตของท่านด้วย
” สวัสดีครับ คุณยายน้อย ผมหมอประเสริฐครับ” ผมแนะนำตัว... “ คุณหมอสำเริงขอให้ผมมาช่วยดูแลคุณยายอีกคนหนึ่ง”

หลังจากนั้นผมขออนุญาตนั่ง แล้วจึงลากเก้าอี้มานั่ง ถ้าหมอยืน ผู้ป่วยมักคุยได้น้อย ถ้าหมอนั่ง ผู้ป่วยจะพูดคุยได้ง่ายขึ้น

คุณยายเล่าเรื่องที่กลัดกลุ้มให้ฟัง เล่าไปๆ ก็หยุดพูด น้ำตาเอ่อท้นขึ้นมา ผมลุกจากที่นั่งไปหยิบกระดาษทิชชูมาพับแล้วยื่นให้ เมื่อคุณยายซับน้ำตาแล้วจึงสามารถพูดต่อได้
” ยายกลุ้ม มีลูกก็เหมือนไม่มี มีแต่สร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน”
” ลูกชายคุณยายอายุเท่าไรแล้วครับ” ผมถาม
” สามสิบหกจ้ะ” คุณยายตอบหน้าตาเฉย
พระเจ้าช่วย! อันนี้ผมนึกในใจ มิได้พูดออกมา

ความว่าคุณลูกชายซึ่งอายุ 36 แล้ว นั้นไม่ยอมทำงานทำการ วันๆ เอาแต่กินกับนอน กู้หนี้ยืมสินเล่นการพนัน หาเรื่องเดือดร้อนมาให้คุณยายแก้ไขอยู่เนืองๆ
” ตอนนี้มันก็เอาหลานมาทิ้งให้ยายเลี้ยง” คุณยายระบายต่อ “แรกๆ หลานก็เรียนดี พอมาปีนี้ติดเพื่อนเกเรอีกแล้ว ไม่ยอมไปโรงเรียนอีกแล้ว”

คุณยายเล่าต่ออีกยาว ผมก็นั่งฟังอีกนาน สรุปความว่าคุณยายเป็นทุกข์ทั้งเรื่องลูกเรื่องหลาน แต่โดยรวมๆ แล้วคุณยายก็รักทั้งลูกทั้งหลานหมดหัวใจ ผมเชื่อว่าคุณยายไม่เสียใจหรอกที่มีลูก ต่อให้เป็นลูกไม่รักดีก็เถอะ

อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกว่าคุณยายท่านนี้เลี้ยงลูกเหมือนเล่นตุ๊กตาไปสักหน่อย กล่าวคือมีลูกเพียงเพื่อได้แสดงความรัก แต่ลืมเลี้ยงลูกให้รู้จักโต

ลองสังเกตเด็กผู้หญิงตัวน้อยเล่นตุ๊กตาดูสิครับ พวกเธอมีตุ๊กตาเพียงเพื่อเอาไว้เล่น ทะนุถนอม แสดงความรักและดุว่าพอน่ารัก พวกเธอไม่มีหน้าที่ต้องอบรมสั่งสอนตุ๊กตาอย่างที่พ่อแม่ในชีวิตจริงต้องกระทำ

จากหนังสือ เหยื่ออธรรม หรือ Les Miserable ของ วิคเตอร์ ฮูโก แปลโดย จูเลียต สำนักพิมพ์กอไผ่ พ.ศ.2523 หน้า 572 เมื่อปีที่แล้วสำนักพิมพ์มติชนนำกลับมาพิมพ์ใหม่อีกครั้ง มีความตอนหนึ่งบรรยายถึงโกแชตต์เด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นบุตรบุญธรรมของญังวัลญัง สะท้อนถึงจิตวิทยาของการเล่นตุ๊กตาได้ดีทีเดียว
”...มีตุ๊กตาไว้สำหรับคอยดูแลหาเสื้อผ้าให้ใส่ คอยประดับอาภรณ์ให้ แต่งตัวให้ ถอดเครื่องแต่งตัวให้ แล้วใส่เข้าไปอีกสำหรับสั่งสอน สำหรับดุพอหอมปากหอมคอ สำหรับไกวเปลเห่กล่อม สำหรับกอด สำหรับพาเข้านอน และทำเป็นว่าสิ่งนั้นเป็นคน อนาคตของผู้หญิงอยู่ตรงนี้ ขณะที่เด็กๆ ง่วนอยู่กับตุ๊กตาของแก ไม่ว่าแกจะนิ่งเงียบหรือคุยจ้อ ขณะที่แกกำลังทำตู้เล็กๆ ทำเสื้อผ้าเด็กเล็กๆ เย็บเครื่องแต่งกายเล็กๆ ทำรัดอกรัดเอวอันเล็กๆ ทำเสื้อชั้นนอกตัวเล็กๆ เด็กไม่ประสาก็กลายเป็นเด็กผู้หญิงขึ้นมา เด็กผู้หญิงก็กลายเป็นเด็กโต เด็กโตกลายเป็นสาวเต็มตัว แล้วลูกคนแรกก็เข้าแทนที่ตุ๊กตาตัวสุดท้าย
เด็กผู้หญิงที่ไม่มีตุ๊กตา นับว่าเคราะห์ร้ายและไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เกือบจะคล้ายกับผู้หญิงไม่มีลูก ฉะนั้นโกแซตต์จึงเอามีดดาบของแกต่างตุ๊กตา...”

กลับไปที่สภาโจ๊ก ปัญหาวัยรุ่นมิได้เกิดขึ้นเพราะโลกนี้มีวัยรุ่นหรอกครับ แต่เกิดขึ้นเพราะคุณพ่อคุณแม่จำนวนหนึ่งลืมเลี้ยงลูกให้รู้จักโต กล่าวคือ มีลูกและเลี้ยงลูกประหนึ่งเด็กเล่นตุ๊กตาเพียงเท่านั้น

อันที่จริงคนเราไม่จำเป็นต้องมีลูกเพราะที่แท้แล้วการเลี้ยงลูก เป็นเพียงสัญลักษณ์ของการทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคม (Generativity) หากมีลูกแล้วเลี้ยงลูกให้ได้ดีความหมายคือ ชีวิตนี้ผู้เป็นพ่อแม่ได้ทำคุณประโยชน์บางประการ มอบไว้ให้แก่สังคมแล้ว หากมีลูกแล้วแต่เลี้ยงให้ดีไม่ได้ จิตใจของผู้เป็นพ่อแม่ก็ไม่อาจสงบ เพราะยังไม่สามารถทำอะไรดีๆ มอบไว้ให้แก่สังคมเลย

ในอีกกรณีหนึ่ง หากไม่มีลูกแต่สามารถประกอบคุณงามความดีประดับไว้ในสังคม โดยนัยแล้วก็เหมือนมีลูกและเลี้ยงลูกให้ได้ดีเช่นกัน การที่คู่สมรสมีบุตรยากจำนวนหนึ่ง ไม่ตระหนักถึงความนัยนี้ก็เพราะถูกอคติที่มีต่อสตรีที่ไม่มีบุตรและค่านิยมของสังคมกดดัน

การเลี้ยงลูกในปัจจุบันต้องการความรับผิดชอบสูง จะสักแต่ชอบพอกันฉาบฉวยแล้วมีลูกเพียง เพื่อให้ได้ชื่อว่ามีแล้วหรือมีลูกเพียงเพื่อเอาไว้เล่นนั้นไม่ได้ เพราะไม่เพียงคุณพ่อคุณแม่ จะไม่สามารถบรรลุความสงบของจิตใจได้ ไม่เพียงคุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้ชื่อว่าทำคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม

...แต่ยังอาจจะได้ชื่อว่าก่อความเสียหายให้แก่ส่วนรวมอีกด้วย


(update 3 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา.. kids&family ปีที่ 9 ฉบับที่ 107 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600