รักครั้งแรก สร้างหนูฉลาด น่ารัก


คำว่าอกหักดีกว่ารักไม่เป็น ใช้ได้เฉพาะกับหนุ่มๆ สาวๆ เท่านั้นนะคะ ใช้กับหนูน้อยวัยขวบแรกไม่ได้เด็ดขาด เพราะสำหรับลูกแล้วคุณพ่อคุณแม่คือรักครั้งแรกของชีวิตที่ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย ไว้วางใจโลก และหล่อหลอมให้หนูเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นคงทางอารมณ์มั่นใจในตนเอง ฉลาด และน่ารักอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่อย่าทำให้หนูๆ อกหักเสียก่อนนะคะ

  • ความรักมีผลต่อบุคลิกภาพ
ความรักสร้างความไว้วางใจในโลกนี้ให้กับหนูน้อยวัยแรกเกิด ตามทฤษฎีบุคลิกภาพของอีริกสัน เขาได้จำแนกพัฒนาการของมนุษย์ออกเป็น 8 ขั้น เริ่มตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ โดยในขั้นที่ 1 อันถือเป็นขั้นเริ่มต้นในการสร้างรูปแบบบุคลิกภาพคือ ขั้นความไว้วางใจหรือความไม่ไว้วางใจ

หากในช่วงขวบปีแรกของชีวิต เด็กได้รับการตอบสนองความต้องการต่างๆ อย่างเหมาะสม มีความรู้สึกว่าตนเองเป็นที่รัก จะช่วยให้มีพื้นฐานอารมณ์มั่นคงแจ่มใสรู้สึกมั่นคงปลอดภัย นั่นหมายความว่าหนูน้อยได้ก้าวผ่านพัฒนาการในขั้นแรกไปได้อย่างดี


  • รักกระตุ้นพัฒนาการ

ความรักจากคนรอบข้างยังกระตุ้นพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสังคม ทั้งสติปัญญาด้วย เด็กที่ได้รับความรักอย่างเพียงพอ มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุขจะช่วยให้การเรียนรู้เป็นไปด้วยดี เด็กจะสนใจสิ่งแวดล้อม พยายามเรียนรู้สำรวจสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวซึ่งการแสดงความรักต่อวัยเด็กนี้ทำได้หลายวิธีค่ะ
  • ดูแลกิจวัตรประจำวันต่างๆ ให้ลูก เช่น ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำ ด้วยตัวเองเพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ลูกและคุณพ่อคุณแม่จะได้เรียนรู้ ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน และความรักความผูกพันก็จะก่อตัวขึ้นจากกิจวัตรแต่ละวันเหล่านี้แหละค่ะ แต่ถ้าหน้าที่นี้ไปตกอยู่กับพี่เลี้ยง ความรักความผูกพันที่เกิดขึ้นในใจลูกก็จะพุ่งเป้าไปที่พี่เลี้ยงลูกมากกว่าพ่อแม่ค่ะ

  • พูดคุยกับลูก ลูกอาจยังไม่เข้าใจสิ่งที่เราคุยด้วย แต่การสื่อสารผ่านทางแววตา ท่าทางหรือหน้าตาให้ลุกรับรู้ถึงความรักความผูกพันที่เกิดขึ้นได้

  • เล่นเป็นการแสดงออกถึงความรักอีกทางหนึ่ง การเล่นทำให้ลูกเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน รู้สึกสุขใจเพราะรับรู้ได้ถึงความรักของพ่อแม่ที่แสดงออกผ่านการเล่น

  • สัมผัสด้วยความนุ่มนวล การได้รับสัมผัสที่นุ่มนวลอยู่เสมอ ทั้งอุ้ม กอด หรือหอมแก้ม ล้วงส่งความห่วงใยและความรักตรงสู่หัวใจดวงน้อยของลูกค่ะ

  • การแสดงความรักและความพอใจต่อพฤติกรรมที่เหมาะสมของลูก ความรัก ความสนใจจากคนรอบข้างเป็นแรงจูงใจให้หนูพยายามทำพฤติกรรมต่างๆ ซ้ำอีกช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ รวมถึงการับรู่ถึงพฤติกรรมที่ควรและไม่ควรทำ

  • รักคลายความกังวลให้กับหนู

ความรักจากคุณพ่อคุณแม่ช่วยแก้ปัญหาด้านอารมณ์ของเด็กวัยนี้ได้เกือบทุกเรื่องค่ะ เพียงแต่เราคงต้องเรียนรู้ที่จะแสดงออกความรักให้สอดคล้องกับพัฒนาการ สถานการณ์ที่ลูกเผชิญ เช่น

  • ปลอบลูกร้องไห้ด้วยรัก เด็กเล็กๆ จะแสดงความต้องการ หรือความไม่สบายตัวต่างๆ ผ่านการร้องไห้และภาษากายอื่นๆ เท่านั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ช่างสังเกตก็จะแยกแยะได้ว่าเสียงร้องของลูกบอกถึงความต้องการที่ต่างกันไป การเข้าใจในความต้องการของลูกอย่างทันท่วงที จะช่วยลดความอึดอัด คับข้องใจ ไม่สบายใจของลูกลงได้อย่างมากทีเดียว

  • รักช่วยลูกคลายเครียด สิ่งที่ทำให้ลูกน้อยเครียดนอกจากความไม่สบายตัวต่างๆ แล้ว อาจเกิดจากความกังวลใจบางอย่าง เช่น เวลาเปลี่ยนสถานที่แล้วรู้สึกแปลกที่ในเด็กเล็กอาจจะกลัวคนแปลกหน้า หรือติดพ่อแม่หรือพี่เลี้ยงแจ ถ้าเราเข้าใจพัฒนาการตามวัยของเด็ก เรียนรู้ธรรมชาติ ความชอบ ไม่ชอบ ลักษณะเฉพาะตัวของลูกก็จะทำให้คุณสามารถจัดการ ช่วยเหลือลูกได้อย่างเหมาะสม ผลก็คือจะช่วยให้หนูน้อยสบายใจและสามารถก้าวผ่านพัฒนาการด้านอารมณ์ในช่วงต่างๆ ไปได้อย่างดี เพราะมีคุณคอยอยู่เคียงข้างและเข้าใจเขา
ความรักและความเอาใจใส่จาก ในที่สุดลูกจะค่อยๆ ปรับตัว และเรียนรู้ถึงอารมณ์ไม่มั่นคงปลอดภัย หรือความวิตกกังวลต่างๆ หนูน้อยจะค่อยๆ พัฒนาความรู้สึกมั่นใจ ความรู้สึกปลอดภัย และเรียนรู้ที่จะผ่านพัฒนาการของช่วงวัยต่างๆ ก้าวสู่พัฒนาการขั้นอื่นๆ ต่อไป


  • ส่งสาร "รัก" สร้างความเชื่อมั่นลูกวัยขวบแรก

ส่งสารรักถึงลูกวัย 0 - 3 เดือน

ในวัยทารกเช่นนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรตอบสนองความต้องการของลูกให้เต็มที่ และเติมสารแห่งความรักเข้าไปในการกระทำเหล่านั้นด้วย
  • เมื่อหนูหิวอุ้มหนูขึ้นมาป้อนนม สบตาพร้อมกับพูดคุยกับหนูไปด้วย ให้ลูกอิ่มและหลับสบายไปในอ้อมกอดของคุณพ่อแม่

  • เมื่อหนูขยับตัวไม่ได้หมายถึงว่าลูกตื่นหรือหิวนมเสมอ คุณพ่อคุณแม่ความสัมผัสอ่อนโยน กล่อมเบาๆ ก็จะช่วยให้ลูกสงบและหลับไปอีกได้

  • การได้เล่น พูด คุย ยิ้ม และส่งเสียงกับคนใกล้ชิดคือความสุขและเพลิดเพลิน หนูน้อยวัยนี้จึงชอบให้มีคนพูดคุยและเล่นด้วย ไม่ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบให้พ่อแม่อยู่นิ่งๆ
ส่งสารรักถึงลูกวัย 3 - 8 เดือน

อย่าลืมว่าวัยนี้มีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ จากการที่รู้ว่าคนที่หนูรักแสดงความสนใจในสิ่งที่หนูทำ ดังนั้นช่วงนี้ให้ความใส่ใจในพัฒนาการของลูก และแสดงออกให้เห็นว่าเราดีใจแค่ไหนในสิ่งที่หนูทำได้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับลูกในการเรียนรู้และมีแรงฮึดที่จะลองทำค่ะ ตัวอย่างเช่น

  • หนูน้อยชอบเลียนแบบท่าทาง แสดงท่าทางต่างๆ ให้ลูกได้เห็นซ้ำๆ แสดงความสนอกสนใจเมื่อลูกเลียนแบบท่าทางได้ เช่น ลูกโบกมือบ๊ายบาย หรือทำหน้าตาเลียนแบบได้ เป็นต้น

  • หลอกล่อให้ลูกคลานด้วยตนเอง เอาของเล่นชิ้นโปรดวางล่อ ถ้าลูกทำได้ตบมือชอบใจ แสดงออกอย่างร่าเริงให้ลูกเห็นชัดเจนว่าเราดีใจ
ส่งสารรักถึงลูกวัย 8 - 12 เดือน

ช่วงนี้ลูกรู้เรื่องมากขึ้นแล้ว รู้จักอารมณ์ต่างๆ ทั้งความกลัวการพลัดพราก กลัวสถานที่แปลกใหม่ มีอารมณ์เบื่อถ้าไม่มีใครมาเล่นด้วยซึ่งเราช่วยลูกคลายอารมณ์ตึงเครียดต่างๆ ได้ค่ะ

  • บางครั้งลูกอาจจะหงุดหงิดงอแงเพราะเบื่อ หนูวัยนี้อยากให้ใครๆ มาสนใจตนเอง ถ้าสังเกตว่าลูกเบื่อ ลองพาลูกออกไปเดินเล่น ชมนกชมไม้ชวนลูกคุยเล่น แค่นี้หนูก็หายเบื่อแล้ว

  • ถ้าหนูแสดงอาการกลัว หรือกังวลเรื่องใด คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย แล้วค่อยๆ ฝึกให้ลูกเผชิญกับเรื่องนั้นๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น ถ้ากลัวคนแปลกหน้า ก็ควรอยู่กับลูกให้กำลังใจเมื่อลูกต้องเจอคนแปลกหน้า แล้วในที่สุดลุกจะผ่านพ้นช่วงกลัวนี้ไปได้

  • พลังแห่งรักช่วยให้ลูกฉลาด

มีผลการวิจัยที่ยืนยันว่าความรักของพ่อแม่มีอิทธิพลกับพัฒนาการทางสติปัญญาของลูกค่ะ ทักษะในการแก้ปัญหาจะเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับประสบการณ์ทางอารมณ์ในชีวิตประจำวันของเด็ก

ส่วนของสมองที่ควบคุมอารมณ์มีอิทธิพลต่อความสามารถทางปัญญา ปฏิกิริยาที่เต็มไปด้วยความรักมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของสมอง และสามารถเพิ่มจำนวนของการต่อเชื่อมระหว่างเซลล์ประสาท

หากเด็กได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรัก ที่แสดงออกได้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงระหว่างวัย จะช่วยให้หนูน้อยเติบโตเป็นคนที่สามารถทำอะไรอย่างมีจุดมุ่งหมาย มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นคิดอย่างมีเหตุผล และสามารถสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ


  • ถ้าลูกขาดรัก

เด็กน้อยผู้น่าสงสารที่เติบโตมาภายใต้ความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รักจะไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หิวก็ไม่มีใครสนใจ ร้องไห้ก็ไม่มีใครสนใจวันดีคืนดีพ่อแม่ก็หนีหายไป ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกลับมา ความรู้สึกที่ไม่มีอะไรแน่นอนเลยเช่นนี้ ทำร้ายจิตใจของจิตใจของลูกมาก ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ จะทำให้ลูกรู้สึกว่าความมีคุณค่าของตนเองนั้นไม่มีเหลืออยู่เลย

เด็กที่ไม่มีความรักในตนเอง ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง จะไม่มีกำลังใจที่จะพัฒนาตัวเอง อาจจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางอารมณ์หรือพฤติกรรม หนูน้อยจะมีอารมณ์ที่ไม่มั่นคง กลายเป็นคนซึมเศร้า แยกตัวเอง เก็บตัว หรืออาจแสดงออกในทางตรงข้ามกลายเป็นเด็กที่ก้าวร้าว เรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้เมื่อเติบโต.


(update 24 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 277 กุมภาพันธ์ 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600