สอนให้ลูกรู้จักอ่านคำผสม


หากคุณแม่เริ่มลงมือสอนบัตรคำ เพื่อให้ลูกวัย 0-6 ปี อ่านหนังสือออก แต่สอนได้ไม่สนุกเท่าที่ควร ก็ถือว่าได้เปรียบกว่าคุณแม่ที่ไม่คิดเริ่มต้น เพราะ ไม่ว่าคุณจะสอนลูกได้เก่งหรือไม่ คุณสมบัติของสมองในการเรียนรู้ของเด็กอายุยิ่งน้อยยิ่งซึมซับการสอน รวดเร็วง่ายดาย โดยสามารถรับความรู้ได้จำนวนมาก ยิ่งได้รับความรู้มากเท่าไร ยิ่งจดจำมากขึ้นเท่านั้น เหมือนมีเรี่ยวแรงเรียนรู้ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งนี่เกิดจากสัญชาตญาณที่ปรารถนาในการเรียนรู้ เพื่อให้มีชีวิตรอด โดยเฉพาะถ้าการสอนนั้นสนุก เป็นความจริง ตรงไปตรงมา


ตัวอย่างชุดบัตรคำเดี่ยว (ควรเขียนคำด้วยปากกาเมจิกหัวใหญ่สีแดง)

ของใช้ส่วนตัว : แปรงสีฟัน หมอน ขวดนม รองเท้า ลูกบอล ผ้าห่ม ถ้วย ช้อน เสื้อนอน ฯลฯ
อาหาร : นม ส้ม ข้าว น้ำ แครอท ไข่ แอปเปิ้ล กล้วย มะละกอ ฯลฯ
ชุดคำกิริยา : ดื่ม นอน อ่าน กิน เดิน วิ่ง กระโดด ว่ายน้ำ ปีน ซ่อนแอบ ฯลฯ

การสอนชุดคำกิริยา คุณแม่ควรสอนด้วยการแสดงท่าทาง พร้อมกับอ่านออกเสียง เช่น พูดว่า “แม่กำลังกระโดด” “หนูกำลังกระโดด” “เรากระโดดพร้อมกัน” ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเรียนด้วยการทำกิริยา

บ่อยครั้งเด็กไปได้ยินคำบางคำ จากชีวิตประจำวันที่ไหนซักแห่งกลางทาง คำนั้นคงจับใจเขา จนต้องการหาคำอธิบายเพิ่มเติม เช่น วันหนึ่งเด็กอาจถามว่า “คุณแม่ครับ แรดนี่ตัวมันเป็นอย่างไรครับ” คุณควรรีบค้นหาเรื่องของแรด แล้วรีบทำบัตรคำคำนั้นมาให้เขาดูโดยด่วน จะทำให้เขาปลื้มใจมาก ที่ได้เรียนคำที่เขาเป็นผู้เสนอเอง

เมื่อเด็กเรียนบัตรคำเดี่ยว สมองจะแปลคลื่นที่มากระทบสมอง และจะไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่พร้อมจับคู่คำๆ นั้นผสมกับบัตรคำอื่น หากคุณแม่ควบคุมการสอนลูกได้ด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน น่าสนุก ปราศจากเสียงหรือสิ่งใดๆ ภายนอกมารบกวน พลิกบัตรคำเป็นจังหวะเร็วๆ ไม่แช่บัตร หรือทดสอบเด็ก สมองก็จะแบ่งเป็น 5 ขั้นการเรียนรู้คือ 1) เรียนรู้คำเดี่ยว 2) เรียนรู้คำหลายพยางค์ 3) เรียนรู้วลี 4) เรียนรู้ประโยค 5) อ่านหนังสือทั้งเล่ม

เมื่อเด็กเรียนบัตรคำมาหลายเดือน ก็พร้อมผสมคำให้เป็นวลี และให้เป็นประโยค คำที่น่าจะเอามาผสมกับคำอื่น ควรเป็นคำที่เข้าใจง่าย จำพวกคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนาม ตัวอย่าง ชุดบัตรคำสีต่างๆ เช่น แดง ม่วง น้ำเงิน ส้ม ดำ ชมพู เหลือง ฯลฯ ด้านหลังของบัตรคำควรระบายสีๆ นั้นอยู่เต็มกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อคุณแม่จะได้พลิกให้เด็กด้านหลังบัตรคำ เมื่ออ่านบัตรคำนั้นให้ลูกฟังแล้ว คุณจะแปลกใจที่เด็กจำสีต่างๆ ได้รวดเร็ว เมื่อสมองของเด็กรู้จักสีพื้นฐานแล้ว ก็จะสังเกตละเอียดถึงสีแปลกๆ ด้วย เช่น สีทอง สีเงิน สีทองแดง

นำเอาบัตรคำเดี่ยว จากที่เคยเอาให้เด็กดูมาก่อนหน้านี้ 2 ใบมาผสมกัน เด็กที่เคยเห็นคำเดี่ยวคำนั้นมาก่อนจะรู้สึกมั่นใจ และตื่นเต้นที่เมื่อนำบัตรคำเดี่ยว 2 คำ มาผสมกัน เกิดมีความหมายเพิ่มเติม เช่น ชุดขยายคำนามด้วนสี เช่น น้ำส้ม รถบรรทุกสีแดง ผมสีดำ กล้วยสีเหลือง ฯลฯ


ตัวอย่างชุดบัตรคำขยายคำคุณศัพท์

ชุดบัตรคำตรงกันข้าม : ใหญ่-เล็ก ยาว-สั้น อ้วน-ผอม ขวา-ซ้าย มืด-สว่าง สวย-น่าเกลียด ฯลฯ

เด็กบางคนเข้าใจชุดขยายคำนามคำตรงข้ามนี้ทันที เพราะพี่ของเขาตัวโตกว่าเขา และเห็นน้องของเขาตัวเล็กกว่า คุณอาจทำภาพอธิบายความหมายติดไว้หลังบัตรคำ ซึ่งบางคำจะช่วยให้เข้าใจความหมายได้ดี

ชุดบัตรคำผสมที่ขยายคำนามในลักษณะคำตรงกันข้าม : แก้วน้ำว่าง-แก้วน้ำเต็ม เก้าอี้ใหญ่-เก้าอี้เล็ก แม่ดีใจ-แม่เสียใจ ผมยาว-ผมสั้น เสื้อสะอาด-เสื้อสกปรก มือขวา-มื้อซ้าย ฯลฯ

การเรียนบัตรคำขั้นต่อไปคือ ผสมบัตรคำ 3 บัตรคำ แบบที่มีคำกิริยา นำเอาบัตรคำ 3 คำ มาให้เด็กดู แล้วนำมาต่อกัน โดยมีคำว่า “กำลัง” คั่นตรงกลาง
คุณแม่ กำลัง กระโดด
แล้วบอกให้เด็กเลือกเปลี่ยนเฉพาะคำหน้าเปลี่ยนเข้ามาใหม่
คุณพ่อ กำลัง กระโดด

ทำหลายๆ ครั้งด้วยการเปลี่ยนเฉพาะคำหน้า อธิบายให้เด็กเข้าใจทุกครั้งด้วยว่า ความหมายเปลี่ยนแตกต่างไปจากเดิมอย่างไร ทำหลายๆ ครั้ง จนมั่นใจว่าเด็กเข้าใจแน่นอนแล้ว จึงลองเปลี่ยน เฉพาะคำหลังบ้าง จนมั่นใจว่าเด็กเข้าใจ จึงเริ่มเปลี่ยนคำหน้าบ้างคำหลังบ้าง สลับกัน

เกมจำวลี : เขียนคำเดี่ยว 3 คำ ลงในบัตรคำเดียวกัน เป็นชุดบัตรคำ เอาให้เด็กดูวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 2 วัน วันที่ 3 เปลี่ยนเอาบัตรคำใหม่เข้ามา แล้วเปลี่ยนเอาบัตรคำใบเก่าบางใบออกไป 2 ใบ วันที่ 5 ยังเปลี่ยนบัตรคำเก่าออก 3 ใบ ใส่บัตรคำใหม่ 2 ใบ

วิธีเล่นเกม : นำเอาบัตรคำที่เลือกออกไปแล้วบางแผ่นเข้ามา ถามเด็กว่าน่าจะอ่านว่าอะไร คุณแม่จะแปลกใจ ที่เด็กสามารถจำวลีนั้นได้


การผสมบัตรคำ 5 ใบให้กลายเป็นประโยค

เมื่อเด็กเข้าใจเรื่องของวลีที่ผสมคำ 3 คำแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการสอนประโยคที่ประกอบด้วยคำเดี่ยว 5 คำ การผสมคำจะมีคำกิริยาที่นำเข้ามาผสม เพื่อขยายคำนาม เขาจะรู้สึกสนุกสนานท้าทาย กล้าที่จะนำคำหลายคำมาผสมกัน เช่น
แม่ กำลัง กิน
แม่ กำลัง กิน กล้วย เหลือง

คุณแม่ไม่ควรกังวลกับเรื่องการสอน เพราะคิดมากไปว่า เด็กจะไม่เข้าใจ ขอให้สอนโดยคิดไปตามสัญชาตญาณของมนุษย์ว่า สมองนั้นมหัศจรรย์ในการแปลความหมายของคลื่น ที่เข้ามากระทบโดยผ่านการมองเห็น

บัตรคำ 5 ใบ มาเรียงเป็นประโยคให้เด็กดูหลายครั้ง เปลี่ยนบัตรคำใหม่เข้า เปลี่ยนบัตรคำเก่าออก แล้วก็เอาบัตรคำเก่าเข้ามาทาย ถามว่าเขาจำได้หรือไม่ว่ามันอ่านว่าอย่างไร ประสิทธิภาพของสมองจะจำบัตรคำจนอ่านเป็นประโยคได้

เกม : ให้เด็กเปลี่ยนเฉพาะคำหน้า เมื่อเด็กเข้าใจดีแล้ว ก็ให้เด็กเปลี่ยนเฉพาะคำที่ 3 เท่านั้น จนเด็กเข้าใจแล้ว จึงนำบัตรคำที่สอนไปแล้วมารวมกันให้เด็กเล่นเกมผสมคำด้วยตัวเอง จะพบว่าเด็กที่ชอบสนุกมักจะลองผสมคำตลกๆ แผลงๆ ที่ไม่มีความหมาย เช่น
ช้าง กำลังดื่ม ซุบ ชามใหญ่
พ่อ กำลัง กอด สตอเบอรี่ เหลือง

น่าเศร้าหากคุณแม่เข้าใจว่า การเรียนไม่ควรผสมคำอะไรที่แผลงๆ ทำอะไรแผลงๆ ที่ทำให้รู้สึกขำขัน แต่การเรียนที่ดีที่ได้ผลกว่าคือ สร้างเรื่องตลกหรือเรื่องขำขึ้นระหว่างเรียน เพราะเด็กมักจะจำเรื่องที่สอนตรงนี้ได้แม่นยำ และอาจนานไปชั่วชีวิตของเขา อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้มีในการสอนคือ การให้เด็กได้แสดงท่าทางของคำๆ นั้นด้วยตัวของเขาเอง เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับคำๆ นั้น

แปลจากหนังสือ How To Multiply Your Baby's Intelligence
โดยนำมาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น


(update 30 มีนาคม 2005)
[ ที่มา... นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 11 ตุลาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600