ลีลาประสาเซ็กซ์


เขียนเรื่องอย่างว่านี้มาเกือบสิบปีแล้วครับ จนบางทีก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะเขียนเรื่องอะไรมาให้อ่านดี ตอนหลังๆ ก็เลยอาศัยน้องๆ ในกองบ.ก. นี่แหละช่วยคิดเรื่องให้ อย่างเช่นหัวเรื่องของวันนี้ พอเห็นปุ๊บก็เข่าอ่อนเลยครับ ไม่ทันได้เขียนก็เกิดอาการเหนื่อยหัวใจขึ้นมาซะแล้ว เพราะปกติแล้วจะเขียนเรื่องอย่างว่าแบบเบาๆ อย่างมากก็แค่วาบหวิว แต่ดูหัวเรื่องวันนี้ซะก่อน มันไม่หวิวแล้วครับ ถ้าอ่านแล้วเข้าข่ายเรทเอ็กซ์ ก็พยายามนึกว่ามันเป็นเรื่องทางวิชาการก็แล้วกันนะ

จะว่าไปแล้วเกิดมาเป็นคนนี่มันก็เรื่องมากกันจริงๆ นะ โดยธรรมชาติแล้วเวลามีเรื่องอย่างว่าสัตว์ร่วมโลกเราชนิดอื่น เขาก็ทำกันด้วยสัณชาตญาณการสืบพันธุ์กันทั้งนั้น มีท่าสืบพันธุ์ของเขาก็ท่าประจำของเขานั้นแหละ ลองดูเจ้าตูบแถวบ้านก็ได้ ร้อยวันพันปีมันก็ขึ้นขี่หลังด๊กด๊กของมันอย่างนั้นทุกที ไม่มีหรอกครับที่จะมาพลิกหน้าบ้าง หลังบ้าง ตะแคงบ้างให้มันวุ่นวาย หมูหมากาไก่ที่ไหนก็ขึ้นขี่หลังกันทั้งนั้น แม้กระทั่งลิงที่ดูจะใกล้เคียงคนเรามากที่สุดก็ยังไม่มีลีลาท่ามากเหมือนคนเราเลยครับ... นี่ถ้าทำให้ลิงเห็น มันคงปวดหัวกลุ้มใจในความวิตถารของคนเราแน่เลยครับ

แต่ไหนๆ เราก็เกิดมาเป็นคนกันแล้วนี่ครับ จะให้ไปเหมือนหมูหมากาไก่ได้อย่างไรล่ะ เรื่องอย่างว่าเราก็ต้องมีเอกลักษณ์เป็นวัฒนธรรมของเราเองด้วยเหมือนกัน มันถึงทำให้ต้องเอาเรื่องนี้มาคุยกันในวันนี้ยังไงครับ

เป้าหมายพื้นฐานในการมีเพศสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายก็เพื่อสืบพันธุ์ แพร่พันธุ์เท่านั้นเอง แต่คนเราเห็นว่ามันก็สนุกดีเหมือนกันนะ มีการสร้างอารมณ์ที่เกี่ยวข้องที่เรียกว่าความรัก เป็นความรู้สึกที่ทำให้หัวใจวาบหวิวมีความสุข คนเราก็เลยเห็นว่า นอกจากจะมีเพศสัมพันธ์เพื่อการสืบพันธุ์แล้ว ก็ยังทำกันเพื่อความบันเทิงได้อีกด้วย ไหนๆ ก็จะบันเทิงแล้วก็ต้องทำให้มันมีรสชาติหน่อย ทำอยู่แต่ท่าเดิมๆ มันก็ชักจะเซ็ง เลยต้องใช้จินตนาการพลิกแพลงไปหน้าบ้าง หลังบ้าง ข้างบนบ้าง ข้างล่างบ้าง พันกันยุ่งไปหมด


  • ภารตะ...ต้นตำรับ

สมัยก่อนตอนอยู่หอพักแพทย์ศิริราชริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินผ่านห้องทีวีทีไรไม่ว่ากี่โมงกี่ยามตีสามตีสี่ ชะโงกไปดูก็เห็นหนังโป๊ดูกันเป็นประจำทุกที จนจำหน้านางเอกได้หมดแล้ว หนังกี่เรื่องกี่เรื่องก็เป็นฝรั่งผมทองทั้งนั้น จนนึกว่าพวกฝรั่งเป็นต้นตำรับของเรื่องอย่างว่า แต่ที่ไหนได้เจ้าพ่อตัวจริงที่แท้ก็เป็นพวกแขกอาหรับนั่นเองครับ พวกนี้เจริญรุ่งเรืองมาก่อนพวกฝรั่ง มีการค้นคว้าวิจัยเรื่องอย่างว่ากันไว้เยอะ เวลามีเมียก็สามารถมีได้หลายๆ คน ยิ่งถ้าหากเป็นเจ้าใหญ่นายโตก็มีเมียเป็นร้อยที่เขาเรียกกันว่า ฮาเร็ม นั่นแหละครับ มีเมียเป็นร้อยวันๆ ก็ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นแล้วครับ ทำแต่อย่างว่าทั้งวัน ผ่านไปเดือนหนึ่งยังยุ่งกันได้ไม่ครบทุกคนเลย

ไหนๆ วันๆ ก็เอาดีทางเรื่องอย่างว่าแล้วก็เขียนเป็นตำราซะเลย ตอนที่เขียนตำรากามาสูตร (Kamasutra) อันลือลั่น พวกฝรั่งหัวแดงยังเป็นคนป่าอยู่เลยครับ แล้วพวกแขกพวกอาหรับนี่เขาก็ภูมิใจในความสามารถ อันพิศดารของเขามากเลยทีเดียวครับ บ้านเราเวลาไปวัดจะเห็นรอบๆ อุโบสถในวันจะเขียนเป็นเรื่องรามเกียนติ เรื่องพุทธประวัติ แต่พวกแขกพวกอาหรับเขาจะเขียนเป็นภาพลีลาท่ารักต่างๆ เต็มไปหมด ใครเคยไปเนปาลจะเห็นรอบๆ วิหารคู่บ้านคู่เมืองของเขา จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขาเรียกว่าอะไร ก็ยังมีปูนปั้นเป็นเรื่องอย่างว่ารอบวัดเลย ดูแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคึก หรือจะปลงดี


  • ลีลาไทย ไทย

จะว่าไปแล้วตำราเรื่องอย่างว่าของไทยเราก็มีนะครับ แต่ด้วยวัฒนธรรมของไทยๆ เลยไม่ค่อยมีให้เห็นกันแพร่หลายเท่าไหร่ ไปเจอเป็นเล่มเก่าๆ เปื่อยๆ แถวท่าพระจันทร์ เปิดดู โอ้โฮ...ของพี่ไทยเราก็ใช่ย่อย ลองดูชื่อของลีลาท่ารักแบบไทยๆ ดูสิ...

ธิดาเกี่ยวก้อย ลิงอุ้มแตง กระดานโต้คลื่น นกกระจอกเข้ารัง ลงเสาเข็ม ท้ามฤตยู ยิงเป้าธนู คุดคู้มองเป้า เต่าในกระดอง กระดานหก วิหกตกรัง นางยกยอ ถอนขนช้าง นางหมุนตัว พยักหน้าสู้ ล้วงคองูเห่า ว่าวเล่นลม มณโฑนั่งแท่น ขวางทางปืน มองทางเข้าถ้ำ... ที่จริงชื่อที่ว่ามานี้จะคล้องจองเล่นคำกันหมดนะครับ แต่บางชื่อดูมันหวาดเสียวเกินกว่าจะเขียนมาให้อ่านกันได้ เลยตัดทิ้งไปบ้าง แต่ละท่ายังไงบ้างก็ลองเดากันเอาเองก็แล้วกันนะ


  • ท่ามาตรฐาน

ลีลาท่ารักพื้นฐานของคนเราไม่ว่าคนไหนๆ เกือบร้อยทั้งร้อยเริ่มต้นบรรเลงก็มักจะเริ่มต้นที่ท่านี้ก่อนทุกที ท่านี้ผู้ชายจะเป็นคนกำหนดดำเนินเรื่องแต่เพียงผู้เดียว แล้วก็ต้องออกแรงแต่เพียงผู้เดียวด้วยเหมือนกัน ท่านี้ผู้หญิงจะนอนหงาย แยกขาออกจากกัน ผู้ชายคว่ำหน้าคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของฝ่ายหญิง แล้วเอาอาวุธที่มีติดตัวมาสอดเข้าทางด้านหน้า ภาษาทางเทคนิคเรียกท่านี้ว่า มิชชันนารี (Missionary position) ที่แปลว่าหมอสอนศาสนานั่นเองครับ ไม่รู้เหมือนกันว่า มาเกี่ยวข้องกับท่านี้ยังไง เอาชื่อไทยๆ ดีกว่าดูได้เนื้อหาใจความดีกว่าอีก ท่านี้ตามตำราไทยก็เรียกว่า “ท่าลงเสาเข็ม” เวลาสร้างบ้าน สร้างตึก ก็ต้องลงเสาเข็มก่อน เวลาทำอย่างว่าก็มักจะเริ่มที่ท่านี้ก่อนเป็นท่าเริ่มต้นพื้นฐาน เลยเรียกว่าท่าลงเสาเข็ม

ท่านี้ข้อดีก็คือ ผู้ชายเป็นผู้เริ่มต้น เป็นคนควบคุมเกม สามารถมองเห็นการตอบสนองของฝ่ายหญิงได้ตลอด ผู้หญิงก็มองเห็นได้ตลอดว่าผู้ชายกำลังทำอะไรอยู่ เป็นการเริ่มต้นที่ดูเร้าอารมณ์แต่ก็สอดอาวุธเข้าไปได้ไม่ลึกมาก ยิ่งหุบขายิ่งต่อต้านก็จะได้ไม่ลึกเท่าไหร่ คนอ้วนๆ ก็ไม่เหมาะกับการใช้ท่านี้ ต้นขาที่ใหญ่ๆ จะทำให้สอดใส่ได้ไม่ลึก ยิ่งผู้หญิงตัวอ้วนก็มักจะมีสามีตัวอ้วนด้วย แล้วผู้ชายตัวอ้วนก็มักจะมีจู๋เล็ก ก็เลยใส่เข้าไปได้แค่นิดเดียว ถ้าทำแล้วมันทรมานหัวใจนักก็เปลี่ยนเป็นท่าอื่นดีกว่า

ท่าพื้นฐานของคนเรานี่แปลกประหลาดจากสัตว์โลกแทบทุกชนิดเลย จะว่าไปแล้วใครๆ ก็เข้าข้างหลังกันทั้งนั้น ช้าง ม้า วัว ควาย หมู หมา กระทั่งลิง ไม่มีตัวเมียที่ไหนมานอนแผ่หลาให้เข้าทางด้านหน้าเหมือนคนเราหรอกครับ อย่าไปทำให้มันเห็นเชียว เดี๋ยวมันจะเลียนแบบเสียเอกลักษณ์ของความเป็นคนหมด


  • ท่าของคนปรารถนาลูกชาย

ท่าเข้าข้างหลังหรือท่ากระดานโต้คลื่น ท่านี้แทนที่จะเป็นท่าพื้นฐานหลักเหมือนสัตว์โลกชนิดอื่นๆ ก็เลยกลายเป็นท่าทางเลือกรองลงมา ฝ่ายหญิงจะคว่ำหน้าคุกเข่า แขนยืดยันพื้นเตียง หรือเอาแขนท้าวขอบเตียงขอบโต๊ะแล้วแต่ถนัด แต่ให้หันก้นแยกขาไปข้างหลังเป็นใช้ได้ ผู้ชายก็สอดเข้าทางด้านหลัง เอามือช่วยจับสะโพกเพื่อคุมจังหวะ หรือจะเอามือล้วงไปจับโน่นจับนี่ ตรงไหนก็ไม่มีใครห้าม ท่านี้สามารถสอดใส่อาวุธเข้าไปได้ลึก กระตุ้นความรู้สึกได้ดี ให้ความรู้สึกว่าหมดลูกถูกชนข้างในลึกๆ ในขณะเดียวกันก็สามารถปล่อยเชื้ออสุจิเข้าไปได้ลึกสุดสุดด้วย เลยเหมาะในรายที่อยากมีลูกชาย

ลองท่านี้เป็นท่าพื้นฐาน ท่าต่อเนื่องอื่นๆ ก็เอาสองท่านี้ไปดัดแปลงนิดหน่อย เช่น ออกกำลังลงเสาเข็มกันอยู่ดีๆ พอยกขาขึ้นมาพาดบ่าก็กลายเป็นท่าว่าวเล่นลม ถ้ายกขาสูงขึ้นมาอีก แล้วฝ่ายชายจับข้อเท้าเอาไว้แล้ว แยกออกกว้างๆ ก็จะกลายเป็นท่ามฤตยู คิดแล้วเหนื่อยหัวใจแทน

ท่าต่างๆ นั้นมันก็มีมากมายสุดบรรยาย ถ้าอยากจะรู้รายละเอียดแต่ละท่าลองไปหาซื้ออ่านตามร้านหนังสือใหญ่ๆ ที่ไหนก็มี ตอนไปซื้อก็ต้องหาจังหวะตอนคนน้อยๆ หน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราเซ็กซ์จัด


  • เวิร์กสุดต้องท่าธรรมชาติ

แต่จะว่าไปแล้วทำท่าไหนๆ มันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกครับ ไม่จำเป็นต้องไปเปิดตำรา มาประกอบการทำภารกิจกันให้วุ่นวาย เพราะมันดูเหมือนว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นเป็นแค่การทำกิจกรรมสนุกๆ เพื่อความสุขทางกายระหว่างคนสองคน แต่ถ้าปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ มีท่าที่เราทำแล้วถนัด ทำแล้วให้ความรู้สึกที่ดีระหว่างกัน เรียนรู้กันเองว่าเธอชอบท่าไหน เขาชอบท่าไหน ทำอะไรก็ได้ไม่ต้องไปจำชื่อท่าอะไรให้วุ่นวาย แต่ขอให้ทุกท่วงท่านั้นทำให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุด ทำให้เขาขาดใจไปพร้อมกับความสุขที่ทำขึ้นมาด้วยกันดีกว่า

หลายๆ คนมีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์ แต่รู้มั้ยว่าบางทีมันก็เป็นแค่ความสุขทางกายเท่านั้น เป็นเพียงความสุขที่ได้ปลดปล่อย เป็นความสุขที่ตัวเองได้ถึงจุดสุดยอดของเราคนเดียว

แต่ความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์ที่สูงสุดยอด ก็คือ สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ สุขใจที่ได้ทำให้คนที่เรารักมีความสุขอย่างท่วมท้น สุขใจที่ทำให้เขารู้ว่าเรารักเขามากแค่ไหน โดยไม่ต้องบอกอะไรสักคำ... จะท่าไหนมันก็ไม่สำคัญหรอกครับ ขอให้สุขทั้งกายสุขทั้งใจ ก็พอใจแล้ว


(update 4 เมษายน 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ปีที่ 9 ฉบับที่ 97 พฤศจิกายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600