กลิ่น ทักษะช่วยเบบี๋ รู้จักโลก


ประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่นของทารก เป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เราอาจจะไม่เคยนึกถึง ซึ่งถ้าเราเรียนรู้เรื่องประสาทสัมผัสในการได้กลิ่นของลูก เราจะช่วยลูกให้พัฒนาประสาทสัมผัสให้ดีขึ้น และเราเองก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ค่ะ


  • เรียนรู้โลกผ่านกลิ่นที่สัมผัส

    ทารกนี่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแยกแยะกลิ่นค่ะ เมื่อได้กลิ่นแปลกๆ เช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในบ้าน หากเป็นกลิ่นที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่ชอบทารกจะตอบสนองต่อกลิ่นนั้นด้วยการร้องไห้โยเย แต่ถ้าได้กลิ่นที่ชอบหรือกลิ่นที่คุ้นเคยก็จะสงบอารมณ์ดี เป็นต้น

    ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่ ทารกสามารถรับรู้เรื่องกลิ่นได้ดีกว่า เพราะว่าประสาทสัมผัสการรับกลิ่นจะพัฒนาขึ้นมา ก่อนเรื่องการมองเห็นเสียอีก แต่ระหว่างที่โตเป็นผู้ใหญ่ประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่นกลับลดประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ ซึ่งคงเกิดจากการที่ประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ พัฒนาขึ้นมาจนเรียกร้องความสนใจไปจากประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่นนั่นเอง ดังนั้น สำหรับทารกแรกเกิดการใช้ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นเพื่อเรียนรู้โลกรอบตัวจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่ แทบจะเรียกได้ว่าหนูเรียนรู้จักโลกผ่านการได้กลิ่นต่างๆ นั่นเอง


  • สัมผัสกลิ่นได้ตั้งแต่ในท้อง

    ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เบบี๋เขาก็สามารถรับสัมผัสเรื่องกลิ่นได้ โดยทารกจะสามารถใช้จมูกในการรับกลิ่นได้ ตั้งแต่ตอนอายุครรภ์แค่ 6 เดือนค่ะ ไม่น่าเชื่อใช่ไหมล่ะว่า จะเป็นไปได้ แต่เป็นไปได้ค่ะ ทารกอาจจะได้กลิ่นกาแฟที่เราต้มตอนเช้า สัมผัสถึงความอ่อนล้าจากกลิ่นเหงื่อของแม่

    แล้วเรารู้ได้ยังไงน่ะเหรอค่ะว่า เด็กในท้องได้กลิ่น ในต่างประเทศมีการศึกษาเด็กทารก ที่คลอดก่อนกำหนดตอนอายุครรภ์ประมาณ 30 สัปดาห์ พบว่าทารกจะตอบสนองต่อกลิ่นเดิมๆ ได้ ดังนั้น จึงเชื่อว่าทารกในครรภ์ที่มีอายุครรภ์เท่ากับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดจึงน่าจะมีความสามารถในการสัมผัสกลิ่นได้ นั่นก็หมายความว่าวิถีชีวิตของแม่ ไม่ว่าจะกินอะไร ได้กลิ่นอะไร ก็สามารถส่งผ่านไปถึงโลกลี้ลับของทารกน้อยในครรภ์ได้ เพราะว่าระบบอวัยวะสำหรับดมกลิ่นได้พัฒนาขึ้นแล้ว และสมองส่วนที่รับสัมผัสเรื่องการดมกลิ่นนี้ ก็มีความอ่อนไหวมากกับการรับรู้ประสบการณ์ครั้งแรก ดังนั้น กลิ่นแรกๆ ที่ลูกในท้องมีโอกาสได้สัมผัส จึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประสาทสัมผัสการแยกแยะเรื่องกลิ่นของลูกต่อไป เมื่อหนูน้อยคลอดออกมาลืมตาดูโลกค่ะ


  • ทารกน้อยกับจมูกที่ทำงานหนัก

    มีหลักฐานจากการศึกษาหลายชิ้นที่ยืนยันว่า ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของลูกน้อยวัยทารก ช่วยให้ลูกปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกครรภ์คุณแม่หลังจากที่ลืมตาดูโลก ทารกจะค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับกลิ่นที่ได้สัมผัสบ่อยๆ เช่น กลิ่นคุณแม่ หรือกลิ่นนม การได้สัมผัสกับกลิ่นที่คุ้นเคยเรื่อยๆ จะทำให้ลูกปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น

    และทารกนี่เขาเก่งนะคะ สามารถแยกแยะกลิ่นชนิดต่างๆ ได้มากมาย เราจะสังเกตได้จากสีหน้าของลูกที่เปลี่ยนไป หรือลูกจะตื่นตัวขึ้นมาทันทีที่เราให้ลูกดมกลิ่นแปลกๆ

    ยิ่งกว่านั้นการเรียนรู้ของทารกเกิดจากการที่ลูกได้กลิ่นซึ่งแตกต่างเป็นสำคัญ มีผลการวิจัยที่แสดงว่า ทารกแรกเกิดสามารถแยกแยะกลิ่นของตัวเองได้ และในเวลาไม่กี่วันที่เกิดมาจะสามารถจำกลิ่นเต้านมหรือกลิ่นใต้วงแขนคุณแม่ได้ แม้คุณแม่จะอยู่ไกลจากลูกหลายฟุต เก่งไหมคะลูกของเรา หรือแม้กระทั่งกลิ่นคุณพ่อ ลูกก็อาจจะจำได้เหมือนกัน ถ้าคุณพ่อมีความใกล้ชิดกับลูกเพียงพอ

    นอกจากนี้กลิ่นต่างๆ ที่เกิดจากคุณแม่ ซึ่งใกล้ชิดกับลูกมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเหงื่อ น้ำลาย กลิ่นน้ำนมจากเต้านม หรือกลิ่นน้ำมันที่ระเหยออกมาจากต่อมไร้ท่อต่างๆ ในร่างกายของคุณแม่ ล้วนเป็นกลิ่นที่ลูกน้อยสัมผัสได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาที่คุณแม่ให้นมลูก การที่ลูกได้สัมผัสกับเต้านมของคุณแม่อย่างใกล้ชิดโดยไม่ผ่านเสื้อจึงทำให้ลูกรู้สึกมีความสุขสงบมาก


  • ใช้กลิ่นที่คุ้นเคยสยบลูกน้อย

    คุณแม่สามารถใช้ประโยชน์จากกลิ่นที่ลูกคุ้นเคยและชื่นชอบได้ เช่น ถ้าลูกงอแงหงุดหงิดไม่ยอมนอนหลับ คุณแม่ใช้เสื้อที่คุณแม่ใส่แล้วผูกกับเปลใกล้ๆ จมูกลูก กลิ่นที่คุ้นเคยจะช่วยให้ลูกสงบและหลับสบายมากขึ้นได้

    หรือผ้าที่ลูกชอบกัดและเอามากอดมาดมเสมอ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องซักบ่อยๆ ถ้าไม่สกปรกมากนัก เราสามารถเก็บไว้ใช้เวลาที่ลูกงอแงเพื่อให้ลูกสงบจิตใจลงได้


  • เล่นแบบไหน พัฒนาทักษะเรื่องกลิ่น
    • ดมกลิ่นหมอของดอกไม้ ให้เบบี๋ของเราได้ดมกลิ่นดอกไม้สด ลูกน้อยจะได้สัมผัสกับผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่มของกลีบดอก และสัมผัสกลิ่นหอมของดอกไม้ แต่ขอเตือนว่าต้องแน่ใจว่าลูกไม่แพ้เกสรดอกไม้ และถ้าเป็นดอกไม้ในสวนที่ปลูกเองจะปลอดภัยกว่าค่ะ เพราะสมัยนี้ดอกไม้ส่วนใหญ่จะใช้ยาฆ่าแมลงเยอะ

    • อโรมาแบบเบบี๋ เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทแล้วจุดเตาน้ำมันหอมระเหยให้มีกลิ่นบางๆ อบอวลอยู่ในบ้าน ควรใช้กลิ่นที่เป็นกลิ่นสกัดจากธรรมชาติ และไม่ควรใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นฉุนมากสำหรับเด็ก และไม่ควรจุดไว้นาน แค่จุดไว้แป๊บเดียวพอให้ลูกได้กลิ่น และจุดแค่วันละกลิ่นหรือสองกลิ่นก็พอแล้วค่ะ

  • แม่หลงใหลกลิ่นลูก

    คุณแม่หลายคนยอมรับว่า ชอบดมกลิ่นของลูกน้อยวัยแรกเกิดมากๆ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า การที่กลิ่นของลูกทำให้คุณแม่หลงใหลได้ เพราะว่ากลิ่นตัวของทารกนี้ก็เกิดมาจากสิ่งที่คุณแม่ปฏิบัติตัวทุกอย่าง ในตอนตั้งครรภ์นั่นเอง สิ่งที่คุณแม่กิน กลิ่นที่คุณแม่สัมผัสสามารถส่งผ่านถึงลูกในท้อง ดังนั้น กลิ่นของทารกแรกเกิดจึงเป็นกลิ่นที่คุณแม่คุ้นเคยมากๆ จึงไม่แปลกที่คุณแม่จะชอบกลิ่นของลูก ซึ่งเมื่อลูกโตขึ้นเริ่มกินอาหาร มีการเผาผลาญ และฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง กลิ่นร่างกายของลูกก็จะเปลี่ยนไปด้วย เพราะฉะนั้นแนะนำว่าขอให้คุณแม่ชื่นชมกับกลิ่นของลูกน้อยให้พอใจ เพราะกลิ่นแบบนี้มันจะคงอยู่ไม่นานหรอกค่ะ

    การให้ลูกได้สัมผัสกับกลิ่นที่คุ้นเคยจะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นใจและสงบสุข ส่วนการให้ลูกได้ดมกลิ่น ที่แปลกไปจากวิถีชีวิตปกติบ้าง จะช่วยให้ลูกได้บริหารประสาทสัมผัสเรื่องการดมกลิ่นให้พัฒนายิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าคุณแม่ทราบพัฒนาการตรงนี้ของลูก และใช้ประโยชน์จากมัน ทั้งคุณแม่และลูกน้อยก็จะได้รับประโยชน์ไปพร้อมกันค่ะ

(update 17 กุมภาพันธ์ 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 105 กรกฎาคม 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600