บ้านปลอดภัยของลูกกับสัตว์เลี้ยง


โฮ่ง โฮ่งๆ !!! เห่ากันสนั่นบ้านสนั่นเมืองอย่างนี้ ทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นก็จริงนะครับ แต่ถ้าในบ้านคุณมีเจ้าตัวน้อยแล้วเนี่ย ก็ต้องมานั่งคิดกันหน่อยล่ะครับ เพราะสัตว์เลี้ยงกับเจ้าตัวเล็กวิ่งวุ่นและซนกันคนละแบบ จนบางครั้งอาจจะเกิดอันตรายกับทั้งคู่ได้ ฉะนั้น ผู้ใหญ่อย่างเราจึงควรป้องกันไว้ก่อนดีกว่า จะได้ไม่เป็นภัยใกล้ตัวไงล่ะครับ


ป้องกันสักนิด...เมื่อมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน
  • อย่าปล่อยให้เจ้าหนูอยู่กับสัตว์เลี้ยงตามลำพังเพราะอันตรายอาจเกิดทั้งสัตว์เลี้ยง และตัวเจ้าหนูเองได้

  • อย่าวางชามหรือกล่องเก็บอาหารสัตว์เลี้ยงให้อยู่ใกล้มือเจ้าหนู เพราะว่าเขาอาจจะหยิบกินด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้

  • ฉีดวัคซีน (พิษสุนัขบ้า หัด ลำไส้อักเสบ) และตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้เรียบร้อย จะได้เลี้ยงอย่างสบายใจ หรือหากเขาไม่สบายจะได้รักษาทัน และแยกให้อยู่ในสถานที่ๆ เหมาะสม

  • ถ้าลูกโดนสัตว์ลูกด้วยนมกัดหรือข่วนแม้เพียงแผลถลอก ควรพาไปพบแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านะครับ

  • ที่สำคัญผมเข้าใจครับว่า อาการเห่อลูกใครๆ เขาก็เป็นกัน แต่ก็อย่าลืมเพื่อนเก่าของเราด้วยนะครับ เพราะเขาอาจจะน้อยใจเหงาจนเฉา หรืออาจถึงขั้นอิจฉาตาร้อนจนทำร้ายลูกเราก็ได้ ควรแบ่งเวลาเล่นกับเขาบ้างก็ดี หรือถ้าบ้านไหนไม่สะดวกที่จะเลี้ยงเขาเสียแล้ว ก็จัดหาบ้านหลังใหม่ที่เขาจะอยู่อย่างมีความสุขต่อไปด้วยนะครับ อย่าทิ้งขว้างเขาเหมือนเขาไม่มีชีวิตจิตใจนะ ฮือ ฮือ...!!
สอนหนูเล่นกับสัตว์เลี้ยงอย่างถูกวิธี
  • จำไว้ว่า สัตว์เลี้ยงในบ้านกับนอกบ้านไม่เหมือนกัน อย่าไปเล่นกับสัตว์ที่เราไม่รู้จัก เพราะเขาไม่คุ้นกับเราและอาจทำร้ายเราได้

  • พยายามสอนให้เจ้าหนูที่พอรู้ความแล้ว เข้าใจธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงนะครับ เช่น ดิ๊กกี้แยกเขี้ยว แสดงว่าดิ๊กกี้ไม่ชอบ ดิ๊กกี้กระดิกหางแสดงว่าเขาดีใจที่ได้เจอหนูนะ ฯลฯ

  • อย่าไปกวนสัตว์เลี้ยงที่กำลังกินอาหารอยู่ และห้ามแย่งของเล่นจากปากสัตว์เลี้ยงเป็นอันขาด

  • สอนให้ลูกรู้ว่าสัตว์เลี้ยงมีชีวิตจิตใจเหมือนเราไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะเล่นแรงๆ อย่างกระชากหู หรือดึงแก้มได้

  • อย่าให้สัตว์เลี้ยงเลียหน้าเลียตา และล้างมือทุกครั้งหลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง
ปรับบ้านเพื่อลูกและสัตว์เลี้ยง...!!!
  • บ้านของคุณจะต้องกั้นบริเวณให้เป็นสัดส่วน แยกเจ้าหนูกับสัตว์เลี้ยงออกจากกัน เช่น มีที่กั้นคอกหมา กรงกระต่าย (หนูแฮมเตอร์) ต้องอยู่ที่โล่งมีอากาศถ่ายเทไม่อับชื้น หากเป็นตู้ปลาก็ควรวางบนชั้นที่แข็งแรง หรือหากเป็นบ่อปลาก็ควรมีที่กั้นเพื่อป้องกันเจ้าหนูตกลงไป ฯลฯ

  • ทำความสะอาดบ้านให้มากขึ้น จากเคยกวาดถูวันละ 1 ครั้ง ให้เพิ่มเป็นวันละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ เช่น อาบน้ำให้สุนัขและแมว (สำหรับเจ้าเหมียวต้องใช้แรงฉุดกระชากลากถูกกันหน่อย) ล้างตู้ปลา ขัดกรงนกกรงหนูให้สะอาด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค เลือด ไร เห็บ หมัด จะได้ไม่มีด้วยครับ


(update 17 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 98 ธันวาคม 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600