เมื่อเริ่มเข้าสู่ขวบปีที่ 2 ความสามารถในการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัวของลูกมีมากขึ้น จึงยิ่งทำให้เจ้าตัวเล็กมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ถึงตอนนี้ลูกรู้แล้วว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่คุณและสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งอื่นอีกมากมายหลายอย่างรอให้เขาได้ค้นหา หน้าที่ของคุณคือคอยช่วยเหลือสนับสนุนให้เจ้าตัวน้อยก้าวไปสู่โลกกว้างด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
โลกใหม่ของหนูเริ่มต้นแล้ว
แม้ความสนใจของลูกวัยนี้มุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อมรอบตัว แต่คุณก็ยังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับเขา เวลาที่เจ้าตัวเล็กต้องการทำอะไรด้วยตัวเอง เขายังคงต้องการการสนับสนุนจากคุณ เพื่อจะได้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อลูกเริ่มเดินได้ โลกแห่งการเรียนรู้ของเขาจะขยายกว้างออกไปอย่างมากทุกอย่างที่เขาได้พบเจอนั้นมันช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจนอดใจไว้ไม่ได้ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมไปเสียหมดทุกอย่าง ซึ่งบางครั้งสิ่งที่ลูกอยากรู้ อยากลองนั้นมันเกินความสามารถของตัวเอง หรืออาจจะเป็นอันตรายสำหรับเด็กวัยนี้ แต่การที่คุณห้ามปรามก็ทำให้เจ้าตัวเล็กหงุดหงิดใจไม่น้อย คุณจึงต้องคอยชี้แนะให้ลูกได้เรียนรู้ถึงข้อจำกัดในเรื่องต่างๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ทั้งสำหรับคุณและลูก ความอดทนและความเข้าใจจากคุณช่วยลูกเรียนรู้สิ่งที่คุณสอนได้ไม่ยากและจะทำให้เขาเชื่อฟังคุณแต่โดยดีอีกด้วย นอกจากนี้คุณต้องคอยดูแลไม่ให้เจ้าตัวเล็กเพลิดเพลินกับการเรียนรู้โลกกว้างจนเหนื่อยเกินไป เด็กวัยนี้ยังไม่รู้ขีดความสามารถของตัวเองเขาสามารถจะวิ่งไปตรงดน่นตรงนี้เพื่อทำโน่นทำนี่ได้ทั้งวัน ความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้ลูกหงุดหงิดงอแงถึงร้องอาละวาดลั่นบ้านได้ค่ะ
แม้ว่าเด็กวัยนี้จะนอนกลางวันน้อยลง แต่เขาก็ยังคงต้องการเวลาพักผ่อนอยู่มากอย่างน้อยก็นอนกลางวันสักงีบ การที่ลูกได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้ความสามารถในการเรียนรู้ของลูกดีกว่าเด็กที่นอนไม่พอ หรือหากเจ้าตัวเล็กนอนหลับๆ ตื่นๆ ในตอนกลางคืน คุณก็ไม่ควรห้ามไม่ให้ลูกนอนกลางวันเพื่อหวังว่าเจ้าตัวเล็กจะได้นอนหลับยาวในตอนกลางคืน เพราะยิ่งลูกเหนื่อยมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งนอนไม่เป็นสุขมากเท่านั้นค่ะ
การเรียนรู้จองเจ้าหนูวัยเตาะแตะ
เริ่มแรกการเรียนรู้ของลูกมีจุดประสงค์เพื่อความอยู่รอดเป็นหลัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทักษะการเรียนรู้เท่านั้นมีส่วนช่วยให้ลูกได้สำรวจโลกกว้างมากยิ่งขึ้น ในช่วงขวบปีที่สองนี้ลูกจะใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อหาประสบการณืใหม่ๆ และทำความเข้าใจกับโลกกว้างใบนี้ด้วยตัวเอง การได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอยู่เสมอช่วยให้ลูกพัฒนาการด้านร่างกายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะลูกจะได้ฝึกฝนการใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายให้คล่องแคล่วมากขึ้น ในขณะเดียวกันลูกก็นำทักษะใหม่ๆ ที่ได้มาใช้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ทำให้พัฒนาการด้านอารมณ์และการเข้าสังคมดีขึ้นด้วย
ขวบปีที่สองนี้ ลูกมีพัฒนาการการเคลื่อนไหวที่รุดหน้าไปมาก ซึ่งแรงจูงใจในการเคลื่อนไหวของลูกก็มาจากความต้องการในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ลูกพยายามจะเดินไปหาสิ่งที่เขาสนใจจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอยู่ตลอดเวลา แรกๆ เจ้าตัวเล็กจะใช้วิธีคลานไปหาของที่ต้องการ แล้วก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถยืนขึ้นได้เอง เมื่อลูกเริ่มก้าวเดิน เขาก็จะได้เรียนรู้เรื่องของการทรงตัวเพื่อที่จะได้เดินได้อย่างมั่นคง ในระยะนี้คุณจึงต้องคอยหากิจกรรมมาช่วยกระตุ้นให้ลูกได้ฝึกเดินบ่อยๆ เพราะการเรียนรู้ของเด็กวัยนี้เกิดจากการทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ยิ่งมีการฝึกฝนมากเท่าไหร่ ลูกก็จะได้เรียนรู้จากการฝึกมากขึ้นเท่านั้นค่ะ
คำพูดแรกของหนู
แม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะพยายามสื่อสารกับคุณด้วยการส่งเสียงอ้อแอ้มานานหลายเดือน และคุณก็คงจะใจจดใจจ่อรอคอยฟังคำพูดแรกที่มีความหมายของลูก แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่พูดคำที่มีความหมายใดๆ ออกมาหรอกค่ะ จนกว่าเขาจะเข้าใจความหมายของคำๆ นั้นเสียก่อน คุณสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านนี้ได้โดยการบอกลูกอยู่เสมอว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ การพูดซ้ำหลายๆ ครั้งจะช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดการจดจำและเข้าใจความหมายของสิ่งที่คุณพูดได้เณ้วขึ้น ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้ว่าลูกเข้าใจในสิ่งที่คุณพูดหรือไม่จากการที่เมื่อคุณเอ่ยชื่อของสิ่งใด ลูกจะหันไปมองหรือเดินไปหาของสิ่งนั้นทันที ลูกจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเช่นนี้อยู่สักระยะหนึ่งก่อนที่เขาจะพูดชื่อของของสิ่งนั้นให้คุณได้ปลาบปลื้ม
ลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าตัวเล็ก
เป็นที่ทราบกันดีว่าพัฒนาการในด้านต่างๆ ของแต่ละคนจะเร้วช้าแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างอย่างหนึ่งคือ เรื่องของสิ่งแวดล้อม และบุคคลรอบข้าง อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กก็คือบุคลิกลักษระเฉพาะตัวของเขา เด็กบางคนชอบนั่งนิ่งๆ เพ่งพินิจพิจารณาของเล่นชิ้นโปรดอย่างสนอกสนใจในขณะที่เด็กบางคนกระตือรือร้นที่จะลุกขึ้นยืนและเดินเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเด็กกลุ่มหลังนี้ก็จะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไปอีก บางคนเริ่มจากคลานแล้วค่อยๆ พัฒนาไปจนถึงขั้นเดินได้เอง ในขณะที่บางคนเริ่มจากไถก้นไปกับพื้นแล้วพัฒนาไปสู่การเดินโดยไม่ผ่านขั้นตอนการคลานเลยก็มี
ลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันของเจ้าตัวเล็กยังขึ้นอยู่กับเพศด้วย เด็กผู้ชายมีแนวโน้มว่าจะซุกซน อยู่ไม่นิ่ง และมีความสนใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลาสั้นๆ ในขณะที่เด็กผู้หญิงจะมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่างๆ มากกว่า และไม่ค่อยลุกลี้ลุกลนเหมือนเด็กผู้ชาย
เจ้าตัวเล็กบ้านไหนที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง เหมือนมีพลังเหลือเฟือ ลองหากิจกรรมที่ต้องออกแรงมาเล่นกับลูก เช่น การวิ่งไล่จับ หรือพาออกไปวิ่งเล่นในสนามเด็กเล่นนอกบ้าน หลังจากที่ลูกได้ใช้พลังงานอย่างเต็มที่แล้วคุณจะได้เห็นเจ้าตัวเล็กกลับมานั่งทำกิจกรรมเบาๆ อย่างการระบายสี, ปั้นดินน้ำมัน หรือทำกิจกรรมที่ต้องอาศัยสมาธิอย่างเช่น การฟังคุณเล่านิทาน หรือฟังเพลงบรรเลงเพราะๆ ซึ่งจะทำให้เจ้าจอมซนสงบลงได้เหมือนกันค่ะ
หนูทำได้แล้วนะ
เรามาดูกันดีกว่าค่ะในช่วงระหว่างขวบปีแรกถึงขวบปีที่สองนี้เจ้าตัวเล็กมีพัฒนาการไปถึงขั้นไหนแล้ว
พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว
- เริ่มก้าวเดินได้เองโดยที่คุณไม่ต้องคอยประคอง
- สามารถย่อตัวลงหยิบของที่พื้นแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ได้เอง
- ขณะที่เดิน สามารถหยุดแล้วเอี้ยวตัวมามองด้านหลังได้
- สามารถถือของไว้ในมือทั้งสองข้างได้ขณะเดิน
- สามารถปีนเก้าอี้ได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น
พัฒนาการของกล้ามเนื้อมือและนิ้ว
- สามารถใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากเองได้
- เริ่มเปลี่ยนจากแก้วหัดดื่มมาใช้แก้วน้ำปกติได้แล้ว
- เรียนรู้ที่จะขว้างปาสิ่งของ แม้ว่าจะยังขว้างได้ไม่ตรงก็ตาม
- สามารถใช่นิ้วชี้สิ่งที่ตนสนใจหรือต้องการได้
- เรียนรู้ที่จะใช้มือทั้งสองข้างหยิบของพร้อมกัน
- สามารถควบคุมกล้ามเนื้อข้อมือเพื่อหมุนเปิดฝากระปุกได้
พัฒนาการด้านอารมณ์และสังคม
- สามารถดเล่นตามลำพังหรืออยู่กับญาติพี่น้องโดยไม่มีคุณอยู่ด้วยได้นานขึ้น
- สามารถเล่นร่วมกับเด็กคนอื่นได้
- ชอบดูว่าเด็กคนอื่นทำอะไรและพยายามเลียนแบบโดยเฉพาะเด็กที่มีอายุมากกว่า
- แสดงความรักกับของเล่นชิ้นโปรด สัตว์เลี้ยง หรือเพื่อน
- สามารถรับรู้ความรู้สึกสุขเศร้าของคุณได้ แม้ว่าจะยังไม่เข้าใจก็ตาม
- เริ่มมีความรู้สึกติดบุคคลที่ตนคุ้นเคย เช่น ติดคุณพ่อ คุณแม่ ติดพี่เลี้ยง หรือสมาชิกคนใดคนหนึ่งในบ้าน
- เริ่มมีความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับความรู้สึกของตนเองและความรู้สึกของคนรอบข้าง
- เริ่มเรียนรู้ว่าสิ่งไหนที่ทำให้คุณพอใจและไม่พอใจ
- กระตือรือร้นที่จะช่วยคุณทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ได้
พัฒนาการทางสมอง
- สามารถจดจำเหตุการณ์ทั่วๆ ไปที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำได้
- เรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและรูปภาพ
- เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างของจริงกับของเล่น เช่น สามารถแยกแยะได้ว่าคันไหนคือรถที่ขับได้จริงและคันไหนคือรถของเล่น
- เริ่มมีจินตนาการที่กว้างไกลขึ้นและชอบเล่นบทบาทสมมติ
- สนใจดูรูปภาพในหนังสือเวลาที่คุณอ่านให้ฟัง
- เริ่มเรียนรู้ของความเป็นเจ้าของ
- เริ่มเรียนรู้และสนใจที่จะนั่งขับถ่ายโดยใช้กระโถน
พัฒนาการด้านภาษา
- เริ่มพูดคุยถึงสิ่งที่ได้เห็นและได้เรียนรู้
- สามารถพูดคำที่มีสองพยางค์ได้
- เรียนรู้และจดจำคำศัพท์ได้มากถึง 200 คำ
- สามารถตอบคำถามง่ายๆ ของคุณได้
- สนุกกับการเรียกชื่อสิ่งที่ได้เห็นเป็นประจำทุกวัน
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นพัฒนาการโดยทั่วไปที่เด็กในวัยนี้สามารถทำได้แล้ว แต่หากเจ้าตัวเล็กบ้านไหนยังทำไม่ได้ทั้งหมดก็ไม่ได้หมายความว่าลูกจะมีพัฒนาการผิดปกตินะคะ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าเด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการช้าเร็วแตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างแต่หากโดยรวมๆ แล้วลูกจะมีพัฒนาการอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ไม่ช้าลูกก็จะสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เองค่ะ.
(update 22 กันยายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.156 July 2006]
|