รู้จักฟังคนอื่นบ้าง


สิ่งจำเป็นในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่อยู่ร่วมกับผู้อื่น
และชีวิตการทำงานในอนาคต

เคยไหม...
... เซ็งสุดๆ คู่สนทนาของเราจ้อไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ไม่เว้นวรรคฟังคนอื่นพูดบ้าง คราวหน้าต้องคอยหลบยายนี่ให้ดี

... จะบ้าตาย เจ้านายเอาแต่สั่งๆๆๆ เพื่อนร่วมงานก็นึกว่าข้าแน่คนเดียว ไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่นเลย แล้วไงล่ะ... ทีมงานลาออกเป็นแถว

... กรี๊ด !! พ่อตัวดีที่บ้านสาธยายแต่ความคิดของตัว คนอื่นพูดอะไรผิดหมด ทนไม่ได้เมื่อไหร่ บ้านแตกแน่

... โอ๊ย ปวดเฮด !! เจ้าตัวแสบไม่เคยฟังแม่พูดจบประโยค เดินหนีท่าเดียว แล้วยังงี้จะสั่งสอนอะไรกันได้ละเนี่ย แหม... ไอ้การหยุดฟังคนอื่นบ้างนี่มันยากเย็นนักหรือไง
แน่นอนว่าเป็นใครถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ย่อมอึดอัดคับข้องใจ เพราะเราทุกคนต่างอยากให้คนอื่นรับฟังเราบ้างทั้งนั้น

แต่ก็น่าแปลกว่าหาคนที่ชอบรับฟังคนอื่นได้ยากเต็มที แม้แต่คนใกล้ชิดกัน ที่กลายเป็นคน “ใกล้ตัวที่ไม่รู้ใจ” ไปซะนี่

”การรู้จักรับฟังคนอื่น” เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น นับตั้งแต่ในบ้าน สามี-ภรรยา จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างราบรื่นผาสุกหากรู้จักรับฟังซึ่งกันและกัน ในที่ทำงาน เจ้านายรับฟังความคิดเห็นลูกน้อง ก็จะได้งานที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนร่วมงานรับฟังซึ่งกันและกัน ก็จะเป็นทีมเวิร์กที่ดี ด็กรับฟังผู้ใหญ่ก็จะได้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ผู้ใหญ่รับฟังเด็ก ก็จะไม่เกิดช่องว่างระหว่างวัย

การรู้จักรับฟังคนอื่นทำให้คนเราอยู่ร่วมกันในโลกที่มีความแตกต่างหลากหลายได้อย่างดี เพราะ...

การรู้จักฟังผู้อื่น...
  • เป็นการแสดงว่าเราเคารพ ให้เกียรติผู้อื่น

  • เป็นการเรียนรู้เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างหลากหลายที่มีในสังคม ได้มากกว่าคนที่ไม่ยอมรับฟังผู้อื่น

  • เป็นการลดความขัดแย้งในหมู่คนที่มีความคิดแตกต่างหลากหลาย

  • เป็นส่วนหนึ่งของทักษะในการแก้ปัญหา คนที่รู้จักรับฟังผู้อื่นจะไม่หุนหันพลันแล่นในการแก้ปัญหา หรือด่วนสรุปตัดสินคน ตัดสินปัญหาด้วยลำพังความคิดของตัวเอง

  • เป็นลักษณะของคนใจกว้าง ซึ่งมักเป็นคำใช้คู่กันว่า “เป็นคนใจกว้างรับฟังผู้อื่น”

  • เป็นการแสดงวุฒิภาวะของคนคนนั้นด้วย

แต่ต้องขอบอกว่า การรู้จักรับฟังผู้อื่นเป็นเรื่องยาก แม้แต่ผู้ใหญ่หลายๆ คนก็ยังทำใจรับฟังคนที่คิดแตกต่างจากตัวเองได้ยาก

”การรู้จักฟัง” เป็นทักษะที่ต้องฝึกหัด และควรฝึกตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ เด็กที่รู้จักฟังจะปรับตัวกับชีวิตในโรงเรียนได้ไม่ยาก จะเรียนรู้ได้ดี ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาสร้างความรำคาญใจให้เพื่อนๆ และคุณครู


ฝึกลูกให้รู้จักฟัง
  • ไม่มีเทคนิคการสอนใดจะได้ผลเท่าพ่อแม่ทำเป็นตัวอย่าง ถ้าในบ้านมีบรรยากาศของการับฟังซึ่งกันและกัน พ่อแม่รับฟังซึ่งกันและกัน พ่อแม่รับฟังลูก ไม่เพียงจะสร้างบรรยากาศสงบสุขและความสัมพันธ์ที่ดีในบ้าน เด็กๆ ยังได้เรียนรู้คุณค่าของการรับฟังผู้อื่น

  • ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การรับฟังผู้อื่นไม่ใช่แค่นิ่งฟัง หรือปล่อยให้อีกฝ่ายจ้อไปเรื่อยๆ แต่เป็นการตั้งใจฟัง และทำความเข้าใจอีกฝ่าย มีการถามกลับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด วิธีนี้เราสามารถฝึกลูกในชีวิตประจำวันได้ทุกวัย โดยชวนลูกพูดคุยเรื่องต่างๆ เช่น “วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง” ตั้งใจฟังเขาเล่า อาจจะถามกลับถึงความรู้สึกของเขา เมื่อเขาทะเลาะกับเพื่อน ถูกคุณครูว่า ฯลฯ

  • ในการรับฟังลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียน เราจะได้รู้ว่าลูกรับฟังคนอื่นหรือไม่ เช่น เมื่อลูกโกรธกับเพื่อน ลูกอาจบอกว่า “ตอนกลางวันวันนี้แน็ตเขาไม่ช่วยหนูทำงานกลุ่มเลยเอาแต่นอนหลับ” “เขาอาจจะไม่สบายก็ได้นะลูก หนูถามเขารึเปล่า” “ไม่ได้ถามค่ะ จริงด้วยเห็นเขาบ่นว่าปวดหัว แต่หนูมัวแต่โมโหก็เลยไม่ได้ฟังเขา”

  • สอนลูกให้ “ฟังให้เป็น” คือฟังแล้วเข้าใจ จับประเด็นได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อสารคืออะไร ไม่เช่นนั้น ลูกจะฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ลองอ่านเรื่องสนุกๆ ให้ลูกฟัง แล้วซักถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน หรือเวลานั่งข่าวทางทีวีด้วยกัน ทำเป็นไม่ทันฟัง แล้วให้ลูกเล่าให้ฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ไหน ใครทำอะไร อย่างไร คือใช้คำถาม What Where When Why Who กับลูก การ “ฟังเป็น” จะช่วยให้ลูกเข้าใจในเรื่องที่เรียนในชั้นเรียนดีขึ้นด้วย

  • สอนให้ลูกจับความรู้สึกและความต้องการของคู่สนทนา บางทีภายใต้อารมณ์และท่าทีที่เกรี้ยวกราดของผู้พูด ไม่ใช่ความเกลียดชังเสมอไป อาจมีความหวังดีด้วยซ้ำไป ถ้าเราตั้งใจฟังและจับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของผู้พูดได้ ก็จะทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น

  • ถ้าอยากให้ลูกรู้จักฟังเราบ้าง พ่อแม่ต้องรู้จักฟังลูกก่อนว่าเขารู้สึกนึกคิดกับเรื่องต่างๆ อย่างไร เช่น กฎเกณฑ์ที่พ่อแม่ตั้งขึ้น เรื่องเส้นทางการเรียน เรื่องที่เราเป็นห่วง เช่น การคบเพื่อน แม้สิ่งที่ลูกพูดให้ฟังจะไม่ถูกใจเรานัก ก็อย่าเพิ่งแย้ง ให้เขาอธิบายเหตุผลของเขา (ซึ่งแน่นอนว่าจะแตกต่างกับเหตุผลของพ่อแม่หน้ามือเป็นหลังมือ) พยายามเปิดใจกว้างกับมุมมอง ที่เราอาจเห็นว่าอ่อนประสบการณ์ เมื่อพ่อแม่รู้จักฟังลูก บ่อยเข้า ลูกจะเรียนรู้เองว่า คนเราต้องรับฟังซึ่งกันและกัน

ที่จริงจะว่าไปแล้ว สอนเด็กให้รู้จักฟังผู้ใหญ่ไม่ยากเท่าไร แต่ทำยังไงให้ “ผู้ใหญ่” รู้จักฟังเด็กบ้างนี่สิ... บอกได้คำเดียวว่า “ยิ่งแก่ยิ่งดัดยาก” ค่ะ


(update 13 มิถุนายน 2005)
[ ที่มา.. kids&family ปีที่ 10 ฉบับที่ 111 มิถุนายน 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600