ลูกแม่ นอนหลับฝันดีนะจ๊ะ


…เห็นเจ้าตัวน้อยหลับปุ๋ยเต็มอิ่ม ตื่นมาร่าเริงแจ่มใส อารมณ์ดี แม่ก็พลอยสบายใจไปด้วย… นี่คงเป็นข้อดีของการนอนที่คุณแม่หลายๆ ท่านทราบกันดีอยู่แล้ว แต่การนอนให้เป็นประโยชน์กับลูกมากกว่านั้นค่ะ

คุณหมอปริชวัน จันทร์ศิริ จิตแพทย์เด็ก ได้ให้ความรู้กับเราว่า “ในเวลาที่เด็กนอนหลับร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมาเรียกว่า growth hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต ฮอร์โมนชนิดนี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก จะช่วยในเรื่องของการขยายความยาวของโครงกระดูกซึ่งเกี่ยวข้องกับความสูง ฮอร์โมนตัวนี้จะหลั่งออกมาในช่วงที่เด็กนอนหลับสนิทยาวนานในตอนกลางคืน ซึ่งการจะหลับสนิทได้ ก็ต้องมีการนอนหลับมาช่วงหนึ่งก่อน ยิ่งหลับสนิทได้ยาว ฮอร์โมนตัวนี้ก็จะหลั่งได้นาน ซึ่งจะมีผลต่อการเจริญเติบโต อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ”

การนอนนอกจากจะมีความสำคัญต่อภาวะการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว ยังมีผลต่อภาวะด้านจิตใจ ภาวะการเรียนรู้ รวมไปถึงภาวะด้านสังคมด้วย “ถ้าเด็กนอนไม่พอก็จะมีผลในเรื่องอื่นๆ อีก คือเด็กจะหงุดหงิด งอแง อารมณ์ไม่ค่อยแจ่มใส คุณแม่จะเห็นว่าเด็กที่กำลังง่วงนอนจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ยอมรับฟังอะไร จะรู้สึกว่าอะไรๆ ก็ไม่ค่อยถูกใจ ปรับอารมณ์ลำบาก เพราะฉะนั้นภาวะการนอนได้อย่างเต็มที่จะช่วยให้จิตใจแจ่มใสเบิกบาน ความคิด ความกระตือรือร้นสนใจสิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น การนอนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทั้งต่อภาวะร่างกาย ต่อภาวะจิตใจ และภาวะการเรียนรู้ และยังมีความสำคัญต่อภาวะทางสังคมด้วย เพราะเด็กไม่ค่อยแจ่มใสก็จะไม่อยากเข้าไปเล่น เข้าไปมีกิจกรรมต่างๆ เพราะฉะนั้นการนอนอย่าเพียงพอมีผลกระทบต่อทุกๆ ประเด็กของการพัฒนา”

คุณแม่บ้านไหนที่เจ้าตัวน้อยไม่มีปัญหาในเรื่องการนอนเลย ตื่นมากินนมแล้วก็นอนต่อ ตื่นแล้วไม่ร้องไห้โยเยก็คงจะยิ้มออก เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความสงบในบ้านแล้ว คุณแม่ยังสบายใจได้ว่าสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญาของเจ้าตัวน้อยพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาไปตามวัยอย่างแน่นอน แต่บ้านไหนที่เจ้าตัวน้อยออกจะขี้หงุดหงิดไปสักนิด เจ้าอารมณ์ไปสักหน่อย และไม่ค่อยจะยอมนอนแต่โดยดีนั้น คงจะทำให้คุณแม่กุมขมับกับพฤติกรรมอันไม่พึงปรารถนานี้ของลูก พฤติกรรมหรืออุปนิสัยเฉพาะตัวของลูกนั้นมีผลต่อการนอนเช่นกันค่ะ เด็กที่เลี้ยงง่ายก็จะนอนหลับง่ายกว่าเด็กที่เลียงยาก การที่คุณแม่พยายามทำความเข้าใจกับอุปนิสัยเฉพาะตัวของลูกก็จะทำให้คุณสามารถหาวิธีที่จะตะล่อมให้เจ้าตัวน้อยนอนหลับได้ไม่ยากค่ะ โดยทั่วไปเราสามารถแบ่งเด็กตามพื้นอารมณ์ (Temperament) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคนคือ

เด็กเลี้ยงง่าย เจ้าตัวน้อยที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้จะมีการปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและเร็ว การที่คุณจะจัดตารางเวลากิน เวลานอนของลูกให้เป็นระบบระเบียบก็สามารถทำได้ง่าย เจ้าตัวน้อยไม่ค่อยร้ององแง กินได้ นอนหลับ และเป็นเด็กร่าเริงอารมณ์ดี

เด็กเลี้ยงยาก เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ อยู่สักหน่อย และไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือกับคุณสักเท่าไหร่ มักจะร้องไห้โยเย ขี้หงุดหงิด เมื่อไม่ได้ดังใจก็จะอาละวาดร้องไห้จ้า ฉะนั้นการจะตะล่อมให้เจ้าตัวเล็กนอนก็คงจะต้องใช้เวลาและความอดทนมากขึ้นค่ะ

เด็กขี้อาย ปรับตัวช้า เจ้าตัวน้อยในกลุ่มนี้ถึงจะไม่โยเยเท่ากับเด็กเลี้ยงยาก แต่จะมีการปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้ช้า จะมีความกังวลและหวากกลัวต่อสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ต้องอาศัยเวลาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากกว่าเด็กคนอื่น การจะปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันทีทำเป็นประจำก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานกว่า

เมื่อคุณแม่ทราบแล้วว่าเจ้าตัวน้อยของคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหนคราวนี้การหาวิธีพาลูกเข้านอนก็คงจะเป็นไปด้วยความเข้าใจ บ้านไหนที่ลูกเป็นเด็กเลี้ยงยาก คุณพ่อคุณแม่ก็คงใช้ความอดทน และใจเย็นให้มากขึ้น การพยายามบีบบังคับให้ลูกนอน หรือหมดความอดทนกับเจ้าตัวเล็กเลยปล่อยปละละเลยไม่สนใจลูกนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีกับใครเลยค่ะ

นอกจากลักษณะเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่มีผลต่อการนอนของลูกด้วย คุณหมอให้คำแนะนำว่า “จริงๆ แล้วการนอนมีปัจจัยมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้กระทั่งเรื่องของภาวะอารมณ์ของคุณพ่อคุณแม่เองการที่คุณพ่อคุณแม่เองมีความเครียดก็อาจจะมีผลต่อการนอนของลูกเพราะสถานการณ์แบบนี้ทำให้เกิดบรรยากาศอึดอัด มีความขัดแย้งความขัดแย้งเกิดภายในครอบครัว ซึ่งเด็กสามารถรับรู้บรรยากาศความเครียดนั้นด้วย หากคุณพ่อคุณแม่อารมณ์ ใจเย็น สร้างบรรยากาศในบ้านให้ผ่อนคลาย การนอนของลูกก็จะง่ายตามไปด้วย”

ปัจจัยสำคัญประการต่อมาที่มีผลต่อการของเด็กก็คือปัจจัยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม บรรยากาศภายในห้องนอนของลูกก็มีความสำคัญนะคะ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มมีจินตนาการ ถ้าบรรยากาศในห้องนอนทำให้ลูกเกิดความรู้สึกหวาดกลัวก็จะทำให้เวลานอนเป็นเหมือนฝันร้ายของลูกได้ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมในห้องนอนของลูกด้วย ควรจัดบรรยากาศให้อบอุ่นสบาย น่านอน ไม่มีข้าวของห้อยรุงรังที่จะทำให้ลูกจินตนาการไปต่างๆ นานา และไม่มีเสียงอึกทึกรบกวนการนอน ก็จะช่วยให้การพาลูกเข้านอนนั้นทำได้ง่ายขึ้นค่ะ


ปัญหาการนอนของเจ้าตัวเล็ก

เรื่องการนอนของเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ เลยใช่ไหมคะ กว่าจะนอนได้ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่างเข้ามาช่วย พอหลับไปแล้วก็ยังมีเหตุที่ทำให้ตื่นขึ้นมาอีก เราไปดูกันดีกว่าค่ะปัญหาการนอนของเจ้าตัวน้อยนั้นมีอะไรบ้าง และมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง
  • ลูกตื่นบ่อยในช่วงกลางคืน

    สาเหตุ

    - ตื่นตามปกติในช่วงวัยเด็กเล็ก
    - พื้นอารมณ์ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของเด็กแต่ละคน
    - ความไม่สบายตัวจากสาเหตุต่างๆ เช่น หิวนม ปวดท้อง ปัสสาวะรดที่นอน เป็นต้น

    วิธีแก้ไข ช่วงเวลาการนอนของเด็กทารกนั้นยังไม่เป็นเวลาเดี๋ยวหลับเดี่ยวตืนตลอดคืนอยู่แล้ว เมื่อเจ้าตัวเล็กตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน หากไม่ใช่เพราะหิวนม ลูกน้อยของคุณก็หลับต่อได้เอง คุณไม่ควรเล่นกับลูกหรืออุ้มลูกเพื่อจะกล่อมให้หลับเพราะจะทำให้ลูกเกิดความเคยชิน การพยายามฝึกให้ลูกสามารถนอนหลับได้เองโดยคุณไม่ต้องอุ้มนั้นเป็นวิะที่ดีที่สุด เพราะถ้าคุณอุ้มลูกทุกครั้งที่ลูกตื่น ต่อไปหากคุณไม่อุ้ม เจ้าตัวเล็กก็จะไม่ยอมนอนค่ะ

    สำหรับสาเหตุการตื่นนอนที่มาจากพื้นอารมณ์ของเด็กเองนั้นคุณควรศึกษาลักษณะนิสัยของลูกให้เข้าใจเพื่อจะได้หาวิธีกล่อมให้ลูกนอนต่อได้ถูกใจซึ่งจะง่ายกับตัวคุณเอง ส่วนการตื่นด้วยสาเหตุอื่นๆ เช่น ปัสสาวะรดที่นอน ปวดท้อง ท้องอืด เพียงคุณพยายามหาสาเหตุให้พบและทำการแก้ไข ลูกก็จะสามารถนอนหลับต่อไปได้ค่ะ


  • ลูกไม่ยอมนอน

    สาเหตุ นอกจากความกลัวที่เกิดจากจินตนาการของตัวเองแล้ว เด็กในช่วงวัย 0-3 ปีนี้ยังมีเรื่องของความกลัวอีกแบบหนึ่ง นั่นก็คือการกลัวความสูญเสียภาพของคนที่คุ้นเคย สูญเสียการควบคุมตัวเอง กลัวว่าตัวเองจะหลุดออกไปจากโลกที่เห็นอยู่เมื่อนอนหลับ คุณหมอแนะนำว่า “เนื่องจากเด็กใน 2-3 ปี การพัฒนาการเก็บภาพของคุณพ่อคุณแม่ไว้ในใจรู้ว่าไม่ได้หายไปไหนนั้นยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นเด็กอาจจะกลัวรู้สึกเหมือนว่าหลับแล้วพ่อแม่จะหายไป ก็เลยไม่ยอมนอน ซึ่งกรณีนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความเข้าใจ คอยปลอบโยนอยู่ใกล้ๆ เวลาที่พาลูกเข้านอนก็จะทำให้เด็กรู้สึกมั่นใจ อบอุ่นใจแต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าใจ ปล่อยปละละเลย เด็กก็จะยิ่งกลัว ยิ่งกังวลมากขึ้น”
วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเริ่มต้นในทุกๆ ด้าน เพราะฉะนั้นไม่ว่าสิ่งไหนก็ตามที่จะมีส่วนช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตของลูกเป็นไปได้ด้วยดีคุณก็ไม่ควรรีรอที่จะทำ ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าการนอนนั้นมีความสำคัญสำหรับลูกมากเพียงใด ฉะนั้นการดูแลเอาใจใส่ให้ลูกนอนอย่างเต็มที่จึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรละเลย เพื่อให้ลูกน้อยของคุณจะได้เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดีด้วยค่ะ


(update 27 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.159 October 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600