ริดสีดวงทวารระหว่างตั้งครรภ์


คุณมณีรัตน์มีอาการท้องผูกเสมอตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เนื่องด้วยภารกิจในชีวิตประจำวันที่ต้องเร่งรีบ ต้องตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปทำงาน และมักไม่มีเวลาพอที่จะเข้าห้องน้ำให้เสร็จตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ส่วนมากก็จะเข้าห้องน้ำหลังจากตอกบัตรเข้างานแล้ว ซึ่งถ้าวันไหนงานยุ่งก็จะลืมไปเลย บางครั้งมีอาการท้องผูกหลายวัน เมื่อเริ่มอึดอัดมากก็จะใช้ยาระบาย หรือยาสวน และเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ก็ยิ่งมีอาการมากขึ้น แม้ว่าจะพยายามรับประทานผัก ผลไม้ และดื่มน้ำ ให้มากขึ้นตามคำแนะนำของคุณหมอแล้วก็ตาม

ในระยะแรกๆ คุณมณีรัตน์มักเป็นกังวลเกี่ยวกับอาการท้องผูกมาก เพราะกลัวว่าจะส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ จึงได้พยายามหายามาระบายสมุนไพรมารับประทานเสมอ ซึ่งต่อมาคุณหมอที่รับฝากครรภ์ได้แนะนำให้เลิกใช้เพราะอาจส่งผลเสียถึงขั้นแท้งบุตรได้ บางครั้งท้องผูกสร้างความหงุดหงิดและอึดอัดให้กับคุณมณีรัตน์มาก เพราะบางครั้งไม่ถ่ายท้องนานถึง 7 วันก็มี เนื่องจากไม่สามารถใช้ยาระบายช่วยได้คุณมณีรัตน์จึงต้องออกแรงเบ่งอุจจาระเสมอ จึงทำให้เกิดเป็นริดสีดวงทวาร แม้ว่าจะได้รับยาเพื่อบรรเทาอาการจากคุณหมอ แต่อาการของริดสีดวงก็ทำให้อาการท้องผูกแย่ลงไปอีก เนื่องจากกลัวเจ็บขณะถ่าย

จนเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 36 สัปดาห์ คุณมณีรัตน์มีอาการท้องผูกและพยายามเบ่งถ่ายอุจจาระในห้องน้ำ แต่รู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆ ไหลมาที่ก้น จึงใช้กระดาษทิชชูเช็ด ปรากฏว่าเป็นเลือดสีแดงสด ขณะนั้นคุณมณีรัตน์ไม่แน่ใจว่าเป็นเลือดออกจากการแตกของถุงน้ำคร่ำหรือไม่ จึงออกมาโทรหาคุณหมอ คุณหมอจึงให้มาพบที่โรงพยาบาล คุณมณีรัตน์มีเลือดออกมาก รู้สึกกลัวมาก และรู้สึกเวียนศรีษะคล้ายจะเป็นลมเมื่อมาถึงโรงพยาบาลคุณหมอได้ทำการตรวจให้ และพบว่าริดสีดวงทวารแตก จึงทำให้เลือดออกมา แต่ขณะมาพบแพทย์นั้นเลือดหยุดไหลแล้ว และได้ขอตรวจดูมีภาวะซีดหรือไม่ แต่ระดับความเข้มข้นของเลือดอยู่ในระดับที่ปกติ คุณหมอจึงให้กลับบ้านได้ โดยให้คำแนะนำและใช้ยารักษา

คุณมณีรัตน์ได้คลอดบุตรด้วยวิถีธรรมชาติ อาการเจ็บของแผลฝีเย็บจากการคลอดบุตรทำให้คุณมณีรัตน์กลัวการขัยถ่าย และทำให้ท้องผูกอีก แต่คุณหมอก็ได้ช่วยให้ยาระบายชนิดที่ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร ซึ่งไม่มีผลต่อการให้น้ำนม หลังจากที่แผลหายดี คุณมณีรัตน์จึงพยายามทานผักผลไม้ ดื่มน้ำให้มากขึ้นเมื่อตื่นนอนตอนเช้า และออกกำลังกายสม่ำเสมอ พยายามตื่นเช้าขึ้นเพื่อทำการฝึกการขับถ่ายใหม่อีกครั้งเพราะกลัวการกลับมาเป็นริดสีดวงทวารอีก

ไขปัญหาผู้เชี่ยวชาญ

ริดสีดวงทวารคือเส้นเลือดดำที่บริเวณรูทวารหนักมีการโป่งพองออก หรือที่เรียกว่าเส้นเลือดขอดที่ทวารหนัก ซึ่งในหญิงตั้งครรภ์มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณเลือด และการไหลกลับสู่ระบบไหลเวียนเลือดเป็นไปได้ไม่ดี เนื่องจากมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น และกดเส้นเลือดดำในบริเวณอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดภาวะเลือดคั่งในระบบเส้นเลือดดำบริเวณนั้น และจากการที่มีระดับฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ซึ่งริดสีดวงทวารนี้จะทำให้มีอาการคัน เจ็บหรือแสบบริเวณทวารหนัก บางครั้งอาจทำให้มีเลือดออกได้เล็กน้อย

เนื่องจากอาการท้องผูกเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้อาการริดสีดวงทวารทรุดหนักลง ดังนั้นจึงควรป้องกันอาการท้องผูกโดยการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักต่างๆ ใยอาหารจะไปช่วยระบบการย่อยและระบบการขับถ่ายให้ดีขึ้น และควรรับประทานผลไม้มากขึ้น หรือรับประทานผลไม้ที่มีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ เช่น มะละกอสุก เป็นต้น นอกจากนี้ต้องดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเช้า 10-15 นาที จะทำให้ระบบทางเดินอาหารมีการเคลื่อนไหวและบีบตัวมากขึ้น ทำให้มีการเคลื่อนตัวของอุจจาระได้ดีและสะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยให้หล่อลื่นอุจจาระที่แห้งตัวหลังการนอนหลับทั้งคืนให้นุ่มลง และขับถ่ายออกมาได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ทำให้ภาวะริดสีดวงทวารหรือเส้นเลือดขอดที่ทวารหนักมีอาการทรุดลง นอกจากนี้ควรออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน จะทำให้การขับถ่ายอุจจาระเป็นปกติ

ฝนหญิงตั้งครรภ์หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ควรเดินออกกำลังกายในเวลาเช้า หรืออกกำลังได้ตามที่แพทย์แนะนำ การใช้ยาระบายใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อนเสมอ และหลีกเลี่ยงการนั่งในห้องน้ำเป็นเวลานาน ควรฝึกนิสัยในการขับถ่ายให้เป็นเวลา

ในผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร การใช้ความเย็นประคบบริเวณที่อาจช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ และการใช้ยาที่ออกฤทธิ์ระงับความรู้สึกเฉพาะที่ทาบริเวณริดสีดวงทวารควรใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้นเพราะอาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้


(update 3 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.158 September 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600