ด้านที่สองของยาแก้สิว


เด็กๆ ยุคนี้กำลังให้ความสนใจกับเรื่องขาว...ไม่ขาว อ้วน...ไม่อ้วน กันมากเหลือเกิน แต่ว่าไปแล้วนี่ยังไม่ใช่ปัญหาคลาสสิค เพราะมันไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบภายใน แต่เป็นค่านิยมที่เกิดขึ้นเพราะสื่อพาไป

แล้วอะไรล่ะ คือปัญหาคลาสสิคสำหรับวัยรุ่น
เก๊าะ...สิว ไงค่ะ

รับรองได้เลย ไม่ว่าเด็กหนุ่มเด็กสาวคนไหนๆ ถ้าลองให้มีเม็ดตุ่มแดงโผล่ขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อไหร่ล่ะก็ เป็นต้องรู้สึกรู้สมด้วยกันทั้งนั้น ถ้ามากหน่อยอาจถึงขั้นเสียเซลฟ์ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่กล้าโผล่หน้าไปให้ใครๆ เห็นนั่นเลยเชียว

เมื่อตกอยู่ในภาวะอย่างนี้ ถ้าเป็นหนุ่มสาวรุ่นคุณปู่ คงต้องขจัดปัดเป่าด้วยการใช้ผงวิเศษตราร่มชูชีพ แต่มาสมัยนี้ ยาแก้สิวมีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นอีกเยอะค่ะ มีทั้งยากิน ยาทา มากด้วยสารเคมีสารพัดชนิด แล้วเด็กๆ ก็ไม่รู้ข้อมูลแท้จริง ไปซื้อไปหามาใช้เพียงเพราะเพื่อน หรือคนรู้จัก หรือคนบนกระดานเว็บบอกว่า ยี่ห้อนี้ดี ใช้แล้วสิวหาย เลยไปซื้อมาใช้บ้าง โดยลืมคิดไปว่าสภาพผิวของคนเราไม่เหมือนกัน

ใช่ว่าเธอใช้ดีแล้วฉันจะต้องใช้ดีด้วย แถมบางทียังไม่ระมัดระวังใช้ยาแต้มสิวจนทำให้ตาบอด เหมือนที่คุณแม่ของเด็กคนหนึ่งเคยบอกว่า ลูกของเธอตาบอดตอนอายุ 12 ก็เพราะเกิดจากการแพ้ยาแก้สิว ที่ใช้แล้วทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียในเลือด จนทำให้ถึงกับตาบอด แต่เรื่องนี้หมอก็ยังไม่ได้ยืนยันว่า เกิดจากสารเคมีตัวไหน

แต่ที่แน่ๆ คือ การใช้ยาแก้สิวย่อมมีอันตรายแน่นอน ถ้าใช้ไม่ถูกที่ ถูกเวลา และถูกกับลักษณะผิวหนังของเรา อย่างยาแต้มสิวชนิดเจลหรือครีมที่มีส่วนผสมของเทรติโนอิน (tretinoin) จะมีกรดเรตโนอิก ซึ่งถ้าใช้แล้วไม่ถูกกับสภาพผิวจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง หน้าแดง แสบ แห้ง ลอก และทำให้เกิดอาการแพ้แดดได้ เหมือนเจลที่มีส่วนผสมของสารไอโซเทรดิโนอิน (isotreinoin) ก็มีกรดนี้และทำให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนกัน แต่ความรุนแรงน้อยกว่า

ส่วนเจลหรือครีมที่มีส่วนผสมของสารเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (benzoylperoxide/BP) ถ้าแพ้ก็จะทำให้เกิดอาการหน้าแดง แสบ และผิวแห้งเป็นขุย

นอกจากยาทาแล้ว ยังมียาทานอีกนะคะสำหรับคนที่เป็นสิวรุนแรงมากๆ ถึงขั้นอักเสบ คือยาไอโซเทรดิโนอิน ซึ่งถ้าทานเข้าไปแล้วแพ้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ อาจทำให้ริมฝีปาก รวมถึงตาแห้งและอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ภาวะไขมันในเลือดสูง การทำงานของตับผิดปกติ และยิ่งไม่ควรใช้ร่วมกับยาเตตราไซคลิน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะของน้ำในสมองสูงได้

ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ถ้ารับประทานยานี้เข้าไปอาจทำให้แท้งได้ และก็เพราะเหตุนี้แหละค่ะ ที่ทำให้วัยรุ่นบางคนที่พลาดท่าเสียทีเกิดท้องขึ้นมา แล้วอยากทำแท้งก็ไปซื้อยาแก้สิวมากินเพื่อทำให้ตัวเองแท้งลูก ดังที่นายแพทย์ สมศักดิ์ สุทัศน์วรวุฒิ อาจารย์ประจำภาควิชาสูตินรีเวช โรงพยาบาลรามาฯ กล่าวว่า
”การนำยาขับประจำเดือนมาใช้ทำแท้งมีมานานแล้วในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ส่วนใหญ่ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับที่มีข่าวเรื่องการทำยาลดความอ้วนมาใช้ในการทำแท้ง แต่ที่น่าเป็นห่วงและอันตรายมากๆ ในปัจจุบันคือ การนำยาแก้สิวมาใช้ทำแท้ง ซึ่งมียาอยู่ 1-2 ชนิดที่หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ถามแพทย์ผิวหนังทุกคนจะรู้เลยว่า เป็นยาอะไร ซึ่งการนำยามาใช้ผิดประเภท นอกจากมีความเสี่ยงสูงที่จะตกเลือดแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่เด็กในท้องจะพิการด้วย”
เห็นไหมคะว่า ยาแก้สิวใช่จะมีแต่คุณ แต่ยังมีโทษมหันต์ เพราะฉะนั้นถ้าอดรนทนสิวบนใบหน้าไม่ไหว อยากจะใช้ยาทาหรือยาทาน ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือควรใช้ยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น เพราะยารักษาสิวมีหลายชนิด ถ้าใช้ไม่ถูกอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ


ปลอดภัยไร้สิว

ด้วยวิธีง่ายๆ แค่ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ (ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว) กับน้ำสะอาดวันละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะการใช้สบู่ล้างหน้ามากเกินไปอาจทำให้เกิดสิวได้ และไม่ควรถูหน้าแรงๆ

หรือจะประคบหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดๆ วันละประมาณ 20-30 นาที โดยเฉพาะกับคนที่เป็นๆ หายๆ เรื้อรัง เป็นสิวหัวแดงหรือตุ่มหนองควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีผลต่อผิวหนังและต่อมไขมัน เช่น ครีมบำรุงผม ครีมนวดหน้า ครีมแก้รอยเหี่ยวย่นที่มีสเตียรอยด์ผสม ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรเลือกครีมที่มีความชุ่มชื้น พยายามอย่าเครียด อย่าวิตกกังวลต่อเรื่องต่างๆ เพราะอาจทำให้สิวเห่อได้


(update 9 สิงหาคม 2005)
[ ที่มา.. kids & family ปีที่ 10 ฉบับที่ 112 กรกฎาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600