แม่จ๋าฟันน้ำนมหนูขึ้นแล้ว


ฟันน้ำนมคู่แรกเริ่มขึ้นเมื่อเจ้าตัวเล็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยมักจะเป็นฟันหน้า บางคนอาจขึ้นเร็ว (เกิดมาพร้อมกับฟัน 1 ซี่เลย) หรืออาจช้ากว่านี้ (ประมาณ 1 ขวบ) ก็ได้ ฟันกรามน้ำนมจะขึ้นเมื่อเด็กอายุประมาณ 1 ขวบครึ่ง และฟันน้ำนมจะค่อยๆ ทยอยขึ้นจนครบ 20 ซี่ เมื่อเด็กอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง

เมื่อฟันเริ่มขึ้น บริเวณแก้มของเจ้าตัวเล็กจะมีสีชมพูหรือแดงจัด และมีน้ำลายออกมามากกว่าปกติ บางครั้งไหลย้อยออกมานอกปากเหงือกบริเวณที่ฟันกำลังขึ้นอาจบวมแดงและคันฟันจะดันเหงือกให้นูนเป็นตุ่ม จากนั้นเหงือกจะเปิดให้ฟันงอกตามออกมา ระยะนี้เด็กจะเจ็บเหงือก จึงมักงอแงมากกว่าปกติและจะเป็นอยู่อย่างนี้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ จนกระทั่งฟันซี่นั้นขึ้นมาระหว่างนั้นอาจมีอาการอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุจากฟันขึ้น เช่น อาการแพ้ผื่นผ้าอ้อม โดยเด็กอาจปัสสาวะมีกลิ่น หรืออุจจาระเหลวขึ้น และอาจมีอาการไม่สบาย มีไข้ขึ้นสูง ผื่นคัน ท้องเสีย อาเจียน และเบื่ออาหาร เป็นต้น


ระยะอาการขึ้นและหลุดของฟันน้ำนม

ฟันบน ขึ้น หลุด ฟันล่าง ขึ้น หลุด
ฟันหน้าซี่กลาง 7 เดือนครึ่ง 7-1 ปีฟันหน้าซี่กลาง 6 เดือน 6-7 ปี
ฟันหน้าซี่ข้าง 9 เดือน 8-9 ปีฟันหน้าซี่ข้าง 7 เดือน 7-8 ปี
ฟันเขี้ยว 18 เดือน 11-12 ปีฟันเขี้ยว 16 เดือน 9-10 ปี
ฟันกรามซี่ที่ 1 14 เดือน 10-11 ปีฟันกรามซี่ที่1 12 เดือน 10-12 ปี
ฟันกรามซี่ที่ 2 24 เดือน 10-12 ปีฟันกรามซี่ที่ 2 20 เดือน 11-12 ปี


คุณแม่สามารถดูแลสุขภาพกระดูและฟันของลูกได้ตั้งแต่เขาอยู่ในครรภ์ เพราะ อาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไประหว่างการตั้งครรภ์จะมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกและฟันของลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เป็นอย่างมาก หากคุณแม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ ก็อาจจะทำให้ฟันของลูกที่สร้างขึ้นมาไม่แข็งแรง และยังผุง่ายอีกด้วย

คุณจะสามารถสังเกตได้ว่าเมื่อฟันของเราเริ่มขึ้น บริเวณแก้มของลูกจะมีสีชมพูหรือสีแดงจัด และจะมีน้ำลายออกมากกว่าปกติ จนบางครั้งไหลย้อยออกมานอกปากเหงือกบริเวณที่ฟันเด็กกำลังขึ้นอาจมีอาการบวมแดงและคัน ฟันจะดันเหงือกให้นูนเป็นตุ่ม จากนั้นเหงือกจะเปิดให้ฟันงอกตามออกมา ซึ่งทำให้ระยะนี้เด็กอาจจะเจ็บเหงือกได้ทำให้เขามักจะร้องไห้งอแงมากกว่าปกติ และจะเป็นอยู่อย่างนี้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ จนกระทั่งฟันซี่นั้นขึ้นมาเรียบร้อยดีแล้ว

นอกจากเด็กจะร้องโยเยแล้ว ก็อาจจะมีอาการอื่นๆ ประกอบ ซึ่งสาเหตุล้วนมาจากอาการฟันขึ้นเช่น อาการแพ้ผื่นผ้าอ้อมคือ เด็กอาจปัสสาวะมีกลิ่นหรืออุจจาระเหลวขึ้นและอาจมีอาการไม่สบาย ตัวสั่น มีไข้ขึ้นสูง ผื่นคัน ท้องเสีย อาเจียน และเบื่ออาหาร เป็นต้น


แม่ช่วยได้…เมื่อลูกปวดฟัน

อาการปวดฟันสามารถบรรเทาอาการได้ คุณต้องให้ความรักความอบอุ่นและความเอาใจใส่เขามากเป็นพิเศษ กอดลูกบ่อยๆ เพื่อทำให้เขารู้สึกดีขึ้น การใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งก้อนเล็กๆ มาประคบ หรืออาจให้เด็กอมหรือเคี้ยวแครอท แตงกวา ฝรั่ง แอปเปิ้ล ฯลฯ ชิ้นเล็กๆ หรือของเล่นยางซิลิโคนบรรจุน้ำไว้ภายใน เป็นต้น โดยนำไปแช่เย็นก่อนนำมาให้เด็กกัดเล่น ก็อาจช่วยลดอาการระคายเคืองได้

ส่วนการบรรเทาอาการเจ็บเหงือกนั้น ถ้าลูกไม่เจ็บถึงขนาดแตะไม่ได้ ให้คุณล้างมือให้สะอาด แล้วใช้นิ้วเข้าไปนวดเหงือกของลูกเบาๆ อาจช่วยให้ดีขึ้น การใช้เจลที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บเหงือก ซึ่งไม่มีน้ำตาลผสมอยู่เช่น Bonjela ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บเหงือกได้ แต่การทำความสะอาดเหงือกของลูกหลังอาหาร จะช่วยลดอาการอักเสบในขณะฟันขึ้นได้ดีที่สุด

การใช้สำลีชุบน้ำหรือสะอาดเช็ดบริเวณรอบปากลูก เมื่อมีน้ำลายย้อยออกมานอกปากเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเป็นผื่นแดงจากอาการติดเชื้อจากน้ำลาย เด็กบางรายที่มีอาการมากคือ เด็กอาจปวดเหงือกมากจนจนกระทั่งมีอาการบวมแดง และอาจมีอาการร่วมด้วยซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดลดไข้ จำพวกยาพาราเซตามอลชนิดน้ำเชื่อม (ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้) และควรปรึกษาทันตแพทย์เรื่องฟันของลูก

ฟันน้ำนมนี้มีความสำคัญต่อลูกมาก เพราะนอกจากจะมีประโยชน์ในการเคี้ยวอาหารแล้ว ยังช่วยให้ฟันแท้ที่สร้างตัวอยูาในเหงือกอีกทีขึ้นมาได้ถูกตำแหน่ง ไม่เกซ้อนกัน และยังช่วยให้เด็กพูดชัด และถ้ามีเหตุให้น้ำนมถูกถอนก่อนกำหนด เช่น เกิดผุมากจนกระทั่งเกิดหนองปลายรากฟัน ก็จะมีผลกระทบต่อฟันแท้ หรือกรณีที่มีการถอนฟันน้ำนมออกก่อนกำหนดนานๆ ช่องว่างตรงบริเวณนั้นจะแคบลง จนทำให้ฟันแท้ที่อยู่ข้างใต้ไม่สามารถแทงขึ้นมาแทนที่ได้ อาจทำให้เกิดการเจริญของกระดูกขากรรไกรหยุดชะงัก ผลที่ตามมาคือ อาจทำให้ฟันแท้ไม่ขึ้น เกิดฟันซ้อน ฟันเกในภายหลัง

นอกจากนี้ผูปกครองควรฝึกให้เจ้าตัวเล็กบ้วนปาก และช่วยทำความสะอาดช่องปากให้เขาอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น อย่างน้อยวันละ 2 ครั้งใน เวลาเช้าและก่อนนอน รวมถึงพาเจ้าตัวเล็กไปพบทันตแพทย์ โดยมีช่วงที่ควรปฏิบัติตามวัยดังนี้


อายุสิ่งที่เกิดข้อแนะนำ
2-6 เดือน - ทราบข้อมูลและวิธีปฏิบัติในการเช็ดเหงือกของเด็กอย่างถูกต้องและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
- ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น
- พบทันตแพทย์เด็กครั้งแรกหลังฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น ไม่ควรเกิน 6 เดือนจากนั้น
6 เดือน - ป้องกันฟันผุตั้งแต่ชุดฟันน้ำนม
- เริ่มให้กินฟลูออไรด์เสริม
- ทันตแพทย์หรือกุมารแพทย์เป็นผู้สั่งฟลูออไรด์ให้กิน โดยพิจารณาจากแหล่งน้ำที่เด็กดื่ม
6 เดือน-1 ปี - ฝึกให้ดื่มนมจากถ้วย
- เลิกนมมื้อดึก โดยเฉพาะนมที่ดูดจากขวด
- เด็กควรเริ่มหัดกินอาหารเป็นหลัก โดยกินอาหารได้ครบ 3 มื้อเมื่ออายุ 1 ปี ส่วนนมกลายเป็นเพียงอาหารเสริม
- ไม่เอาของหวานทุกชนิดใส่ขวดนม รวมถึงน้ำหวาน น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ เพราะทำให้ฟันผุลุกลามอย่างรวดเร็ว
- เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน เริ่มฝึกดื่มน้ำเปล่าจากถ้วย หรือให้ดูดจากหลอด


อ้างอิง : ตารางปฏิทินสุขภาพช่องปากเด็กในช่วงอายุ 0-6 ปี ศูนย์ทันตกรรม ร.พ. กรุงเทพ


(update 22 กันยายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.155 June 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600