พัฒนาการ การเรียนรู้สังคมของงวัยอุแว้


การเรียนรู้สังคมของลูกน้อยเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วัยอุแว้แล้วล่ะค่ะ แต่เป็นสังคมเล็กๆ มีพ่อแม่ลูก สังคมของลูกวัยนี้ ไม่ซับซ้อน ไม่วุ่นวาย เป็นการเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่คือบุคคลที่จะช่วยให้ลูกมีพื้นฐานทางสังคมที่ดีต่อไป ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและการส่งเสริมที่ถูกวิธี
แรกเกิด : ลูกน้อยจะแสดงความรู้สึกตกใจหรือไม่สบายใจได้ ด้วยการแสดงท่าทางและการเคลื่อนไหว
คุณพ่อคุณแม่ควรตอบสนองลูกน้อยด้วยการสัมผัสพูดคุยกับลูกบ่อยๆ นะคะ


เดือนที่ 1 : เมื่อได้ยินเสียงพ่อแม่ลูกน้อยจะแสดงตอบโดยการยิ้ม จ้องมองและสบตา ถ้ารู้สึกสบายตัวหรืออารมณ์ดีจะทำท่าพอใจ แต่เมื่อรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายตัว หรือหิวจะส่งเสียงร้อง
ควรสร้างบรรยากาศที่สบายตัวให้กับลูก ไม่ให้เปียกชื้น หิว มีมดหรือแมลงกัดต่อย เล่นกับลูก พูดคุยกับลูก เพื่อให้ลูกน้อยคึกคักและตื่นตัวที่จะเรียนรู้


เดือนที่ 2 : ลูกน้อยจะแสดงอารมณ์หงุดหงิด ชัดเจนขึ้น และมีวิธีที่จะสงบอารมณ์ของตัวเองด้วยการดูดนิ้ว ชอบให้คนมาเล่นด้วย ชอบมองหน้าคนมากกว่าสิ่งของ
ตอบสนองในสิ่งที่ลูกต้องการ อย่าลืมพูดคุยและเล่นกับลูกบ่อยๆ นะคะ


เดือนที่ 3 : หากลูกน้อยถูกปล่อยให้นอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือเห็นพ่อแม่เดินจากไปก็จะแสดงอารมณ์ให้เห็นด้วยการร้อง หรือส่งเสียงอ้อแอ้
คุณพ่อคุณแม่ควรตอบสนองในสิ่งที่ลูกต้องการด้วยการเดินเข้ามาหา สัมผัส ยิ้มให้ สบตาเวลาให้นม


เดือนที่ 4 : เมื่อได้ยินเสียงดนตรีลูกน้อยจะหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ จะส่งเสียงหัวเราะบอกให้รู้ว่าหนูกำลังอารมณ์ดีอยู่นะ
ร้องเพลงเล่นกับลูก หาเสียงหลายแบบมาให้ลูกเรียนรู้ถึงความแตกต่าง ชวนลูกทำกิจกรรมประกอบดนตรี เช่น เปิดเพลงหรือร้องเพลง ชวนลูกเล่นตบมือตามจังหวะเพลง


เดือนที่ 5 : เมื่อเห็นคนที่คุ้นเคยจะอ้าแขนรับ เพื่อบอกให้รู้ว่า อุ้มหนูหน่อย หรือจะหันหน้าหนีคนที่ไม่คุ้นเคย
หนูแข็งแรงพอที่คุณพ่อคุณแม่จะพาออกนอกบ้านเพื่อไปทักทายผู้คนแล้วนะ


เดือนที่ 6 : ลูกน้อยจะแสดงอาการตอบสนองพ่อแม่ด้วยการใช้มือสัมผัส ลูบใบหน้า ตีหรือตบเบาๆ เมื่อเห็นเด็กแปลกหน้าจะเอื้อมมือไปสัมผัสเนื้อตัวเป็นการทักทาย
เวลาเล่นกับลูก คุณพ่อคุณแม่ควรแสดงออกด้วยท่าทางและน้ำเสียงอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะยื่นมือทำท่าอุ้ม ปรบมือเรียก ฯลฯ และวัยนี้ควรพาลูกไปพบเพื่อนใหม่บ่อยๆ


เดือนที่ 7 : แยกความแตกต่างระหว่างเสียงที่เป็นมิตรและเสียงไม่เป็นมิตรได้ และหนูน้อยบางคนก็มีอาการกลัวคนแปลกหน้าด้วย
พยายามให้ลูกมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ถ้าลูกกลัวคนแปลกหน้าลองค่อยๆ เลียบๆ เคียงๆ ให้ลูกรู้จัก ด้วยการพูดคุยกับลูก กับพ่อแม่ในระยะใกล้ๆ ที่มองเห็น ซึ่งอาจต้องใช้เวลานาน ทำความรู้จักกันนานสักหน่อย


เดือนที่ 8 : สนุกกับการทำให้คุณพ่อคุณแม่หัวเราะ การแสดงท่าทาง เช่น โบกมือบ๊ายบาย ส่งจูบ ฯลฯ
ชวนลูกเล่นสนุกด้วยการเล่นที่เกิดจากตัวพ่อแม่ เช่น จ๊ะเอ๋ หรือหาของเล่นที่มีเสียงเพื่อเรียกความสนใจ


เดือนที่ 9 : ลูกน้อยวัยนี้จะรับรู้อารมณ์และท่าทีของคนอื่น มีความรู้สึกอ่อนไหวต่อเด็กด้วยกัน เช่น เวลาเห็นเด็กคนอื่นร้องก็จะร้องตาม
สนับสนุนให้ลูกได้เล่นกับพี่ๆ หรือเด็กคนอื่น อาจจะมีการแย่งของเล่นหรือหวงของเล่นกันบ้างก็ไม่เป็นไร ลูกจะได้เริ่มต้นเรียนรู้ถึงความเป็นเจ้าของและเรียนรู้ถึงอารมณ์ของคนอื่นด้วย


เดือนที่ 10 : เลียนแบบท่าทาง สีหน้า การแสดงออกได้ มีความรู้สึกไวต่อการยอมรับของสังคม
พยายามให้ลูกได้เข้ามามีส่วนร่วมเวลาที่มีกิจกรรมในครอบครัว ชื่นชมเมื่อลูกทำอะไรใหม่ๆ ได้สำเร็จ


เดือนที่ 11 : ติดแม่มาก รู้จักความหมายของคำหลายคำ เช่น คำว่า “ไม่” จะชอบอยู่ร่วมกลุ่มกับเด็กที่มีอายุมากกว่า
ชวนลูกเล่นเกม เล่านิทานที่มีอารมณ์ที่หลากหลาย


เดือนที่ 12 : ให้ความร่วมมือเวลาคุณแม่แต่งตัวให้ เวลาเล่นของเล่นแล้วมีคนมาขอก็จะแบ่งให้ ชอบหรือติดคนบางคนเป็นพิเศษ
พาลูกออกนอกบ้านเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์และสถานที่แปลกใหม่

ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นพัฒนาการทางอารมณ์โดยทั่วไปของลูกน้อยวัยนี้ แต่อย่าลืมนะคะ ว่าเด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างกันไป ดังนั้นระยะเวลาและพฤติกรรมในการแสดงออกจึงแตกต่างกันไปด้วย


(update 2 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 256 พฤษภาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600