แค่ลำพังมีอาการไทรอยด์เป็นพิษก็คงมีเรื่องให้กังวลใจมากพออยู่แล้ว แต่หากมีอาการเหล่านี้ในช่วงที่ตั้งครรภ์
หลายท่านคงยิ่งกังวลใจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แล้วจะต้องดูแลรักษาตัวอย่างไรจึงจะปลอดภัยทั้งแม่และลูก
นี่ล่ะคือข้อมูลอันดับต้นๆ ที่แม่อยากรู้
Case 1
คุณบอบบาง อายุ 26 ปี พนักงานขายบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อ 4 ปีก่อนเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย
ใจสั่น ขี้ร้อน กินเก่ง แต่ผอมลง หลังจากได้ไปตรวจกับคุณหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
คุณหมอให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ ได้ให้ยามารับประทานและนัดไปตรวจเป็นระยะๆ
ในช่วงแรกๆ คุณบอบบางก็ไปพบคุณหมอตามนัดเป็นอย่างดี แต่ในระยะหลังไม่ค่อยได้ไป
และรับประทานยาก็ไม่ค่อยสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน เนื่องจากงานยุ่งแต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
คุณบอบบางเริ่มตั้งครรภ์แรกเมื่อประมาณ 8 เดือนก่อน จึงไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
คุณหมอตรวจแล้วพบว่าคุณบอบบางมีอาการของโรคไทรอยด์เป็นพิษร่วมด้วย เช่น มีอาการมือสั่น
ใจสั่นเล็กน้อย ได้แนะนำการปฏิบัติตัว ให้ยาบำรุงเลือด และยารักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษมารับประทาน
รวมทั้งได้นัดคุณบอบบางมาตรวจติดตามต่อ แต่คุณบอบบางก็ยังคงปฏิบัติเช่นเดิม คือรับประทานยาบ้าง
ไม่รับประทานบ้าง และไปฝากครรภ์ก็ไม่ค่อยจะตรงตามนัด ด้วยเหตุผลเดิมๆ
2 วันก่อนมาโรงพยาบาล คุณบอบบางรู้สึกว่าลูกไม่ดิ้นประมาณ 1 วัน ร่วมกับมีอาการปวดศีรษะมากจึงได้มาพบคุณหมอ
ซึ่งภายหลังการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ คุณหมอพบว่าลูกในครรภ์เสียชีวิตแล้ว ส่วนการตรวจร่างกายพบว่า
คุณบอบบางมีความดันโลหิตสูงกว่าปกติด้วย
จากการตรวจพบดังกล่าว คุณหมอจึงได้รับคุณบอบบางไว้ในโรงพยาบาล
และได้ให้ยากระตุ้นให้มีการเจ็บครรภ์ซึ่งภายหลังให้ยาประมาณ 10 ชั่วโมง
คุณบอบบางก็คลอดบุตรออกมาเป็นเด็กชาย ซึ่งเสียชีวิตแล้ว น้ำหนักแรกเกิดประมาณ 1,300 กรัม
คุณหมอได้ให้การดูแลรักษาคุณบอบบางในโรงพยาบาลต่ออีก 3 วัน ก็สามารถให้คุณบอบบางกลับบ้านได้
Case 2
คุณร่วมใจ อายุ 30 ปี เป็นสมุห์บัญชีธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง
เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษมานานประมาณ 3 ปี รับประทานยารักษาโรค
และไปรับการตรวจตามที่หมอนัดอย่างสม่ำเสมอ ตลอดเวลาดังกล่าวไม่มีอาการผิดปกติอะไร
คุณร่วมใจคุมกำเนิดด้วยยาเม็ดคุมกำเนิดมาตลอด เพิ่งจะปล่อยให้ตั้งครรภ์ในปีนี้
ภายหลังหยุดยาคุมกำเนิดไม่นานก็ตั้งครรภ์และได้ไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง
คุณหมอที่ดูแลได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว รวมทั้งให้ยารักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษไปรับประทานอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งได้นัดคุณร่วมใจมารับการเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์เป็นระยะๆ
เพื่อประเมินว่าโรคมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและต้องปรับยาในการควบคุมโรคหรือไม่
คุณร่วมใจได้ให้ความร่วมมือในการฝากครรภ์กับคุณหมอเป็นอย่างดี รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
และผลการตรวจเลือดทุกครั้งพบว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาโดยตลอด
คุณร่วมใจคลอดบุตรปกติและครบกำหนดขณะตั้งครรภ์ได้ประมาณ 38 สัปดาห์
ได้ลูกชายน้ำหนักแรกเกิด 2,900 กรัม แข็งแรงดี คุณร่วมใจและลูกสามารถกลับบ้านได้หลังคลอด ประมาณ 3 วัน
ผู้ป่วยทั้งสองรายข้างต้นมีผลของการคลอดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ขณะที่คนหนึ่งได้ลูกมาชื่นชม
แต่อีกคนกลับสูญเสียลูกไปอย่างน่าเสียดาย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นทั้งที่ก็เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษตอนตั้งครรภ์เหมือนๆ กัน
ลองติดตามดูนะครับ
ทำความรู้จักต่อมไทรอยด์
ต่อมไทรอยด์เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าและบนลูกกระเดือก
โดยปกติจะคลำไม่พบยกเว้นแต่จะมีความผิดปกติหรือเกิดโรคขึ้น ต่อมนี้มีหน้าที่สร้างสารเคมี
หรือฮอร์โมนที่เราเรียกชื่อว่า ไทร็อกซิน ซึ่งการที่ต่อมไทรอยด์จะสร้างสารไทร็อกซินที่ว่านี้มากน้อยเพียงใด
จะถูกกำกับการสร้างหรือบังคับบัญชาโดยต่อมอีกต่อมหนึ่งซึ่งเรียกว่า ต่อมใต้สมอง (เนื่องจากมันมีตำแหน่งอยู่บริเวณใต้สมอง)
เจ้าต่อมใต้สมองนี้ก็เช่นกันไม่ใช่นึกจะสั่งให้ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนไทร็อกซินมากน้อยเพียงใดก็สั่งได้ตามอำเภอใจ
แต่จะสร้างในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้น
หน้าที่ของฮอร์โมนไทร็อกซิน ?
ฮอร์โมนไทร็อกซินที่สร้างจากต่อมไทรอยด์จะไหลเวียนไปในกระแสเลือดแล้วจะไปควบคุม
และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ หลายอย่าง เช่น ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
อัตราการเต้นของหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยการเจริญเติบโตของร่างกายโดยเฉพาะของลูกในท้อง
จะเห็นได้ว่าหน้าที่ของฮอร์โมนนี้เกี่ยวข้องกับการทำงานหลายอย่างเลยทีเดียว
ลักษณะของไทรอยด์เป็นพิษ
คนที่เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษก็คือคนที่ต่อมไทรอยด์ของผู้นั้นมีการสร้างฮอร์โมนไทร็อกซินมากกว่าปกติ
ซึ่งก่อให้เกิดความผิดปกติหลายอย่าง เช่น รับประทานอาหารเก่ง แต่กลับผอมลง มือสั่น ใจสั่น ขี้ร้อน
ประจำเดือนมาน้อยเหมือนรายของคุณบอบบางที่ยกมาเป็นตัวอย่าง
ถ้าเปรียบเทียบร่างกายของคนเรากับรถยนต์ คนที่เป็นโรคนี้ก็เหมือนกับรถที่ติดเครื่องอยู่ตลอดเวลา
โดยไม่มีเวลาดับเครื่อง จึงเกิดการสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังจะเห็นได้จากการกินจุแต่ผอมลง
เครื่องยนต์ที่ทำงานตลอดเวลาก็เหมือนกับอาการมือสั่น ใจสั่น หรือขี้ร้อนที่ผู้ป่วยมีอาการนั่นเอง
ถ้าผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ไม่ได้รับการรักษาที่ดีพออาจเกิดอาการรุนแรงจนช็อกได้เหมือนกับรถยนต์
ที่ไม่ดับเครื่องแล้วเครื่องร้อนจนระเบิด
รักษาอย่างไร ?
แม้กระทั่งปัจจุบันเราก็ยังไม่ทราบว่าโรคนี้เกิดขึ้นมาไดอย่างไร ดังนั้น การรักษาที่ต้นเหตุจึงยังทำไม่ได้
วิธีการรักษาที่ทำกันก็คือ หายาหรือสารที่เมื่อผู้ป่วยได้รับเข้าไปแล้วสามารถไปออกฤทธิ์ต้านไม่ให้ฮอร์โมนไทร็อกซินทำงานมากเกินไป
ยาที่มีใช้ในประเทศไทยในปัจจุบันมี 2 ชนิดคือ ยาที่ชื่อว่า พีทียู (ย่อมาจากคำว่า Propylthiouracil) และเมทิมาโซล (Methimazole)
ซึ่งพบว่าส่วนมากได้ผลดี ผู้ป่วยสามารถกลับมาเป็นปกติได้ แต่ปัญหาที่มีก็คือ ยังสรุปไม่ได้ว่าผู้ป่วยจะต้องได้รับยาไปนานเท่าไร
จึงจะเลิกใช้ยาได้ บางคนภายหลังการรักษาไม่นานก็หายขาดเลย บางคนรักษาหายแล้วก็กลับมาเป็นใหม่
ในขณะที่บางคนต้องกินยาไปเรื่อยๆ
การตั้งครรภ์กับไทรอยด์เป็นพิษ
เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่จะต้องการสารอาหารมากขึ้นเพื่อใช้สร้างพลังงานในการเลี้ยงตัวเองและลูกในท้อง
แต่ถ้ามีโรคไทรอยด์เป็นพิษร่วมด้วย พลังงานที่ได้จากอาหารส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเผาผลาญทิ้งเล่น
ทำให้ทั้งแม่และลูกมีโอกาสเกิดปัญหาได้ สำหรับแม่ก็มักจะมีอาการผิดปกติเหมือนกับคนที่ไม่ท้อง
เช่น เหนื่อยง่าย มือสั่น ใจสั่น แต่สำหรับลูกแล้วอาจจะมีปัญหาได้มากมายแล้วแต่ความรุนแรงของโรค
เช่น อาจจะแท้งลูกตัวเล็ก คลอดก่อนกำหนด หรือรุนแรงถึงขนาดลูกตายในครรภ์ เช่น เดียวกับรายของคุณบอบบาง
ดังนั้นเมื่อตั้งครรภ์คุณแม่ที่เป็นโรคนี้จึงมักจะต้องได้รับการดูแลจากคุณหมอเป็นอย่างดี
เพื่อที่จะให้ยาควบคุมระดับฮอร์โมนไทร็อกซินไม่ให้มากเกินไปจนเกิดปัญหาต่างๆ ดังกล่าว
จากตัวอย่างผู้ป่วยทั้ง 2 ราย จะเห็นได้ว่าคุณบอบบางได้รับการดูแลรักษาไม่ดีเลย
ซึ่งผลดังกล่าวทำให้ต้องเสียลูกไปอย่างที่ไม่ควรจะเสีย ส่วนคุณร่วมใจซึ่งให้ความร่วมมือในการดูแลรักษาอย่างดี
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือลูกน้อยที่สมบูรณ์แข็งแรงตามที่ปรารถนา
อย่าลืมว่า...
- โรคไทรอยด์เป็นพิษยังไม่สามารถรักษาให้หายได้แน่นอน แต่สามารถควบคุมให้เป็นปกติได้
- คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ อาจทำให้ลูกในครรภ์มีปัญหาได้หลายประการ
เช่น แท้งบุตร ลูกตัวเล็ก คลอดก่อนกำหนด และตายในท้องได้
- การฝากครรภ์และรับประทานยาควบคุมโรคที่ดีสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดจากโรคนี้ได้
ขอให้คุณแม่ทุกคนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษจงโชคดี ปราศจากสารพัดปัญหาเวลาตั้งท้องนะครับ
(update 28 ตุลาคม 2005)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 10 ฉบับที่ 116 มิถุนายน 2548]
|