พัฒนาการของเจ้าตัวน้อยวัย 2 - 4 เดือน


หลังจากออกมาผจญภัยอยู่ข้างนอกได้ 2 เดือน ตอนนี้เจ้าตัวเล็กของคุณสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ภายนอกท้องคุณแม่ได้แล้วและมีพัฒนาการในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น คุณจะมีความสุขกับการได้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนไปของลูกในทุกๆ วัน ได้เห็นลูกยิ้ม หัวเราะ คุยอ้อแอ้ ฉบับนี้เรามาดูกันค่ะว่าเจ้าตัวน้อยของคุณทำอะไรใหม่ๆ ได้บ้าง

  • พัฒนาการด้านร่างกาย
กล้ามเนื้อคอของลูกแข็งแรงขึ้นมาก เวลาที่เจ้าตัวเล็กนอนหงาย เขาจะสามารถยกศรีษะขึ้นได้เองและยกค้างอยู่อย่างนั้นได้นานขึ้น เวลาทีคุณจับมือทั้งสองข้างของลูกและค่อยๆ ดึงขึ้นมาให้อยู่ในท่านั่ง ศรีษะของลูกจะไม่หงายไปด้านหลังเพราะลูกสามารถชันคอให้ตั้งตรงได้เองแล้ว หรือเวลาที่คุณจับลูกนอนคว่ำ เจ้าตัวเล็กก้จตะพยายามใช้มือและแขนทั้งสองข้างดันตัวเองขึ้นจากเบาะและหันหน้าไปมาได้ ในช่วงแรกๆ ลูกอาจจะไม่สามารถยุงตัวอยู่ในท่านี้ได้นาน แต่กล้ามเนื่อของลูกจะมีการพัฒนาให้แข็งแรงขึ้นทุกครั้งที่เขาพยายามทำ การปล่อยให้ลูกได้พยายามทำสิ่งเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านร่างกายแล้วยังเป็นการกระตุ้รให้ลูกมีความกะตือรือร้นสนใจที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยค่ะ
  • หนูพร้อมจะพลิกตัวแล้วนะ
การที่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของลูกมีความแข็งแรงมากขึ้นและลูกสามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆ ได้ดีขึ้นจะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจที่จะทำอะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นรวมทั้งการเรียนรู้ที่จะพลิกตัวด้วย ทารกจะเริ่มพลิกตัวได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป แต่คุณไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขาจะพลิกตัวตอนไหน เมื่อไหร่ เมื่อลูกพลิกตัวได้เองเขาจะตื่นเต้นกับประสบการณ์ใหม่นี้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรปล่อยให้ลูกนอนเล่นรคนเดียวบนเตียงหรือบนพื้นต่างระดับเพราะลูกอาจจะพลิกตัวลงมาและได้รับอันตรายได้
  • มือน้อยๆ …ของเล่นชิ้นใหม่ของหนู
เจ้าตัวน้อยของคุณพบของเล่นชิ้นใหม่แล้วค่ะ! สิ่งนั้นคือมือทั้งสองของเขาเอง ลูกจะตื่นตาตื่นใจกับมือและนิ้วมือน้อยๆ ของตัวเองเป็นอย่างมากราวกับว่าเพิ่งจะพบเจอมัน ทั้งๆ ที่มันก็ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด ลูกจะใช้เวลาครั้งละนานๆ ในการนอนพินิจพิจาณานิ้วมือของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนกับว่านิ้วมือเหล่านั้นกำลังแสดงอะไรบางอย่างให้เขาดู ไม่นานลูกจะเริ่มสนุกกับการเล่นนิ้วมือตัวเอง สนุกกับการดูดนิ้ว รู้จักประกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันคล้ายๆ การตบมือ และยังชอบจ้องมองดูการกำและแบมือของตัวเองด้วย
  • เรียนรู้การควบคุมกล้ามเนื้อมือ
ในช่วงอายุ 4 เดือน ลูกจะสามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือได้ดีขึ้นมาก ลูกสามารถที่จะกำของเล่นที่คุณยื่นให้ได้ เขาจะตื่นเต้นกับการใช้มือน้อยๆ ทั้งสองข้างหยิบจับ สัมผัสสิ่งที่เขาสนใจ เช่น การใช้มือสำรวจใบหน้าเล็กๆ ของตัวเอง ใช้มือสัมผัสจมูก ปาก อย่างสนใจใคร่รู้

ลูกจะสนุกกับการใช้มือตบๆ ตีๆ ของเล่นรอบๆ ตัวบางครั้งก็พยายามที่จะหยิบจับของเล่นชิ้นนั้นขึ้นมาลูกจะตื่นเต้นมากกับการได้หยิบจับของเล่นที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของพื้นผิมสัมผัส ขนาด และรูปทรง ชิ้นหนึ่งอาจนุ่มนิ่ม บีบได้ในขณะที่อีกชิ้นหนึ่งทำจากพลาสติกแข็งและมีเหลี่ยมมุม และเมื่อหยิบขึ้นมาได้แล้ว ลูกยังไม่รู้หรอกค่ะว่าจะจัดการกับเจ้าของเล่นชิ้นนี้ยังไง นอกจากหยิบเข้าปากแล้วก็สนุกกับการลิ้มลองของเล่นชิ้นนั้น คุณจึงต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดและไม่ควรให้ลูกหยิบจับของเล่นชิ้นเล็กๆ เพราะลูกอาจจะเผลอกลืนลงไป และเป็นอันตรายได้ค่ะ
  • หนูเรียนรู้เพิ่มขึ้นทุกวัน
เจ้าตัวเล็กของคุณเริ่มเรียนรู้แล้วว่าเขาสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้เอง สิ่งนี้ถือเป็นขั้นแรกที่สำคัญในการเรียนรู้เรื่องเหตุและผล (cause and effect) นอกจากนี้ลูกยังเริ่มมีพัฒนาการมองเห็นที่สอดคล้องกับการลงมือทำด้วย ซึ่งถือเป็นขั้นแรกของพัฒนาการการทำงานประสานกันระหว่างมือและตา
  • พัฒนาการด้านการจำ
สมองของลูกช่วงวัยนี้มีการพัฒนาการมากขึ้นในระดับที่สามารถจดจำบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆ ได้บ้างแล้ว มีการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการจดจำของทารกในช่วงวัยนี้พบว่าทารกมีการเรียนรู้ที่จะทำให้ของเล่นที่แขวนอยู่เหนือเปลขยับได้โดยการใช้ขาแตะ และเมื่อเรานำของเล่นชิ้นนั้นออกไปจากเปลประมาณหนึ่งสัปดาห์จึงค่อยนำของเล่นมาแขวนที่เดิม ปารกฏว่าทารกยังจำได้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรที่จะทำให้ของเล่นชิ้นนั้นเคลื่อนไหวไปมาได้
  • พัฒนาการมองเห็น
สายตาของลูกมีการพัฒนาดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ หลังคลอด จากที่เคยมองเห็นเพียงลางๆ มาถึงตอนนี้ลูกสามารถควบคุมการมองเห็นให้ดวงตาทั้งสองข้างทำงานประสานกันในการจ้องมองของสิ่งหนึ่งได้ ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะวางอยู่ใกล้ๆ หรืออยู่ที่มุมใดมุมหนึ่งของห้องก็ตาม พัฒนาการนี้ยังเป็นตัวบอกด้วยว่าลูกเริ่มเรียนรู้เรื่องระยะห่างระหว่างตัวเองกับสิ่งของที่เขามองอยู่ ดังนั้นการทำงานประสานกันระหว่างตาและมือก็จะพัฒนาดีขึ้นตามไปด้วย

พัฒนาการนี้ช่วยให้คุณทราบว่า ลูกสามารถมองเห็นแม้แต่สิ่งของเล็กๆ อย่างเม็ดกระดุมได้อย่างชัดเจนและยังสามารถมองตามของเล่นเคลื่อนไหวที่อยู่ห่างออกไปในระยะ 2 - 3 เซนติเมตรได้ด้วย และเมื่อคุณนำของเล่นชิ้นนั้นไปแอบไว้ คุณจะสังเกตเห็นว่าสายตาของลูกจะยังคงจับจ้องอยู่ตรงบริเวณที่ของเล่นชิ้นนั้นเคยแขวนอยู่
  • หนูรู้ที่มาของเสียงด้วย
คุณจะสังเกตเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเริ่มสนุกกับการทดลองเปล่งเสียงอ้อแอ้หลายๆ เสียง จากเสียงสั้นไปสู่เสียงยาวและที่น่าสนใจก็คือลูกเรียนรู้ด้วยว่า เสียงไหนเกิดจากการทำงานประสานกันของอวัยวะใดบ้าง เช่น ลำคอ ลิ้น และต้องทำปากแบบไหนด้วย แรกๆ ที่ลูกพยายามออกเสียงนั้นเสียงนี้ให้คุณได้ยิน คุณอาจจะคิดว่าลูกอ้อแอ้ไปเรื่อยเปื่อย แต่ถ้าลองสังเกตดู คุณจะรู้ว่าลูกพยายามจะคุยตอบเวลาที่คุณพูดด้วย เขามีความสุขกับการได้พุดคุยกับคุณพอๆ กับการได้ยินเสียงอ้อแอ้ของตัวเอง
  • พัฒนาการด้านอารมณ์
ลูกน้อยเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคุณยิ้มตอบเวลาที่คุณยิ้มให้ และจะมีปฏิกิริยากับต่อสิ่งต่างๆ ที่คุณทำ เช่น ลูกจะแสดงอาการตื่นเต้นดีใจทุกครั้งที่คุณเข้ามาใกล้ๆ

หนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญที่สุดของทารกคือพัฒนาการด้านความจำ ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของลูกด้วย เวลานี้ลูกน้อยของคุณสามารถจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับคนรอบข้างได้มากทีเดียว ลูกจึงเริ่มจำได้แล้วว่าใครเป็นใคร และเขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกับแต่ละคนต่างกัน อย่างเช่น เมื่อลูกจำเสียงของคุณพ่อคุณแม่ได้ เวลาที่ได้ยินเสียงคุณแม่ ลูกก็จะแสดงท่าทีอย่างหนึ่ง ส่วนเวลาที่ได้ยินเสียงคุณพ่อ เขาก็จะแสดงท่าทางที่ต่างออกไป การที่ลูกได้ยิรเสียงคุณหรือมองเห็นคุณเดินเข้ามาใกล้อาจจะทำให้เขาหยุดร้องไห้และสงบลงในขณะที่ถ้าได้ยินเสียงคุณพ่อ อาจจะทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น เป็นต้น

เจ้าตัวเล็กของคุณเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคุณโดยใช้เสียงที่แตกต่างเพื่อแสดงอารมณ์ที่แตกต่าง จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องคอยสังเกตเสียงไหนหมายถึงอารมณ์อะไร เช่น ถ้าลูกทำเสียงอ้อแอ้พยายามคุยกับคุณ แสดงว่าลูกกำลังอยู่ในอารมณ์แจ่มใส อยากคุย อยากเล่นกับคุณบางครั้งก็ร้องกรี๊ดเสียงแหลมหรือทำเสียงกลั้วอยู่ในคอเวลาที่มีความสุข และเขายังรู้อีกด้วยว่าการร้องเสียงดังสามารถเรียกร้องความสนใจจากคุณได้ ลูกรู้ว่าเมื่อไรที่เขากรี๊ด คุณจะต้องรีบวิ่งมาหาทันที

แม้ว่าจะยังพูดไม่ได้ แต่ลูกจะพยายามจดจำคำพูดของคุณอยู่ตลอดเวลา เขาจะคอยฟังและเก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆ คุณจึงควรพูดคุยกับลูกบ่อยๆ ยิ่งคุณพูกับลูกมากเท่าไร ลูกก็จะมีพัฒนาการมากขึ้นตามไปด้วย
  • ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย
มาถึงวัยนี้เจ้าตัวเล็กของคุณมีความมั่นใจในการเข้าสังคมมากขึ้น ลูกจะไม่รู้สึกประหม่าหรือเขินอายเหมือนแต่ก่อนเขาจะโปรยยิ้มให้กับทุกคน และชบที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับตนที่เข้ามาพูดคุยด้วยไม่ว่าจะเป็นเด็กอื่น คนแปลกหน้า หรือแม้แต่คุยกับตัวเองในกระจก นอกจากเริ่มเข้าสังคมเป็นแล้ว ลูกยังเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำอีกด้วย สิ่งนี้มีความสำคัญต่อความมั่นใจในตัวเองของเขา คุณลองทำตามที่ลูกต้องการแล้วคุณจะได้เห็นบุคคลิกลักษณะเฉพาะตัวของลูกที่ค่อยๆ เผยออกมาทีละน้อย

เมื่อเจ้าตัวเล็กอายุได้ 4 เดือน คุณสามารถจัดตารางในการทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลาได้ ไม่ว่าจะเป็นเวลานอนกลางวัน เวลาพาไปเดินเล่นนอกบ้าน เวลาอาหาร เวลาอาบน้ำ และเวลาเข้านอนตอนกลางคืน

การจัดตารางเวลาทำให้ลูกสามารถคาดการณ์กิจวัตรประจำวันได้ว่าคุณจะทำอะไรต่อไปและเป็ยการสอนทำให้ลูกรู้ว่าเขาจะต้องมีแบบแผนในการดำเนินชีวิตนอกจากนี้การกำหนดเวลาที่แน่นอนยังเป็นการช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย มีความมั่นใจในตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวคุณด้วย แม้ว่าคุณจะไม่อยู่ในสายตาของลูกตลอดเวลาก็ตาม

การกำหนดเวลาสำหรับทำกิจวัตรประจำวันยังช่วยให้คุณมีเวลาส่วนตัวในการพักผ่อนหรือทำอะไรได้ตามใจ ซึ่งจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ และอาจจะพบว่ามันสามารถช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจในการทำหน้าที่คุณแม่มากขึ้นอีกด้วย

วัยทารกเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้านอย่างรวดเร็ว คุณจึงต้องคอยสังเกตและติดตามความเปลี่ยนแปลงนั้น เพื่อจะได้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้อย่างถูกต้องและถูกเวลา และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือความรักความอบอุ่นจากคุณ เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้ลูกมีความมั่นใจและพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นและเป็นการเรียนรู้ที่มีประสิธิภาพด้วยค่ะ


(update 4 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.151 February 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600