กิน เป็นเหตุ


การกินเป็นกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ ที่พ่อแม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะพ่อแม่มักกลัวลูกผอม ไม่แข็งแรง สมองไม่ดีจึงพยายามเหลือเกินที่จะให้ลูกได้กิน...กิน...และกิน การกินไม่ได้มีแต่ประโยชน์อย่างเดียวนะครับ หากกินผิดก็มีอันตรายได้เหมือนกัน

อย่างการกินมากเกินไป กินกันจนอ้วนกลม ต้องระวังกันให้ดีนะครับ เพราะหลายโรคในปัจจุบันที่รักษาไม่ได้ แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการกินที่ถูกวิธีตั้งแต่วัยเด็ก เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูงซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจ เป็นต้นครับ นอกจากนั้นการตั้งท่าเพื่อที่จะกิน การเลือกใช้อุปกรณ์สำหรับกินที่ไม่ถูกวิธีก็มีความเสี่ยงต่อการเจ็บตัวเจ็บปากได้นะครับ

  • ทารก กินแล้วสำรอก
เด็กดูดนมแม่ นมขวด ดูดจุกนมเล่นได้เองตั้งแต่แรกเกิด ธรรมชาติให้ความสามารถนี้ติดตัวมาครับ ไม่ต้องสอน ไม่ต้องหิวก็ดูดได้ เพียงแค่เราเอานิ้วเขี่ยมุมปากเด็กแรกเกิด เขาก็จะทำปากดูดจ๊วบๆ ได้ แต่ใน 2-3 เดือนแรกจะสังเกตว่าเด็กมีสำรอกหลังกินนม เนื่องจากลิ้นหรือประตูปิดเปิดระหว่างหลอดอาหาร และกระเพาะอาหารยังทำงานไม่สมบูรณ์ เวลานมไหลลงไปอยู่ในกระเพาะแล้ว กระเพาะจะบีบตัวไล่นมลงไปในลำไส้ ปรากฏว่านมกลับไหลย้อนสู่หลอดอาหารและสำรอกออกมาแทน ถ้าออกมามากอาจสำลักสู่หลอดลม เข้าสู่ปอดเกิดเป็นปอดอักเสบได้

ดังนั้นเด็กเล็ก 3 เดือนแรกนี้ เวลาให้นมต้องอยู่ในท่าลำตัวส่วนบนและศีรษะสูงประมาณ 15-30 องศา คล้ายท่าแม่อุ้มลูกดูดนม หลังกินอิ่มแล้วก็ต้องอุ้มในท่าตั้ง เพื่อให้ย่อยง่าย ระบายลม และให้นมไหลลงลำไส้ได้ง่ายขึ้น ไหลย้อนกลับขึ้นหลอดอาหารได้ยากขึ้น อุ้มในท่านี้ประมาณ 20-30 นาที

พ่อแม่บางคนต้องการให้ลูกอ้วนๆ พยายามเหลือเกินที่จะให้ลูกกินแล้วกินอีก ให้ทั้งนมแม่นมขวดให้จนสำรอกอาเจียน แบบนี้เหตุของการสำรอกเกิดจากการให้นมมากไป กระเพาะรับไม่ไหว นมไหลย้อนกลับง่ายขึ้น จะสังเกตได้เลยว่าเด็กกลุ่มนี้จะอ้วนกลมทั้งๆ ที่มีประวัติสำรอกอาเจียนเป็นประจำ อันตรายเช่นเดียวกันครับ ให้นมแต่พอดี เวลาเขาร้องอาจจะไม่ใช่หิวก็ได้ (ส่วนใหญ่เด็กทารกก็ไม่ได้ร้องเพราะหิว) หากต้องให้นมเด็กทารกถี่กว่า 2 ชั่วโมงต่อมื้อ แสดงว่าเลี้ยงผิดวิธีแล้ว ลองทบทวนการให้นมใหม่ดีกว่าครับ

  • ขวดนม จุกนม
การเลือกขวดนม จุกนม ต้องเลือกของที่ได้มาตรฐาน มีเครื่องหมายรับรอง มอก. จุกนมต้องหมั่นตรวจสอบดู ถ้าพบว่าเสียสภาพ หรือมีรอยฉีกขาด ก็ต้องทิ้งไป เปลี่ยนอันใหม่ เพราะหากเด็กกัดขาด (อายุมากกว่า 6 เดือนจะเริ่มมีฟัน มันเขี้ยว ชอบขบเคี้ยว) จะทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจได้ ก่อนให้เด็กกินนมทุกครั้ง ต้องแตะขวด กำขวดเพื่อทดสอบดูก่อนว่า ขวดที่จะให้เด็กจับกินนั้นร้อนเกินไปหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเอาออกมาจากเตาไมโครเวฟ ขวดจะร้อนมาก หลังจากนั้นลองเทนมลงบนมือดูสักหยดสองหยด เพื่อดูว่านมนั้นร้อนเกินไปหรือไม่ กินแล้วปากลิ้นพองโตคงไม่ดีแน่ครับ

  • กินสุ่มสีสุ่มห้า ไม่เหมาะกับอายุ
หนูน้อยวัย 1 ขวบ อมลูกอมเป็นช็อกโกแล็ตบอลที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซียติดคอ มารดาเผยว่าขณะที่ตนพาน้องเบสไปซื้อขนมที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่งภายในหมู่บ้าน ในร้านดังกล่าวมีขนมขบเคี้ยวที่มาจากประเทศจีนและประเทศมาเลเซีย น้องเบสได้เลือกซื้อขนมช็อกโกแลตลูกบอลหุ้มด้วยฟอยล์มากิน แต่เมื่อน้องเบสกินไปสักครู่เกิดอาการหายใจไม่ออก จึงอ้าปากดูพบว่าช็อกโกแลตติดอยู่ที่คอ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่น้องเบสเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของอันตรายจากการกินที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็กครับ โดยทั่วไปพัฒนาการการกินของเด็กหลังจากการดื่มนม เราจะเริ่มต้นให้อาหารอื่นแก่เด็กได้เมื่ออายุ 4 เดือน โดยเริ่มจากอาหารอ่อนๆ ก่อน เช่น ข้าวบด กล้วยครูด พอ 6 เดือน เด็กบางคนจะเริ่มมีฟันแล้ว อาหารจะข้นขึ้น เช่น เริ่มให้เนื้อปลาบด ไข่ พอ 7 เดือนเริ่มให้เนื้อหมูบด อายุเกิน 1 ปี ให้เป็นข้าวสวย เนื้อ ผักบดเป็นชิ้นๆ เล็กๆ ได้โดยไม่ต้องบดเป็นแบบเหนียวหนืด แต่ชิ้นใหญ่ๆ เช่น ลูกชิ้น ไส้กรอก ยังให้เด็กกินทั้งชิ้นหรือให้ถือกินเองไม่ได้ ต้องตัดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนครับ

เด็กเล็กเรียนรู้โลกโดยการสัมผัสด้วยปาก เด็ก 6 เดือนเริ่มคว้าเอาของเข้าปากได้ ดังนั้นต้องเอาของชิ้นเล็กออกไปไกลๆ ตัวเด็ก

ส่วนเด็ก 1-3 ปี มีความเสี่ยงสูงต่อการสำลักของเล็กที่อยู่ในปาก เด็กวัยนี้เล็กเกินกว่าจะเข้าใจเหตุผล การสอนให้อย่าเอาของเข้าปากนี้ต้องสอนซ้ำๆ ของที่เด็กชอบเอาเข้าปากบ่อยๆ คือ ขนม ของเล่น เหรียญ ยาเม็ดเคลือบ มีเด็กบางคนเป็นโรคกินสุ่มสี่สุ่มห้าจนโต ไม่ยอมกินข้าวเลยเรียกว่าโรคปิกา เป็นโรคที่มีความผิดปกติทางพฤติกรรมอารมณ์ หรือมีปัญหาในการเลี้ยงดู ใครที่ลูกมีพฤติกรรมเช่นนี้ผมแนะนำให้พบแพทย์ครับ

ว่าไปแล้วการกลืนสิ่งของลงกระเพาะอาหารไม่อันตรายมากนัก แต่ที่น่ากลัวคือเอาเข้าปาก อมๆ แล้วเกิดการสำลักอาหารหรือวัสดุต่างๆ ทำให้เกิดการอุดตันทางเดินหายใจเป็นอีกสาเหตุสำคัญ

การศึกษาของโครงการวิจัยเด็กปลอดภัยนี้พบว่า เด็กไทยต้องเสียชีวิตจากการสำลัก สิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจประมาณ 80 รายต่อปี สิ่งที่เด็กมักเอาเข้าปาก และเป็นสาเหตุของการสำลักได้บ่อยคือ ถั่ว เมล็ดผลไม้ เช่น น้อยหน่า มะขาม ละมุด ลูกอม ไส้กรอก ลูกชิ้น ชิ้นส่วนของเล่น และเม็ดพลาสติกกลมชนิดต่างๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 5 ปี (ร้อยละ 85)

นอกจากนี้ขนมลักษณะไม่แข็งแต่เหนียวเป็นก้อนๆ เช่น เยลลี่ ก็มีความเสี่ยง ทั้งขนาดที่พอเหมาะพอเจาะกับการอุดตันทางเดินหายใจ ง่ายต่อการอุดตันคล้ายการปิดจุกขวด คุณสมบัติความลื่นที่ทำให้เด็กชอบดูดกลืนทั้งชิ้น และความเหนียวของเยลลี่ทำให้ละลายในปากได้ช้า เมื่อเกิดการอุดตันก็ยากต่อการปฐมพยาบาลช่วยเหลือใช้ชิ้นส่วนอาหารนี้หลุดออกมาได้ หรือการที่เด็กกินไปหัวเราะไป กินไปเล่นไป ก่อให้เกิดอันตรายจากการสำลักอุดตันทางเดินหายใจได้ง่าย

  • ก้างปลาตัวแสบ
ปลาเป็นโปรตีนที่มีคุณค่าสูง ให้เด็กกินได้ตั้งแต่ 5 เดือน แต่หากเตรียมไม่ดีก้างปลาอาจติดคอได้ ส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่บริเวณทอนซิลหรือรอบๆ ทอนซิล แม้ส่วนปลายปักหรือฝังอยู่ไม่ลึก แต่ก็ทำให้เด็กเจ็บได้ การปฐมพยาบาลลองให้กลืนน้ำหรือน้ำลาย ถ้าหลุดจะหายเจ็บ หากไม่หลุดให้รีบนำส่งคลินิกใกล้บ้านครับ

  • นั่งกิน เดินกิน
พูดเรื่องท่านอนดูดนมในเด็กทารกไปแล้ว เด็กโตเราจะพูดถึงอันตรายจากการกินไปเล่นไป กินไปวิ่งไป ในเด็กเล็กที่เริมนั่งได้ดี (6-7 เดือนขึ้นไป) สามารถเริ่มฝึกให้เด็กนั่งกินอาหารเสริมได้พ่อแม่อาจซื้อเก้าอี้สูง (high chair) เพื่อให้เด็กได้นั่งร่วมวงโต๊ะอาหารกับครอบครัว เก้าอี้สูงนี้ต้องมีเข็มขัดยึดเหนี่ยวเด็กไม่ให้ตก มีที่วางอาหารของเด็ก จัดวางในตำแหน่งที่เด็กมีส่วนร่วมในการกินกับคนอื่น ขณะเดียวกันเด็กต้องไม่สามารถใช้ขายันกับโต๊ะกินข้าวจนเก้าอี้ล้มคว่ำได้ วัฒนธรรมไทยชอบเดินป้อนเด็กหรือให้เขาดูทีวีไปป้อนไป นอกจากเกิดอุบัติเหตุง่ายแล้วยังพบว่า การขาดส่วนร่วมของเด็กในการกินนี้ก่อให้เกิดปัญหาไม่สนใจการกินได้ ดังนั้นการจัดท่าการกินที่ดีก็มีความสำคัญอย่างมากครับ

  • อาหารเป็นพิษ
เย็นนั้น... หนูแอมวัย 9 ขวบ บิดตัวกุมท้องร้องโอดโอย จากนั้นก็วิ่งเข้าห้องน้ำจู๊ดๆ จนเพลีย ออกจากห้องน้ำนั่งได้ครู่เดียวก็อาเจียนออกมาซะอีก

คุณแม่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบพาแอมไปหาคุณหมอ คุณหมอจึงตรวจและสอบถามอย่างละเอียดแล้ว ก็บอกคุณแม่ว่า หนูแอมป่วยเพราะ “อาหารเป็นพิษ” จึงต้องให้กินน้ำเกลือ เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป

เรื่องของเรื่องก็คือหนูแอมเพิ่งกลับจากไปเที่ยวทะเล และคงเอร็ดอร่อยกับอาหารทะเลในร้าน ที่เจ้าของร้านไม่ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยและความปลอดภัยในอาหาร หนูแอมก็เลยท้องไส้ปั่นป่วน และทรมานด้วยโรค “อาหารเป็นพิษ” เพราะมีเชื้อแบคทีเรียหรือพิษของเชื้อปนเปื้อน

เป็นเรื่องน่าหนักใจไม่น้อยเลยนะครับ ที่หลายๆ ครั้ง พวกเรายังมีความจำเป็นต้องกินอาหารนอกบ้าน ซึ่งถ้าจำเป็นจริงๆ การสังเกตดูความสดใหม่ของอาหาร ความสะอาดทั้งจากหน้าตาอาหาร บริเวณร้านก็เป็นสิ่งที่ควรทำทุกครั้ง อย่างไรเสียการทำอาหารรับประทานกันในครอบครัว ย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสบายใจที่สุด

  • ผู้ใหญ่มักง่ายเด็กกินแล้วอาจตายจากสารพิษ
สารพิษที่เป็นของเหลวมีอยู่ทั่วไปในครัวเรือน เช่น ยาฉีดยุง แมลง น้ำยาทำความสะอาดทั้งหลาย เช่น น้ำยาขัดห้องน้ำ น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างท่อตัน น้ำยาขัดสนิม น้ำยาอื่นๆ เช่น น้ำยากัดส้นเท้า เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้เป็นเพชรฆาตสำหรับลูกได้ พ่อแม่บางคนมักง่ายเมื่อใช้สารเคมีเหล่านี้แล้วเหลือ มักหาภาชนะที่เป็นขวดมาเก็บบรรจุ ขวดที่หาง่ายในบ้านก็เป็นขวดที่เดิมเคยใช้ใส่น้ำดื่มกิน เมื่อใส่สารเคมีลงไปแล้วก็ไม่ปิดฉลาก หรือทำสัญลักษณ์เตือน ไม่เก็บวางไว้ในที่ที่ปลอดภัย แต่กลับนำไปวางในที่ที่เด็กหยิบได้ หรือที่หนักก็คือนำไปวางไว้ในที่ที่อาจเข้าใจผิดว่าเป็นของดื่มกินได้ เช่น วางบนโต๊ะอาหาร วางในตู้เย็น

สารเคมีเหล่านี้หากเผลอกินเข้าไปจะมีอันตรายต่อร่างกายมากน้อยเพียงใดขึ้นกับชนิดของสารพิษนั้น เช่น น้ำยาล้างพื้น อาจเป็นด่างชนิดรุนแรง เผลอกลืนเพียงเล็กน้อยจะกัดปากกัดหลอดอาหาร ถึงขั้นต้องผ่าตัดเอาลำไส้มาไว้แทนหลอดอาหาร เป็นต้น

  • กินอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุ
1. เลือกชนิดอาหาร รูปแบบการเตรียมอาหาร ภาชนะ และท่าทางการกิน ให้เหาะสมกับอายุของเด็กตามวัย ดังกล่าวแล้ว

2. สอนเด็กให้กินช้าๆ ค่อยๆ เคี้ยว ไม่วิ่งเล่น ไม่หัวเราะขณะกิน ผู้ผลิตเองควรต้องมีบทบาทในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เช่น ลูกอมชนิดแข็ง ต้องขายพร้อมคำเตือนว่าไม่เหมาะกับเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เยลลี่ต้องดัดแปลงความเหนียว ไม่ให้เหนียวเกินไป ละลายง่ายขึ้น อยู่ในการบรรจุรูปอื่น เช่น จากถ้วนทรงกรวยขนาดพอดีที่จะอุดตัดทางเดินหายใจ เด็กให้เปลี่ยนเป็นรูปหลอดยาสีฟันที่บีบกินทีละน้อย ความเสี่ยงต่อการอุดตันทางเดินหายใจจะลดลง ส่วนพ่อแม่เองก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเมื่อจะให้ลูกกินขนมประเภทนี้ หรือจะเลี่ยง ขนมดชนิดนี้ไปได้ก็จะเป็นการดี

3. สำหรับเด็กเล็กนั้น หากคุณแม่จะทำปลาให้ลูกก็ควรจัดการลอกหนัง และคัดเอาแต่เนื้อๆ ส่วนก้างก็เลาะออกให้เกลี้ยง จากนั้นก็ใช้นิ้วมือ (ที่ล้างสะอาดดีแล้ว) บิๆ เนื้อปลาให้ทั่วๆ ว่ายังมีเศษก้างซ่อนอยู่อีกหรือไม่

4. เมื่อจำเป็นต้องกินอาหารนอกบ้าน ขอให้เลือกกินในร้านที่สะอาด ถูกสุขอนามัย บางร้านทุบปลาที่พื้น บนฝาท่อระบายน้ำก่อนถอดเกล็ดล้างน้ำ แล้วนำมานึ่งให้เรากิน บางร้านวางผักคะน้ากับพื้นที่คนเดินไปมา ไม่มีแม้แต่เสื่อปูไว้ แล้วนั่งเด็ดยอดผักใส่ตระกร้า ก่อนมาทำก๋วยเตี๋ยวราดหน้าให้เรากิน อ้อ...นอกจากร้านสะอาดแล้ว ยังต้องดูด้วยว่าคนขายสะอาดด้วยหรือไม่ เช่น มีฝีหนองที่มือหรือไม่ เป็นต้น

5. หากทำอาหารกินเอง ก่อนทำควรล้างมือและล้างภาชนะที่จะใช้นำใช้ใส่อาหารให้สะอาด ไม่แนะนำให้ใช้เขียงไม้ เพราะมักเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียจากการหั่นเนื้อสัตว์ดิบๆ แต่หากจะใช้จริงๆ ก็ควรหมั่นทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เมื่อล้างและแช่น้ำสะอาดแล้วใส่น้ำยาฆ่าเชื้อโรคด้วย จากนั้นนำมาผึ่งแดดให้แห้ง ไม่ปล่อยให้เขียงเปียกชื้น เพราะจะทำให้แตกหรือขึ้นราได้ ลูกๆ ก็เช่นกัน ควรล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร เพราะถ้ามือไม่สะอาด อาจมีพิษของเชื้อแบคทีเรียพวกสแตร๊ปไฟโลคอคคัสปนเปื้อน ทำให้ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสียได้ครับ

6. งดกินอาหารกระป๋องที่บุบบี้ กระป๋องแบบนี้มีเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า คลอสตริเดียม ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ครับ ถั่วลิสงป่นนั้นควรคั่วเอง จะได้สบายใจว่าถั่วไม่เก่าไม่เน่าไม่มีจุดดำๆ เพื่อไม่ต้องเสี่ยงกับสารก่อมะเร็งที่ชื่อว่า อัลฟาทอกซิน

7. อย่าเทสารพิษทั้งหลายลงในขวด หรือภาชนะอื่นๆ เช่น ใส่ในถ้วย จาน ชาม หรือ อย่าวางสารพิษทั้งหลายไว้ในใกล้อาหารหรือเครื่องดื่ม เช่น ไว้บนโต๊ะอาหาร ตู้กับข้าวและอย่าเก็บวัตถุเคมี ยา และสารพิษต่างๆ ไว้ในที่เด็กๆ มองเห็นและหยิบจับได้

ผู้ใหญ่หลายท่านมักจะประมาท โดยคิดง่ายๆ ว่า “เออ เอาไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวค่อยเก็บเข้าที่!!” ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เด็กป่วยหรือตายมาหลายต่อหลายรายแล้ว !!!

กินดีมีสุข กินไม่ดีมีทุกข์มหันต์ คุณพ่อคุณแม่คงต้องช่วยกันดูแลอุบัติเหตุ จากการกินของเจ้าหนูน้อยอย่างใกล้ชิดกันหน่อยครับ


(update 7 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 259 สิงหาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600