กินเพื่อสวย


ไม่รู้เป็นเพราะผู้คนยุคใหม่สนใจเรื่องความสวยความงามกันมากขึ้นหรืออย่างไร บทบาทของอาหารหรือโภชนาการเพื่อความงาม จึงได้รับการกล่าวขานถึงยิ่งวันก็ยิ่งมากขึ้น หากจะว่าไปแล้วประเด็นเรื่องกินอย่างไรให้สวย ไม่ใช่เพิ่งมาพูดกัน เนื้อเพลงลูกทุ่งเก่าๆ กล่าวถึงกินอะไรจึงได้สะได้สวยกันมานานนักหนาแล้ว

กินให้สวยส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับอวัยวะในร่างกายสี่ส่วนคือ ผิว ผม เล็บและดวงตา อาหารที่บริโภคแล้วช่วยบำรุงสี่อวัยวะที่ว่านี้ได้ จึงเท่ากับเป็นอาหารบำรุงความสวย ขอเริ่มกันที่อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดก่อนก็แล้วกัน นั่นคือ


ผิวหนัง

ผิวไม่ใช่ว่าจะทำหน้าที่แค่ปกป้องร่างกายหรือสร้างความอบอุ่นให้เท่านั้น ยังทำหน้าที่ทางด้านความสวยงาม สร้างแรงดึงดูดทางเพศ รวมทั้งรับความรู้สึกสัมผัสด้วย หน้าที่ประการหลังนี้หากผิวยังทำงานด้านนี้ได้ดี ก็เท่ากับว่ามันช่วยเสริมเรื่องเพศให้เป็นปกติอีกต่างหาก

คนเราพอแก่แล้วสุขภาพผิวหนังมักไม่สมบูรณ์เหมือนเมื่อครั้งเป็นหนุ่มสาว ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่นไม่เต่งตึง ส่งผลให้ความรู้สึกสัมผัสของผิวหนังเสื่อมสภาพตามไปด้วย ดังนั้น ผิวหนังหากมีความสมบูรณ์ ย่อมช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทใต้ผิวหนังได้ ทั้งช่วยทำให้เส้นเลือดหล่อเลี้ยงไปได้ทั่ว โปรตีนใต้ผิวหนังเมื่อมีความสมบูรณ์ ก็ย่อมดึงน้ำไว้ได้มากทำให้ผิวชุ่มชื้น ใครอยากจะมีผิวหนังที่สมบูรณ์ หรือไม่เสื่อมสภาพมากนัก ก็ต้องดูแลผิวหนังไว้ให้ดีตั้งแต่หนุ่มสาว จะไปเริ่มตอนอายุมากเห็นทีจะสายเกินไปหน่อย

คนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าผิวจะเหี่ยวย่นต่อเมื่อมีอายุมากขึ้น คิดว่านี่คือสัจธรรมจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น ทำให้ไม่ค่อยได้ระมัดระวังสุขภาพของผิวพรรณสักเท่าไหร่ ก็จริงอยู่หรอกที่ว่าคนเราพอแก่แล้วผิวหนังจะเหี่ยวย่นไม่สมบูรณ์ แต่หากเราดูแลผิวหนังของเราไว้ให้ดี ความเหี่ยวย่นย่อมมาเยือนช้าลง คนชราบางคนอายุเกินเลขเจ็ดเข้าเลขแปดแล้ว ผิวยังเต่งตึงคล้ายหนุ่มสาว ในขณะที่คนบางคนอายุแค่เลขสี่เท่านั้น ผิวหนังกลับเหี่ยวย่นอย่างกับคนแก่ นั่นคือข้อพิสูจน์ว่า คนเราสามารถรักษาผิวพรรณให้สมบูรณ์อยู่ได้

ก่อนที่จะไปดูว่าอาหารที่ช่วยบำรุงผิวมีอะไรบ้าง คงต้องมาดูว่า ผิวหนังมีองค์ประกอบเป็นอย่างไร และจะถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพได้อย่างไร เมื่อรู้แล้วค่อยมาดูว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ช่วยลดความเสื่อมสลายเหล่านั้น เริ่มที่องค์ประกอบของผิวหนังกันก่อนก็แล้วกัน

อยากรู้ว่าผิวหนังของเราประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ขอให้ดูเนื้อหมูสามชั้นเป็นตัวอย่าง หมูสามชั้นมีเนื้อแดงประกบด้วยหนังหมูที่อยู่ข้างบน ไขมันอยู่ข้างล่าง หนังด้านบนเป็นไขมันเสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นไขมันกลุ่มฟอสโฟลิปิดและคอเลสเทอรอลเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตร่วมอยู่บ้าง การที่มันมีคอเลสเทอรอลอยู่มากนี่เองที่ทำให้นักโภชนาการแนะนำให้เลี่ยงการบริโภคหนังสัตว์ หากอยากจะลดคอเลสเทอรอล

ไขมันชั้นล่างสุดคือ ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันกลุ่มเดียวกับไขมันสัตว์และพืชที่เอามาใช้ทอดอาหาร เป็นไขมันกลุ่มให้พลังงาน ร่างกายสะสมไขมันกลุ่มนี้ไว้เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงาน รวมทั้งใช้เป็นตัวปกป้องอวัยวะที่อยู่ถัดเข้าไปภายใน อยากจะมีผิวหนังที่สมบูรณ์จึงต้องบริโภคไขมันให้เหมาะสมอย่าให้มากเกินไป ขณะเดียวกันก็อย่าให้มีไขมันน้อยจนเกินไปด้วยเพราะจะทำให้ไม่มีไขมันไว้สร้างความสมบูรณ์ของผิวหนัง

สำคัญที่สุดคือ ชั้นของโปรตีนหรือกล้ามเนื้อตรงกลาง ซึ่งทำหน้าที่หลักในการเป็นโครงสร้างผิว เป็นตัวสร้างความสมบูรณ์ เป็นฐานของรากเส้นขน เส้นผม เป็นตัวส่งเสริมการทำงานของเส้นประสาท ช่วยพยุงผิวหนังไว้ สร้างความแข็งแรงหรือที่เรียกกันว่าทำให้ผิวเฟิร์มนั่นแหละ

บริเวณกล้ามเนื้อหรือส่วนของเนื้อที่ว่านี้มีเซลล์กล้ามเนื้อประกอบอยู่มาก ขณะเดียวกันก็มีโปรตีนอีกสองกลุ่มที่ทำหน้าที่ค้ำยันโครงสร้างของผิว เป็นโปรตีนที่เรียกกันว่า คอลลาเจนและอิลาสติน โปรตีนทั้งสองกลุ่มนี้จัดว่าเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เพราะมีกรดอะมิโนไม่ครบถ้วน แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

คอลลาเจนเป็นสายของกรดอะมิโนสามเส้นพันกันเป็นเกลียว ทอดยาวไปตามผิว ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ผิวหนัง ในขณะที่อิลาสตินเป็นสายกรดอะมิโนเหมือนกันที่ทำหน้าที่ค้ำยันคอลลาเจนไว้ ผิวหนังยืดหยุ่นได้ก็เพราะการทำหน้าที่ของอิลาสตินนี่เอง

คอลลาเจนและอิลาสตินแทรกอยู่ในเนื้อ แต่เราจะพบโปรตีนสองกลุ่มนี้ได้ง่ายๆ บริเวณชั้นของผิวด้านบนกับเนื้อตรงกลาง สังเกตที่หนังหมูก็คงได้ หากมองลงไปใต้ชั้นผิวหนังก่อนถึงเนื้อแดงจะเห็นเป็นเนื้อสีขาวๆ ขุ่นๆ เชื่อมระหว่างหนังกับเนื้อแดง นั่นล่ะคือคอลลาเจน จะดูในเนื้อวัวหรือเนื้อแพะเนื้อแกะก็จะเห็น แต่มีไม่มากเท่าเนื้อหมู

หากฝานเอาชั้นคอลลาเจนมาผ่านกระบวนการบางอย่างมีการใช้ด่างหรืออาจใช้กรดย่อย จะได้อาหารประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า เจลาตินหรือเยลลี ไว้กินกับไอศกรีมหรือผสมอาหารมากมายหลายอย่าง ทางอุตสาหกรรมอาหารเขาใช้เจลาตินไว้ใช้เป็นสารเพิ่มความเหนียว ทำให้อาหารคงรูป นอกจากนี้ยังเอามาใช้ทำแคปซูลยาได้ดี

สุขภาพของคอลลาเจนสำคัญมากต่อคุณภาพของผิว หากต้องการที่จะมีผิวหนังที่สวยงามสมบูรณ์ ก็ต้องพยายามรักษาคอลลาเจนไว้ให้มีปริมาณมากพอที่จะค้ำยันผิวหนังไว้ให้ได้ นอกจากนี้มันยังเป็นตัวที่ช่วยดึงน้ำไว้ รอบๆ คอลลาเจนมีน้ำอยู่สูง ผิวหนังจึงชุ่มชื้น เพราะมีน้ำอยู่มาก หากคอลลาเจนสูญเสียไป มันจะทำให้ผิวบริเวณนั้นทรุดตัวลง กลายเป็นความเหี่ยวย่นของผิวหนังด้านบนอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ เจ้ากรรมก็คือ คอลลาเจนถูกทำลายได้ค่อนข้างง่าย ตัวที่ทำลายคอลลาเจนคือ อนุมูลอิสระเจ้าเก่านั่นเอง

อยากจะมีผิวหนังที่สมบูรณ์ ก็ต้องรักษาคอลลาเจนไว้ให้ได้ จึงต้องหาหนทางเสริมคอลลาเจน และทำลายอนุมูลส่วนเกินที่จะเข้าไปทำลายคอลลาเจน การบริโภคอาหารประเภทโปรตีน กรดอะมิโนที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน รวมทั้งบริโภคสารต้านอนุมูลอิสระ จึงกลายเป็นความจำเป็น


>> อ่านต่อ 1 2 3 4


(update 4 มีนาคม 2005)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13-14 ฉบับที่ 654-660วันที่ 13 - 30 ม.ค. 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600