ความรับผิดของแม่


”อีดอก อีแรด อีกะหรี่” เป็นเด็กหญิงคนหนึ่งด่าเพื่อน แม่ของเด็กปฏิเสธว่าไม่จริง ลูกของตนไม่เคยพูดคำหยาบ

”ผมนั่งซ้อนครับ เพื่อนเขาขับ เขาไม่เป็นอะไร” เป็นเด็กชายอัมพาตครึ่งท่อน เพราะประสบอุบัติเหตุซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเพื่อน

ผมสังเกตว่า คุณพ่อคุณแม่สมัยนี้ปล่อยปละละเลยลูกกันมาก คงมิใช่ผมคนเดียวที่รู้สึก เพราะเริ่มมีกฎหมายกำหนดความรับผิดชอบของคนเป็นพ่อแม่ออกมาเรื่อยๆ ที่ใกล้ตัวมากคือเรื่องใช้เด็กไปซื้อบุหรี่ซื้อเหล้า เด็กซื้อบุหรี่ซื้อเหล้า คุณพ่อคุณแม่รับผิดด้วยนะครับ แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเราก็นอนเล่นไม่ได้แล้ว ต้องลุกมาสั่งสอนลูกอย่าเผลอรับฝากใครไปซื้อบุหรี่

กฎหมายจะทำงานได้ดีแค่ไหนยังไม่ทราบ ระหว่างนี้จะเล่าเรื่องสามก๊กให้ฟัง คำพูดในเครื่องหมายอัญประกาศใช้สำนวนของ สามก๊กฉบับแปลใหม่ ของ วรรณไว พันธโนทัย สำนวนนี้ดีครับ ละเอียดและมีกวีนิพนธ์ดีๆ อยู่ด้วย

เมื่อครั้งเล่าปี่อยู่อำเภอซินเอี๋ย ก่อนที่เล่าปี่จะพบขงเบ้ง เล่าปี่พบชีซีก่อน ตอนที่พบกันครั้งแรกชีซีใช้ชื่อว่า ตันฮก

ตันฮกพูดว่า “นี่คือม้าเด็กเลา แม้จะวิ่งได้ถึงพันลี่แต่ก็เป็นโทษต่อเจ้าของ ท่านไม่ควรขี่มันจะดีกว่า” เล่าปี่จึงเล่าเรื่องที่ม้าเด็กเลาสามารถพาตนเองกระโดดข้ามลำน้ำกว้างใหญ่หนีทหารของชัวมอมาได้ เมื่อเล่าปี่ถามตันฮกว่า แล้วจะปัดรังควานได้อย่างไร ตันฮกตอบว่า “ท่านไม่ชอบใคร จงให้ม้านี้เขาไปขี่ พอเกิดอันตรายแล้ว ท่านถึงกลับเอามาขี่เอง ก็จะไม่มีโทษอันใดอีก” เล่าปี่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจ ตันฮกจึงหัวเราะแล้วว่า “ข้าพเจ้าเคยได้ยินกิตติศัพท์ว่าท่านเป็นคนซื่อถือสัตย์ ทีแรกก็ไม่เชื่อ จึงแสร้งพูดเพื่อลองน้ำใจท่านดูเท่านั้นเอง” เล่าปี่พึงใจตันฮก ก็รับตันฮกไว้เป็นที่ปรึกษา

เมื่อเล่าปี่ได้ตันฮก ตันฮกช่วยเหลือเล่าปี่วางแผนการรบเอาชนะกองทัพของโจโฉได้ทันที โจโฉถามที่ปรึกษาว่า ตันฮกนี้เป็นใคร เทียหยก จึงว่าที่แท้ตันฮกคือชีซี ชีซีเคยฆ่าคนตาย ถูกจับได้ก็แกล้งเป็นบ้า ภายหลังหนีไปเรียนวิชากับสุมาเต็กโชแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นตันฮก เทียหยกเล่าต่อว่า มารดาของชีซีบัดนี้อยู่คนเดียวเพราะบิดาและน้องชายตายหมดแล้ว ขอให้โจโฉไปรับมารดาชีซีมาอยู่ในพระนครฮูโต๋แล้วขอให้นางเขียนจดหมายไปเรียกตัวชีซีเข้าพระนคร ชีซีก็จะต้องมาหาแม่แน่นอน

ทหารนำตัวมารดาของชีซีมาพบโจโฉในวันนั้น โจโฉจึงเล่าเรื่องเล่าปี่เป็นขุนนางทรยศให้ฟัง แล้วขอให้มารดาชีซีเขียนจดหมายดังที่เทียหยกแนะนำ มารดาชีซีตวาดว่าโจโฉยืดยาว ความตอนหนึ่งว่า “ตัวท่านถึงจะเป็นสมุหนายกก็ตาม แต่ที่แท้แล้วเป็นศัตรูของราชวงศ์ฮั่น ไฉนท่านจึงบังอาจใส่ร้ายว่าเล่าปีเป็นขุนนางทรยศหวังจะให้บุตรของเราทิ้งความสว่างมาหาความมืด ท่านไม่มีความกระดากใจบ้างหรืออย่างไร” พูดจบก็เอาแท่นหมึกขว้างไปที่โจโฉ

โจโฉโกรธนักให้ประหารนางเสีย เป็นเทียหยกพูดขอชีวิตเอาไว้ ต่อมาเทียหยกตีสนิทมารดาชีซีด้วย ต้องการฝึกปลอมแปลงลายมือของนางจนสำเร็จ แล้วเขียนจดหมายปลอมไปลวงชีซีมาหาแม่

วันที่ชีซีลาเล่าปี่มาหามารดานั้น เล่าปี่อาลัยนัก แม้ต้นไม้ที่ขึ้นบังตามิให้เห็นชีซีขี่ม้าจากไปก็ยังถูกเล่าปี่สั่งให้ตัดทิ้ง

เมื่อชีซีได้พบมารดาแล้วเล่าความตามจดหมายที่ได้รับ มารดาของชีซีโกรธนักเอามือตบโต๊ะแล้วด่าว่า

”ไอ้จัญไร ระหกระเหินไปที่โน่นที่นี่ตั้งหลายปีนึกว่าจะมีสติปัญญาเฉียบแหลมขึ้นบ้าง กลับโง่เง่ากว่าเก่าอีก เพียงแต่เห็นจดหมายก็เชื่อ เอาแต่กตัญญูเป็นที่ตั้ง มิได้พิเคราะห์ลายมือให้รอบคอบ เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าไอ้โจโฉเป็นโจร ข่มเหงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เล่าปี่เป็นคนดีมีศีลธรรมเป็นที่ลือลั่นทั้งสี่ทะเล เปรียบเสมือนกระเพาะของราชวงศ์ฮั่น เจ้าไปอยู่ด้วยก็เท่ากับอยู่กับนายที่ประเสริฐแล้ว มาบัดนี้เพียงแต่เจ้าเห็นจดหมายปลอมฉบับหนึ่ง ก็มิได้พิจารณา กลับทิ้งที่สว่างมาหาที่มืด ให้เสียชื่อตนเองว่าเป็นคนโง่โดยแท้ ข้าจะมีหน้าเห็นหน้าเจ้าอยู่ได้อย่างไร เจ้าทำให้บรรพบุรุษต้องอัปยศอดสูยิ่งนัก เสียชาติเกิดเปล่าๆ”

แล้วมารดาชีซีก็ผูกคอตาย

ต่อไปลองอ่านสำนวนของสามก๊กฉบับสมบูรณ์พร้อมคำวิจารณ์ ของ วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ สำนวนก็ดีครับละเอียดยิบ กวีนิพนธ์ไพเราะ เฮี่ยงเต็กในคำพูดนี้คือเล่าปี่

”ไอ้ลูกอัปยศเร่ร่อนพเนจรทั่วไปทุกทิศทุกทางมาหลายปีแล้ว ข้านึกว่าการศึกษาของเจ้าจะรุดหน้าขึ้น แต่กลับสู้สมัยก่อนมิได้ ในเมื่อเจ้าได้เรียนหนังสือ ก็จะต้องรู้ว่าอันความจงรักภักดีกับความกตัญญูนั้น มิอาจให้เรื่องทั้งสองสำเร็จสมบูรณ์ในเวลาเดียวกันได้ ไฉนเจ้าไม่รู้ว่าไอ้โจโฉนั้นบังอาจข่มเหง องค์จักรพรรดิลบหลู่เบื้องบนประดุจเยี่ยงโจร เฮี่ยงเต็กนั้นเป็นผู้มีทั้งคุณธรรมและสัตยธรรมแผ่ไปทั่วสี่ทิศ อีกทั้งยังเป็นเชื้อสายพระราชวงศ์ ในเมื่อเจ้ารับราชการด้วยเจ้านายที่แท้จริงแล้ว บัดนี้เพียงอาศัยปลอมแปลงกระดาษใบเดียวกลับไม่พิจารณาตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน ต้องละทิ้งแสงสว่างมาอาศัยอยู่ในความมืด นำเอาชื่อเสียงอันชั่วร้ายมาใส่ตัว นับว่าเจ้าช่างเป็นคนบรมโง่ทีเดียว ไฉนข้าจะมีหน้าตามาพบเจ้าได้สร้างจุดด่างพร้อยกันแสนอัปยศให้บรรพบุรุษ เจ้าช่างเสียชาติที่เกิดมาในท่ามกลางสวรรค์และธรณีนี้”

แล้วมารดาชีซีก็ผูกคอตาย

นางมิได้ตายเปล่า ชนรุ่นหลังเขียนกวีนิพนธ์สรรเสริญเอาไว้ สำนวนตามฉบับของวิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ เป็นดังนี้ ฉื้อสู่ในบทกวีคือชีซี
    “ปราชญ์ผู้ประเสริฐเลิศแล้วมารดาฉื้อสู่
ชื่อเสียงได้เลื่องลือชั่วนิรันดร
รักษาความบริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อย
คอยให้ประโยชน์ครอบครัว
พร่ำสอนบุตรให้รู้รอบ
ส่วนตนนั้นช่างยากเย็นเข็ญใจ
ธาตุแท้ประดุจขุนเขาคูซาน
สัตยธรรมเต็มอุทร
จูงใจสรรเสริญท่านอื้อจิวนั้นประเสริฐ
กระทบทำลายฝ่ายแคว้นงุ่ยบู๊
มิได้เกรงกลัวกระทะใหญ่
ไม่หวาดหวั่นมีดหรือขวาน
แต่เกรงบุตรหลานผู้สืบสกุล
สร้างความอัปยศอดสูให้บรรพชน
ทัดเทียมมารดาหวางหลิงผู้ฆ่าตัวตายด้วยกระบี่
ทัดเทียมมารดาเม่งจื้อในการอบรมบุตร
เกิดมาได้ไว้ชื่อ
ตายให้เหาะแก่กาลเวลา
มารดาฉื้อสู่เป็นปราชญ์ผู้ประเสริฐ
เลื่องลือเลิศอยู่ชั่วนิรันดร”


(update 12 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 111 มิถุนายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600