น้ำกับพัฒนาการ ที่ดีของชีวิตลูกน้อย


ก่อนที่ลูกน้อยจะลืมตาดูโลก เขาเคยอาศัยอยู่ในน้ำ ภายใน “ถุงน้ำคร่ำ” มานานถึง 9 เดือน ซึ่งช่วยให้เขาปลอดภัยในครรภ์ น้ำในถุงนำคร่ำยังช่วยพัฒนาระบบประสาทสัมผัสต่างๆ ของลูกน้อยให้พัฒนาพร้อม เมื่อออกมาสู่โลกภายนอก


น้ำพัฒนาเซลล์ประสาทสัมผัสของลูกน้อยในครรภ์

ขณะที่ลูกน้อยอยู่ในน้ำคร่ำ ธรรมชาติได้สร้างให้ลูกน้อยได้รับการพัฒนาระบบประสาทสัมผัสต่างๆ คือน้ำหนักตัวของลูกน้อยในครรภ์ระยะแรกยังมีน้อย จึงลอยอยู่ในน้ำคร่ำสภาพสุญญากาศ ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหว แขน ขา ได้สะดวก คล้ายการแหวกว่ายในน้ำ และการเคลื่อนไหวของน้ำคร่ำรอบๆ ตัวลูก ยังเปรียบเสมือนมือแม่ที่คอยลูบไล้ตัวเขา แต่เมื่อน้ำหนักตัวของลูกน้อยในครรภ์มากขึ้น ก็จะเริ่มจมลงสู่ฐานของมดลูก ทำให้ผิวหนังของลูกสัมผัสกับผิวด้านในของมดลูก เกิดการกระตุ้นพัฒนาการของระบบประสาทสัมผัสรับความรู้สึก ทำให้เกิดใยประสาทของการรับความรู้สึกที่แตกแขนงประสานกันมากขึ้น เพื่อพร้อมใช้งานได้ในอนาคต


น้ำพัฒนาศักยภาพของร่างกายและจิตใจให้ลูกน้อยเติบโต

แม้เมื่อลูกน้อยเกิดมาแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังคงเห็นด้วยว่า น้ำไม่ได้ให้ประโยชน์เพียงแค่การดื่ม กิน อาบ แต่ยังมีประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกน้อยดังนี้

1. การออกกำลังกายในน้ำ ช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยแข็งแรงและมีจิตใจที่เข้มแข็งเชื่อมั่นในตนเอง เ ป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันเด็กก็สามารถออกกำลังกายในน้ำได้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ พลเรือตรี นพ.สุริยา ณ.นคร ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำ เคยชี้แจงว่า อดีตประเทศออสเตรเลียมีปัญหาเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำจำนวนมาก ทำให้มีการหาวิธีที่จะทำให้เด็กลอยตัวอยู่ในน้ำได้ประมาณ 20 นาที พอที่ผู้ใหญ่จะมาพบและช่วยไว้ได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีทักษะการว่ายน้ำที่ดีจะไม่เสียชีวิตจากการจมน้ำ เพราะแม้แต่นักกีฬาว่ายน้ำก็อาจจมน้ำได้จากตะคริวกิน ศรีษะกระแทกขอบสระ จนหมดสติ ฯลฯ ดังนั้นความปลอดภัยที่แท้จริงคือความไม่ประมาท โดยควรดูแลลูกอย่าให้คาดสายตา เมื่ออยู่ใกล้น้ำหรือเล่นน้ำ ส่วนลักษณะการว่ายน้ำของลูก เป็นเพียงช่วยให้เขามีโอกาสรอดมากขึ้น ด้วยการส่งเสริมพื้นฐานการกลั้นหายใจในน้ำ

แต่เด็กก่อนขวบปี ยังไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ แต่มีทักษะกลั้นลมหายใจในน้ำ เป็นสัญชาตญาณที่สมองสร้างไว้ เพื่อให้ดำรงชีวิตได้ขณะอยู่ในครรภ์ จึงทำให้ง่ายต่อการดำน้ำหลังคลอดถึง 4 เดือน แม้เด็กยังบอบบางจนอาจทำให้ผู้ปกครองกังวล แต่ความจริงสัญชาตญาณของเด็กจะมีทักษะและโลกทัศนืทางน้ำมีค่อนข้างมาก เขาจะกลั้นหายใจทางน้ำได้เอง ซึ่งเขาทำได้ง่ายกว่าการเปิดปิดท่อลมหายใจเพื่อเอาอากาศเข้า-ออกจากปอกขณะดูดนมเสียอีก แต่หากเขาไม่ได้รับการกระตุ้นเตือนก่อนอายุ 4 เดือน ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ สัญชาตญาณนี้จะเลือนไป เพราะสมองด้านอื่นจะเจริญเติบโตขึ้นแทนจากประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องใหม่ในแต่ละวันมากดสมองส่วนดั้งเดิมไว้ (ศรีษะของเด็กวัยนี้หนักถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักตัวทำให้ไม่สามารถยกศรีษะให้พ้นน้ำเพื่อหายใจได้ จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลด้วยตลอด)


ประโยชน์ของการออกกำลังกายในน้ำ

การพัฒนาด้านร่างกาย และสติปัญญาเป็นการเรียนรู้ที่ได้จากประสบการณ์เองว่าควรทรงตัวอย่างไร เพื่อให้สามารถลอยตัวอยู่ในน้ำได้ มีกล้ามเนื้อและกระดูกจะแข็งแรงเร็วขึ้น จึงอาจทำให้เด็กคลานหรือยืนได้เร็วกว่าเด็กวัยเดียวกันเล็กน้อย และมีงานวิจัยของลีเซลอต ดีม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโคโลญ เยอรมัน ถึงผลของการกระตุ้นกล้ามเนื้อต่อพัฒนาการพบว่า เด็กที่เริ่มออกกำลังกายในน้ำก่อน 3 เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างจะ…
  • แสดงความฉลาดและความสามารถมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ

  • เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วสอดประสานกัน และรักษาสมดุลของร่างกายได้ดีกว่าการพัฒนาด้านจิตใจ จากผลงานวิจัยข้างต้น ยังได้แสดงถึงผลลัพธ์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาด้านจิตใจด้วยดังนี้

  • เข้าสังคมกับผู้อื่นได้ง่ายและเร็วกว่า โดยพบว่าเด็กอายุ 5 - 6 เดือนจะมีพัฒนาการด้านสังคมแล้ว ทั้งที่เด็กจะมีพัฒนาการที่อายุประมาณ 3 ปี ทั้งนี้เนื่องจากเขามาที่สระ ได้เจอเพื่อน มีโอกาสอยู่กับพ่อแม่อย่างใกล้ชิด ได้อ่านใจจากภาษากายในการหัดออกกำลังกายในน้ำ ซึ่งเป็นพื้นฐานการเข้าสังคมเมื่อเด็กเข้าโรงเรียนก็จะปรับตัวได้ดี

  • สามารถเอาชนะความผิหวังจากเพื่อนเล่นได้ดีกว่า

  • มีความเป็นอิสระและไม่หวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน ทั้งนี้เป็นผลจากกระบวนการเรียนรู้ของเด็กจากการออกกำลังกายในน้ำ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดหากไม่ฝืนความรู้สึกตามธรรมชาติของเขา เมื่อเด็กดำน้ำไปได้ซัก 2 - 3 ครั้ง เขาจะเกิดความเครียดหรือความตื่นตัวที่ได้มาจากการเรียนรู้ แต่ถ้าไม่มีความเครียดตื่นตัวเลย ก็จะคล้ายการเรียนที่ไม่รู้เรื่อง เรียนแล้วผ่านลอยไป แต่ถ้าเครียดมาก ก็จะทำให้ไม่สนุก ก่อให้เกิดความวิตกกังวล ความเครียดปานกลางจึงนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเด็กควบคุมมันได้แค่ไหน หากสามารถผ่านความเครียดนี้ไปได้ มันจะช่วยเปลี่ยนลูกน้อยไปสู่ผู้ที่มีความมั่นใจซึ่งสามารถสังเกตได้จากแววตาของลูก
2. น้ำช่วยฟื้นฟูพัฒนาการของลูกน้อย ให้สามารถฟื้นคืนกลับมาเป็นบุคคลที่สมบูรณ์ได้อีกครั้ง เช่น กรณีน้องป่าน (นามสมมติ) อายุ 1 ปี 2 เดือน คอพับ กล้ามเนื้อหลังไม่มีแรง นั่งไม่มั่นคง ไม่มีจุดศูนย์รวมของสายตา (เหมือนคนตาเหล่) จากกลุ่มอาการดาวน์ซินโดม (Down Syndrom) หลังจากที่คุณแม่พาน้องป่านมาออกกำลังกายในสระ 15 ครั้ง ขาของน้องเริ่มถีบตัวและมีลักษณะความพร้อมที่จะลุกขึ้นยืน การทรงตัวในการยืนดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีพัฒนาการด้านสังคม เริ่มคุยและส่งยิ้มทั้งที่ปกติเด็กกลุ่มอาการนี้จะเป็นเด็กค่อนข้างขี้ตกใจ จึงไม่ค่อยยอมปฏิสัมพันธ์กับใครง่ายๆ แต่การกระตุ้นด้วยการออกกำลังกายในน้ำ จะทำให้เด็กปิดกั้นตัวเองน้อยลง ช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองให้กับเด็กที่จะทำให้เขาสกล้าแสดงออกกว่าเด็กปกติ

ส่วนกรณีของน้องเพื่อน (นามสมมติ) ที่อายุ 1 ปี 2 เดือนแล้วเช่นกัน แต่คอยังพับและนั่งเองไม่ได้ กล้ามเนื้อซีกซ้ายอ่อนแรงทั้งซีก คล้ายอัมพาตครึ่งซีก เป็นผลจากหลอดเลือดทางสมองพิการมาแต่กำเนิด คุณแม่จึงพามาออกกำลังกายในน้ำ เพื่อต้องการให้ลูกมีการเคลื่อนไหว หลังจาก 1 ปีผ่านไป น้องเพื่อนสามารถเกาะยืนด้วยตัวเองได้กล้ามเนื้อมือจากที่เคยอ่อนแรง กลับหยิบจับสิ่งของได้มากขึ้น คุณรัชนก เหลืองแจ่ม นักกายภาพบำบัด แผนกธาราบำบัด รพ.แห่งหนึ่ง เคยชี้แจงว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ได้เพราะปกติป่วยอัมพาตครึ่งท่อนจะขยับตัวเองแทบไม่ได้เมื่ออยู่บนบก แต่การอยู่ในน้ำช่วยให้ผู้ป่วยสามารถขยับตัวไปมาด้วยแรงของตัวเองได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพาใครผู้ป่วยจึงเกิดความหวังทั้งพลังกายและใจ ที่จะปรับปรุงศักยภาพของตนเองให้ดีขึ้น การพัฒนาเด็กกลุ่มนี้มีปัญหาสมอง จะต้องให้เด็กได้เรียนรู้อะไรที่ซ้ำๆ สมองจึงจะเกิดการเรียนรู้เอง ซึ่งเป็นการบอกให่สมองส่วนที่เหลือเข้ามามีส่วนควบคุมส่วนที่เสียหายไป

แม้น้ำจะช่วยฟื้นฟูพัฒนาการของเด็กที่มีกลุ่มอาการได้ แต่จำต้องได้รับการฝึกฝนผ่านการบำบัดในน้ำที่เด็กยืนไม่ถึง เพื่อเน้นให้น้ำเป็นแรงพยุงตัวเด็ก และเพื่อให้ร่างกายของเขาไดเคลื่อนไหวให้มากที่สุด ทำเช่นนี้ต่อเนื่องอย่างน้อยวันละประมาณ 20 นาที ทุกวันถ้าทำได้


ข้อแนะนำในการเลือกสระน้ำให้ลูก

ถ้ามองในด้านสุขภาพของลูกน้อยที่ยังมีภูมิต้านทานต่ำ และผิวอ่อนบางกว่าสารคอรีน ซึ่งทำอันตรายต่อผิวหนังอ่อนๆ ของลูกน้อยได้ ผู้ปกครองจึงควรหาสระที่มีการควบคุมเฉพาะสำหรับเด็ก เช่น เป็นสระที่อยู่ในตัวอาคารในร่ม (indoor) สระน้ำสามารถปรับสิ่งแวดล้อมของน้ำได้คือ สามารถปรับลักษณะของกระแสน้ำ เช่น ปรับให้เป็นระบบน้ำวน และปรับอุณหภูมิของน้ำได้ ซึ่งจะแตกต่างจากสระน้ำโดยทั่วไปที่จะปรับอุณหภูมิไม่ได้ รวมถึงหากมีสิ่งแปลกปลอม เศษผง ฝุ่นละอองซึ่งจะลอยตัวขึ้นมาอยู่บนผิวของน้ำ

ศาสตร์ของน้ำจึงมีผลต่อชีวิตมนุษย์ หากผู้ปกครองท่านใดสนใจพาลูกน้อยโดยเฉพาะลูกน้อยอายุไม่ถึงขวบปีไปออกกำลังกายในหน้าร้อนนี้บ้างแล้วล่ะก็ ควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ จึงจะสามารถฝึกการออกกำลังกายดำน้ำได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ.


(update 9 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.152 March 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600