หนูไม่อึ ใช่ว่าท้องผูกเสมอไป


ปัญหาการขับถ่ายเป็นเรื่องที่พ่อแม่เอาใจใส่มากพอๆ กับการกิน การนอนของลูกทีเดียว จึงมีการพูดถึงกันบ่อย เนื่องจากพ่อแม่คิดว่าเด็กๆ ถ่ายทุกวัน พอเห็นลูกกำลังหัดเบ่งแต่ยังเล็กอยู่ ยังกำหนดให้ลมเบ่งลงในช่องท้องไม่เป็น แต่กลับกลั้นลมเบ่งขึ้นช่องอกจนหน้าแดง พ่อแม่มักทนไม่ได้คิดว่าลูกท้องผูก รีบช่วยเหน็บสวนอุจจาระให้ ยิ่งกว่านั้นวันไหนไม่ถ่าย จะจัดการเหน็บอุจจาระให้ทั้งที่เด็กสบายดี อุจจาระที่ออกมานิ่มหรือเหลว การช่วยสวนให้ลูกถ่ายบ่อยๆ เนื่องจากการรับรู้เรื่องท้องผูกของพ่อแม่ อาจเกิดผลต่อเด็กอย่างน้อยสองประการคือ เด็กขาดโอกาสฝึกการขับถ่าย เมื่อแสดงอาการเบ่งให้เห็นก็ถูกช่วยทุกครั้ง ต่อไปนานเข้า หากพ่อแม่ไม่เหน็บลูกก็จะไม่ถ่าย เพราะลูกเบ่งอุจจาระไม่เป็นเสียแล้ว ต้องเหน็บสวนให้ ประการที่สองเกิดผลทางจิตใจ การสวนบ่อยๆ โดยเฉพาะในเด็กที่รู้ความจะหนี ซ่อนตัว กลัวการสวน เพราะการสวนกันบ่อยๆ ทำให้เจ็บ และอาจปฏิเสธที่จะฝึกการขับถ่ายเมื่อถึงวัย


อย่างไหนเรียกว่าท้องผูกจริงๆ

เท่าที่เกริ่นนำมาเพื่อให้เห็นว่าการรับรู้เรื่องท้องผูกของพ่อแม่นั้น มีอยู่บ่อยๆ ที่เด็กไม่ได้ท้องผูก แต่พ่อแม่ คนเลี้ยงเด็กคิดว่าท้องผูก คำถามจึงมีอยู่ว่า เด็กเป็นโรคท้องผูกกันจริงๆ มากน้อยเพียงไร และที่สำคัญอย่างไรจึงเรียกว่าท้องผูก

ดูเหมือนว่าโรคท้องผูกพบควบคู่ไปกับโรคอ้วนในเด็ก เพราะเด็กอ้วนกินอาหารที่มีใยอาหารน้อย เด็กที่มาตรวจที่คลินิกโรคทางเดินอาหาร มีที่มาด้วยอาการปวดท้องพบว่าเกิดจากท้องผูกและมาด้วยท้องผูกรวมกันเป็นประมาณ ร้อยละ 20 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินอาหาร

ท้องผูกในทางการแพทย์ให้คำจำกัดความว่า ถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็ง เป็นลำขนาดใหญ่ ถ่ายอุจจาระสองครั้งหรือน้อยกว่าต่อสัปดาห์ ที่นับว่าเป็นโรคท้องผูกชัดๆ ต้องเป็นมาอย่างน้อย 3 เดือน โดยทั่วไปอาการที่สังเกตได้ง่ายสำหรับพ่อแม่ สังเกตง่ายๆ ได้แก่ อาหารทั้ง 5 อย่างคือ ถ่ายห่าง ถ่ายครั้งละน้อย ถ่ายแข็งมาก ถ่ายลำบาก และเวลาถ่ายเจ็บทรมาน ถือว่าท้องผูกค่ะ


ทำไมเจ้าตัวเล็กท้องผูกได้นะ

สาเหตุของท้องผูกนั้น กรณีเป็นตั้งแต่แรกเกิด ถ้าทารกไม่ถ่ายขี้เทา ท้องอืด ต้องดูว่ารูทวารหนักเปิดหรือไม่ ถ้ารูทวารหนักเปิดดี แต่ไม่ถ่ายขี้เทาในเวลา 1 วันหลังเกิด แพทย์จะต้องตรวจดูว่ามีขี้เทาแข็งอุดกั้นลำไส้ใหญ่ หรือว่ามีลำไส้ใหญ่บางส่วนตีบแคบ เนื่องจากขาดปมประสาทหรือเปล่า ทั้งสองกรณีเป็นปัญหารีบด่วนที่กุมารแพทย์ และกุมารศัลยแพทย์ต้องช่วยกันแก้ไขให้ทารกพ้นจากการอุดกั้นในลำไส้ ให้ทารกถ่ายได้ นอกจากนั้นทารกที่ไม่ถ่ายอุจจาระ มีท้องผูกในช่วงแรกๆ หลังเกิดอาจมีต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย หรือโรคทางประสาทและกล้ามเนื้อ ซึ่งแพทย์จะทำการวินิจฉัยและทำการรักษาโดยเฉพาะ โรคต่อมไทรอยด์ เมื่อให้ไทยรอยด์ฮอร์โมน ลำไส้เริ่มทำงานได้ ทารกก็จะถ่ายได้ ท้องหายอืด โรคนี้สำคัญที่ต้องให้การวินิจฉัย และรักษารีบด่วน มิใช่แต่เพื่อแก้ไขท้องผูกเท่านั้น แต่เพื่อรักษาสมองของทารกไว้ด้วย หากช้าไปอาจมีผลต่อพัฒนาการและสติปัญญา

กรณีที่เด็กพ้นจากระยะทารกแรกเกิดมาแล้ว อาการท้องผูกมักมาจากการเลี้ยงดู ดังได้กล่าวไว้ตอนต้นว่าทารกไม่มีโอกาสฝึกการขับถ่ายตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของชีวิตทำให้เบ่งอุจจาระไม่เป็น อุจจาระค้างนาน น้ำในอุจจาระถูกดูดซึมเข้าร่างกาย อุจจาระแข็งขึ้น ถ่ายลำบากยิ่งขึ้น เด็กยิ่งกลั้นอุจจาระมากขึ้น อุจจาระยิ่งแข็งมากขึ้นไปอีก


นมแม่ นมวัว นมผสม ส่งผลต่ออาการท้องผูกต่างกัน

นมจัดเป็นอาหารที่สำคัญต่อเด็กทารก อาหารที่ทารกได้รับเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก ลักษณะอุจจาระและการขับถ่ายขึ้นอยู่กับอาหารที่ทารกได้รับ ทารกที่กินนมแม่ในช่วงแรกถ่ายบ่อย อุจจาระเหลว มีกลิ่นราด เพราะนมแม่มีสารช่วยการขับถ่าย ระบายขี้เทาออก เช่น โพรสตาเกรนดิน โอลิโกแซกคาไรด์ น้ำตาลแลกโทส ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ จำพวกไบฟิโดแบคทีเรีย แลกโทแบซิโล ซึ่งจุลินทรีย์กลุ่มนี้จะใช้เป็นอาหารเกิดการหมักมีผลผลิตเป็นกรดไขมันห่วงสั้นเช่น แลกติก อะซิติก ทำให้อุจจาระเหลว สีเหลืองทอง ถ่ายบ่อย เมื่อทารกมีอายุประมาณ เดือนครึ่งถึง 2 เดือน ทารกจะปรับตัวได้ ถ่ายไม่บ่อย อาจถ่าย 3-4 วันต่อครั้ง เมื่อถ่ายอุจจารนิ่มดี ไม่นับว่าท้องผูก

ทารกที่กินนมวัวผสมสำหรับทารก มีจำนวนครั้งและลักษณะอุจจาระแตกต่างกันไป แล้วแต่สูตรนมที่กิน อุจจาระมักจะเป็นแท่งนิ่มหรือแข็งสีเหลืองอ่อนหรือเขียว ทั้งนี้เพราะนมวัวมีส่วนประกอบแตกต่างจากนมแม่ พบว่านมวัวผสมสำหรับทารกโดยทั่วไปมีแคลเซียมสูงกว่านมแม่ นมบางสูตรเต้มกรดพาล์มมิติก ซึ่งมีการเรียงตัวแตกต่างไปจากไขมันในนมแม่ สามารถย่อยและดูดซึมได้น้อยกว่ากรดพาล์มิติก ในส่วนที่ไม่ดูดซึมจะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมเกิดเป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้อุจจาระแข็ง ทารกที่กินนมผสมจึงมีโอกาสถ่ายยากและน้อยครั้งกว่าทารกที่กินนมแม่ นอกจากนั้นทารกยังมีจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นเชื้อแบคทีรอยดิสเป็นส่วนใหญ่ และจะใช้โปรตีนและไขมันเป็นอาหาร เกิดการหมัก ทำให้อุจจาระมีลักษณะเป็นแท่ง สีเหลืองอ่อนหรือเขียว มีกลิ่นเหม็น โดยรวมแล้วทารกที่กินนมผสมมีโอกาสถ่ายแข็งบ่อยกว่าทารกกินนมแม่


ปริมาณน้ำนมกับอาหารเสริมมีผลต่ออาการท้องผูก

เมื่อถึงวัยที่ทารกต้องได้รับอาหาร ในช่วงหลังอายุ 4 เดือน ทารกที่กินนมแม่ ธรรมชาติมีข้อจำกัดให้มีน้ำนมออกมาไม่เกินหนึ่งลิตรซึ่งเพียงพอให้ลูกเติบโตได้พอจนอายุ 6 เดือน ไม่มีโอกาสได้น้ำนมมาก จึงกินอาหารได้มากกว่า ดังเช่น ทารกช่วงหลังอายุ 4 เดือน เริ่มป้อนกล้วยบดประมาณครึ่งถึงหนึ่งผล กล้วยบดผสมน้ำต้มสุกเป็นอาหารเหลวลื่นกลืนง่าย กล้วยเป็นอาหารที่มีประโยชน์ใช้เป็นอาหารชนิดแรกสำหรับทารกมาแต่โบราณ ทารกได้ฝึกหัดกลืน เมื่อกลืนได้ดีค่อยให้ข้าวบดกับกล้วย เติมไข่แดงต้มสุก ตับ เนื้อสัตว์ ฟักทอง บดละเอียด อาหารเหล่านี้มาสารอาหาร ธาตุเหล็ก และกากใยอาหารช่วยการขับถ่าย ปัญหาที่พบได้คือทารกกินนมวัวผสมมักไม่มีข้อจำกัดในเชิงปริมาณนม ทารกบางคนกินนมมากถึงลิตรครึ่ง เด็กโตบางคนรับประทานมากถึงสองลิตร ทำให้กินอาหารสำหรับเด็กได้น้อย ขาดกากใยอาหาร เมื่อทารกกินแต่นม แคลเซียมในนมจะจับกับไขมันเป็นก้อนแข็งเหมือนก้อนสบู่ พ่อแม่อาจสังเกตว่าบางช่วงทารกถ่ายอุจจาระเป็นแท่งแข็งสีขาวของนมได้ชัดเจน เมื่อท้องผูกทำให้การเคลื่อนบีบตัวของกระเพาะลำไส้ลดลง ทารกเกิดอาการเบื่ออาหาร หันไปกินนมมากขึ้นอีกจึงถ่ายปัสสาวะบ่อย แต่ถ่ายแข็ง เป็นวงจรต่อเนื่องและอาจเป็นรุนแรง คือ อุจจาระแข็งก้อนใหญ่บาดทวารหนัก เกิดแตกเป็นแผลเลือดออก ส่งผลให้การขับถ่ายครั้งต่อไปเจ็บมาก เด็กจะมีพฤติกรรมกลั้นอุจจาระไว้นานๆ จนมีน้ำอุจจาระเล็ดออกมาเปื้อนกางเกง ภาวะนี้มักพบในเด็กโต


ถึงเวลาป้องกันลูกน้อยจากท้องผูก

การป้องกันนั้นตอบตรงๆ คงเป็นการหลีกเลี่ยงสาเหตุ เลี้ยงดูให้อาหารทารกและฝึกการขับถ่ายอย่างเหมาะสม วิธีการมีโดยสังเขปดังนี้
  • ให้กินนมแม่นานที่สุดเท่าที่ทำได้
  • ให้อาหารสำหรับทารกให้เหมาะสมตามวัย ตามรายการที่แนะนำของกองโภชนาการกระทรวง คือกินอาหารครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสม
  • ทารกที่กินนมผสม ถ้าถ่ายแข็งให้เลือกสูตรนมที่มีแคลเซียมต่ำใกล้เคียงนมแม่ มีน้ำตาลแลกโทส โอลิโกแซคคาไรด์ จุลินทรีย์ พวกไบฟิโดแบคทีเรียและแลคโทแบซไล เป็นต้น
  • กินนมวัวผสมปกติ ให้มีความเข้มข้นของพลังงาน หนึ่งออนซ์มี 20 กิโลแคลอรี และให้กินได้ไม่เกิน 32 ออนซ์ต่อวัน
  • บางคนถ่ายได้ง่ายถ้าเติมน้ำผึ้ง น้ำตาลทรายแดงลงในนม แต่ไม่แนะนำ เนื่องจากทำให้ติดรสหวาน “เด็กไทยไม่กินหวาน” และน้ำผึ้งที่ไม่สะอาดจริงอาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนเกินอาการอาหารเป็นพิษได้
  • เลิกดูดนมขวด เริ่มโดยการฝึกให้ดื่มน้ำ ดื่มนมจากถ้วย หรือใช้หลอดดูดเมื่ออายุใกล้ขวบ และเลิกใช้ขวดนมได้ทั้งหมดเมื่ออายุขวบครึ่ง
  • กระตุ้นพัฒนาการให้ทารกและเด็กได้เล่นออกกำลังกาย นวดตัวและหน้าท้องให้ทารกหลังอาบน้ำ เพื่อกระตุ้นให้ระบบทางเดินอาหารทำงานขับถ่ายได้ปกติ
  • ฝึกให้นั่งกระโถนเมื่อเด็กพร้อม โดยทั่วไปให้เริ่มฝึกเมื่อเด็กมีความต้องการถ่ายได้ จะโดยภาษาท่าทาง พูดคำว่า อึ หรือ ฉี่ ได้ หรือให้เริ่มฝึกเมื่อเด็กอายุขวบครึ่ง เด็กจะควบคุมการขับถ่ายได้สมบูรณ์เมื่ออายุ 2 ขวบ การฝึกต้องทำอย่างนิ่มนวลและจูงใจ ทำหลังมื้ออาหารเช้าหรือเย็น หลังกินอาหารจะทำให้รู้สึกอยากถ่าย การฝึกถูกจังหวะทำให้เกิดความสำเร็จได้ง่าย

(update 15 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ มีนาคม 2005]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600