ธนาคารเลือดจากรก (Cord Blood Bank)


คงไม่มีคุณแม่คนไหนไม่รู้จัก “รก” เพราะหลังจากลูกคลอดออกมาแล้ว รกก็คลอดตามด้วย ขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์ “รก” จะเป็นเสมือนแหล่งอาหารที่สำคัญ ปัจจุบันนอกจากประโยชน์นี้แล้ว เรายังพบว่าเลือดที่อยู่ในรกนี้มีคุณค่ามหาศาลที่จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจากโรคต่างๆ ได้ถึง 70 กว่าโรค


เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem Cell)

โดยปกติในเลือดที่เหลืออยู่ในสายสะดือส่วนที่ติดกันกับรก ซึ่งจะถูกตัดทิ้งไปพร้อมกับรก จะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก ซึ่งเปรียบเสมือนกับไขกระดูก กล่าวคือเป็นแหล่งที่อุดมด้วยเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem Cell) ซึ่งเป็นแม่พิมพ์ในการสร้างเม็ดเลือดและระบบภูมิคุ้นกัน

โดยที่เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem Cell) จะแบ่งตัวและเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดเลือดแดง (ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย) เม็ดเลือดขาว (ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค) และเกล็ดเลือด (เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว) ซึ่งจะไหลเวียนหล่อเลี้ยงร่างกายของมนุษย์

เลือดจากรก (Umbilical cord blood) สามารถให้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Hematopoietic stem cell) เพื่อนำไปปลูกถ่ายรักษาผู้ป่วยโรคไขกระดูก โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็กได้

เดิมการปลูกถ่ายมักใช้ไขกระดูก (Bone marrow) จากบุคคลอื่นที่มี Histocom palibility loci antigens (HLA) เข้ากันได้ แต่ด้วยความจำกัดในการหา HLA – matched donor Cord blood เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกจึงได้รับความสนใจ มากขึ้นในปัจจุบัน และจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในอนาคต เพราะข้อดีของ Cord blood มีหลายประการ คือ พบอุบัติการณ์ของ Graft versus host disease (GVHD) (การต่อต้านกับสารแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย) ต่ำ หาได้ง่าย และควบคุมการติดเชื้อได้ดี

ความสำเร็จของการปลูกถ่าย Core blood หรือเซลล์เม็ดเลือดแดงจากรก ขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์ที่มีนิวเคลียส (Nucleated cells) ที่ได้ ดังนั้น วิธีการเก็บเพื่อให้ได้จำนวนเซลล์มากที่สุด และปลอดภัยทั้งสำหรับมารดาและทารกในครรภ์ จึงมีความสำคัญอันยิ่งยวดต่อความสำเร็จในการรักษาโรคทางไขกระดูกให้หายขาด

ซึ่งขบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดเริ่มใน Yolk sac หรือแหล่งอาหารในระยะแรกของตัวอ่อน แหล่งสำคัญในระยะต่อมาคือ ตับ แล้วจึงเป็นไขกระดูกในที่สุด ขณะคลอดถึงแม้ว่า เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Stem Cells) ส่วนมากจะเคลื่อนไปอยู่ในไขกระดูกเรียบร้อยแล้ว ยังมีบางส่วนที่ยังไหลเวียนภายในเลือดของสายสะดือทารกและรก โดยหลังจากคลอดทารกเรียบร้อยแล้ว สูติแพทย์จะทำการผูกสายสะดือทารกแล้วจึงหนีบ (Clamp) และตัดสายสะดือระหว่างที่ผูกกับ Clamp และส่งทารกให้กุมารแพทย์หรือสูติแพทย์ดูแลเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มดำเนินการเก็บเลือดจากสายสะดือตามขั้นตอน

การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกหรือเลือดจากรกเป็นขั้นตอนที่ง่ายและปลอดภัย คือหลังจากที่ลูกคุณแม่คลอดอย่างปลอดภัยแล้ว คุณหมอจะทำการผูกและตัดสายสะดือตามปกติ หลังจากนั้นก่อนที่จะทิ้งรก คุณหมอจะเก็บเลือดที่ยังคงเหลือในสายสะดือ โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการคลอดตามปกติแต่อย่างใด (เลือดจากรกที่เก็บไปนั้นโดยปกติจะถูกทิ้ง) หลังจากได้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกตามปริมาณที่เหมาะสมแล้ว จะนำไปแช่แข็งในถังไนโตรเจน (อุณหภูมิ –196 องศาเซลเซียส) เลือดตัวอย่างจากเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกจะถูกนำไปตรวจการติดเชื้อ และ HLA เมื่อ HLA ของผู้ป่วยและเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกที่ได้จากการรับบริจาคตรงกันแล้ว จึงนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยต่อไป


ขั้นตอนการเก็บ

วิธีการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก แบ่งออกเป็น 3 วิธีดังนี้

1. การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกหลังรกลอกตัว
2. การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกก่อนรกลอกตัว โดยการคลอดปกติ
3. การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกก่อนรกลอกตัว โดยการผ่าท้องทำคลอด

ความสมบูรณ์ของแม่

คุณแม่สามารถบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรกได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตั้งแต่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ตั้งครรภ์เดี่ยว มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 37 สัปดาห์ขึ้นไป ผ่านการตรวจกรองการติดเชื้อ เช่น เชื้อซิฟิลิส ตับอักเสบ บี ซี และโรคเอดส์ โดยให้ผลเป็นลบ (ไม่ติดเชื้อ) ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะให้กำเนิดลูกที่ผิดปกติ และน้ำหนักของทารกโดยประมาณไม่ต่ำกว่า 2,500 กรัม

แต่ถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นพาหะของโรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมียทั้งสองฝ่าย ทารกจะมีอัตราเสี่ยงเป็นโรคสูง ทางแพทย์จะไม่รับบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก แต่ถ้าเป็นเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็สามารถรับบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกได้ครับ


ขั้นตอนการบริจาค

สำหรับขั้นตอนการรับบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก จะเริ่มโดยแพทย์จะให้ข้อมูล เรื่องการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกแก่คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ โดยคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ จะได้รับการร้องขอจากแพทย์ให้กรอกรายละเอียดในหนังสือแสดงความยินยอมการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก เพื่อการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตให้กับผู้ป่วย เมื่อถึงวันคลอด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก

จะเห็นว่าประโยชน์ของเลือดจากรกคุณแม่มีมากมายมหาศาล คุณแม่สามารถเก็บเลือดจากรกไว้ใช้ในโอกาสหน้า เผื่อลูกอาจมีโรคที่ต้องการใช้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งความคุ้มค่าในการเก็บโดยคุณแม่ไม่ต้องเพิ่มขั้นตอน ในการคลอดนี้เหลือที่จะคณานับ

ถ้าคุณแม่ต้องการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก หรือต้องการรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต หรือศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทยได้ หรือที่หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หมายเลขโทรศัพท์ 0 2256 4824, 0 2256 4830


เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากรก..
สามารถนำไปช่วยผู้ป่วยในกลุ่มโรคดังต่อไปนี้
  • Acute Leukemias (มะเร็งเม็ดโลหิตขาวชนิดเฉียบพลัน)
  • Chronic Leukemias (มะเร็งเม็ดโลหิตขาวชนิดเรื้อรัง)
  • Myelodysplastic Syndromes
  • Stem Cell Disorders
  • Myeloproliferative Disorders
  • Lyphoproliferative Disorders
  • Phagocyte Disorders
  • Inherited Metabolic Disorders (โรคทางระบบพันธุกรรมผิดปกติ)
  • Histiocytic Disorders
  • Inherited Erythrocyte Abnormalities (โรคทางระบบพันธุกรรมเม็ดโลหิตแดงผิดปกติ)
  • Inherited Immune System Disorders (โรคทางระบบพันธุกรรมภูมิคุ้มกันผิดปกติ)
  • Other Inherited Disorders
  • Inherited Platelet Abnormalities
  • Plasma Cell Disorders (มะเร็งเม็ดโลหิต)
  • Other Malignancies (มะเร็งชนิดต่างๆ)

(update 18 พฤษภาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 257 มิถุนายน 2547 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600