ครอสเดรส


ความหมายผู้ชายซีดี

กลุ่มชายแต่งหญิง มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า กลุ่ม Crossdressor หรือ เรียกว่า Transvestite มักเรียนสั้นๆ ว่า ซีดี (CD) หมายถึง กลุ่มบุคคลที่นิยมชื่นชอบการแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายต่างเพศ โดยแพทย์ระบุว่าเป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง คือ "ลักเพศ" โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ชายกลุ่มนี้ชอบสวมใส่ด้วยชุดแต่งกายผู้หญิง เนื่องจากชอบเนื้อผ้าที่พลิ้วไหว อ่อนนุ่ม หลายคนจึงชอบสะสมชุดนอนบางเบา ชุดชั้นใน บางคนสวมใส่กางเกงในผู้หญิงทุกวัน และแม้จะมีการระบุว่าเป็นโรคจิต แต่จิตแพทย์บางคนก็ยังไม่นับว่าเป็นการป่วยทางจิตเนื่องจากรสนิยมของกลุ่มซีดียังไม่ได้เป็นภัยต่อคนรอบข้าง
ข้อมูล ..วิกิพีเดีย เอนไซโคพิเดีย



"...แอบ" ของจริง ผู้ชายกลุ่ม "ครอส เดรส"

คงไม่แปลกหากคุณเห็นสาวประเภทสองแต่งตัวงามเริ่ดหรูเดินเฉิดฉายอยู่ในที่สาธารณะ เพราะเป็นที่รู้กันว่า สาวๆ เหล่านี้ มีใจและกายโน้มเอียงมาทางหญิงสาว

แล้ว...ถ้าจะบอกว่า หนึ่งในจำนวนสาวๆ ที่คุณเห็น แท้จริงแล้ว เขามีใจเป็น "ชาย" แมน 100% ล่ะ จะทำหน้ากันอย่างไรดี

ไม่ต้องงง เพราะสังคมเรามีผู้ชายอีกกลุ่มที่น่าจะเรียกได้ว่า "แอบ" ของจริง คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "ครอส เดรส" มาจากคำว่า Crossdressor หรือเรียกสั้นๆ ว่าซีดี

ในเว็บไซต์ ไทยครอสเดรสดอทคอม เจ้าของเว็บไซต์ อธิบายพฤติกรรมของชาวซีดีทั้งหลายว่า

"โดยมาก พวกเราจะแต่งตัวเป็นหญิงอยู่ในที่ที่เป็นส่วนตัว แต่ก็มีบ้างที่หลายคนชอบที่จะแต่งตัวด้วยชุดของผู้หญิงออกไปเดินข้างนอก อย่างบางคนก็แค่ใส่กางเกงในของผู้หญิง เพราะชอบในความนุ่มลื่นของเนื้อผ้า บางคนชอบใส่ถุงน่อง เพราะชอบความรู้สึกของเรียวขาที่โอบกระชับด้วยเนื้อผ้าไนล่อน บางคนชอบใส่ชุดนอนแบบนุ่มๆ ลื่นๆ เช่น ชุดนอนกระโปรง หรือบางคนชอบใส่ชุดนักเรียนหญิง ชุดนักศึกษา แต่ก็มีไม่น้อยที่ใส่ทุกอย่างที่ผู้หญิงเขาใส่กัน เช่น เสื้อใน เสื้อทับ สลิป สายรั้งถุงน่อง รองเท้าส้นสูง วิก"

จากการพูดคุยกับ "เอม" ชายหนุ่มอายุ 32 ปี อาชีพค้าขาย ที่เรียกตัวเองว่าเป็นซีดีคนหนึ่ง เล่าว่า รู้สึกตัวเองว่าชื่นชอบเสื้อผ้าผู้หญิงมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะผ้าลื่นเนื้อนิ่ม ใส่สบาย แต่เริ่มชอบจริงจังตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากการนำเอาเสื้อผ้าของพี่สาวมาสวมใส่ จากนั้นก็ติดใจมาเรื่อยๆ จนกระทั่งซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของผู้หญิงทั้งวิกผม ถุงน่อง เมื่อมีเวลาว่างก็หยิบทุกอย่างมาแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างครบครัน

หนุ่มชอบแต่งหญิงคนนี้ ตอบข้อสงสัยถึงความแตกต่างระหว่างกระเทยหรือกลุ่มเกย์ กับ ซีดี ว่า จริงๆ แล้ว ถ้าดูจากลักษณะภายนอกแทบจะไม่มีความต่างกัน เพียงแต่ต่างกันที่จิตใจ นั่นหมายถึงว่า ซีดีจะไม่มีความรู้สึก "พิเศษ" กับผู้ชายด้วยกัน ขณะที่กะเทย เกย์ชอบพอรักใคร่กับคนเพศเดียวกัน

"ซีดีจริงๆ ชอบแค่แต่งกายแบบผู้หญิงเท่านั้น อย่างผมก็มีแฟนเป็นผู้หญิง แล้วมีแผนว่าจะแต่งงานกันด้วย เพียงแต่ยังไม่ได้บอกให้แฟนรู้ ซีดีจริงๆ จะไม่ชอบผู้ชายและไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ กับผู้ชายเลย มีครั้งหนึ่ง ผมแต่งหญิงออกไปข้างนอก แล้วก็มีผู้ชายมาทัก แล้วก็ขอมีอะไรด้วย ผมไม่ร่วมด้วยเด็ดขาด เพราะความรู้สึกมันไม่ได้จริงๆ"

อีกคน "อ๊อฟ" อายุ 26 ปี รับราชการ ยืนยันหนักแน่นว่า เขาเป็น "ผู้ชายแมนทั้งแท่ง" ไม่เคยมีใจให้กับผู้ชายด้วยกันแม้แต่น้อย เพียงแต่หลงใหลความสวยงามของเสื้อผ้าผู้หญิง โดยเฉพาะชุดนักศึกษา เท่านั้น

"ซีดีก็คือความลับ ถ้าไม่ลับก็คือประเภทกะเทย เราแต่งแบบนี้เพราะชอบชุดเสื้อผ้าเซ็กซี่ แค่นั้นจริงๆ ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชาย"

ส่วนใหญ่ซีดีมักจะไม่กล้าบอก "ความลับ" ของตัวเองให้กับคนอื่นรู้ โดยเฉพาะแฟนหรือภรรยา เพราะเกรงว่าจะเกิดการเข้าใจผิด แต่สำหรับ "ปอบ" อายุ 20 ปี ซีดีอีกคนหนึ่ง กลับตัดสินใจบอก "รสนิยม" ของตัวให้แฟนสาวรู้ ซึ่งก็เป็นความโชคดีที่แฟนเข้าใจและยอมรับได้ ที่สำคัญยังชื่นชอบให้ปอบแต่งตัวแต่งหน้าเป็นผู้หญิงอีกด้วย

"ตอน 10 ขวบ พี่สาวจับแต่งหน้า ใส่ชุดผู้หญิง ตั้งแต่นั้นผมก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าผู้หญิงใส่แล้วสบาย เลยแอบใส่ของพี่สาวมาตลอด ใส่อยู่ในบ้าน ส่วนใหญ่ชอบชุดนอนผ้าลื่นๆ และในช่วงหน้าร้อนจะใส่กางเกงในของผู้หญิงเพราะแพ้ขอบกางเกงในผู้ชาย ส่วนแฟนก็ชอบจับเราแต่งตัว เลยตัดสินใจบอกไปตรงๆ ว่าชอบแบบนี้ ตอนแรกดูเหมือนเขาจะตกใจ แต่คุยไปคุยมาเขาก็เข้าใจ เวลาไปซื้อเสื้อผ้า ชุดชั้นใน แฟนจะถามตลอดว่า ชอบแบบนี้ดีไหม แล้วก็ช่วยกันซื้อ รู้สึกสบายใจมากๆ"

ปอบให้ความคิดเห็นว่า ตัวเขาเองไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นภัยต่อสังคมหรือเป็นโรคจิต แม้นิยามของคนกลุ่มนี้ตามที่หาข้อมูลทางการแพทย์จะบอกว่าเป็นโรคจิตก็ตาม แต่อยากให้คิดว่าคำว่าโรคจิตน่าจะหมายถึงพฤติกรรมของคนที่เป็นภัยต่อสังคม แต่ตัวเขาและเพื่อนซีดีหลายคนไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนและไม่เคยใช้รสนิยมไปในทางที่ผิด จึงอยากให้สังคมที่อาจรับรู้เรื่องนี้เปิดใจยอมรับความหลากหลายของรสนิยมของคนในสังคม

นำข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังเป็นความรู้ใหม่ว่า สังคมเรายังมีอะไรหลายอย่างที่ซ่อนเร้น แต่สิ่งสำคัญคนในสังคมไม่ควรใช้กรอบของตัวเองเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าใครผิดใครถูก ดูที่การกระทำของเขาเหล่านี้ แล้วช่องว่างในสังคมจะลดลง


(update 12 ตุลาคม 2006)
[ ที่มา.. หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10442 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600