จะท้องนี้ ท้องไหน ก็ไม่เครียด


เมื่อก่อนไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเพื่อนๆ ที่กำลังท้องถึงเครียดกันจัง ทั้งๆ ที่น่าจะมีความสุขมากกว่า แต่พอถึงวันที่ตัวเองต้องรับบทคุณแม่คนใหม่ จึงได้รู้ซึ้งถึงความเครียดที่เกิดขึ้นจริงๆ ค่ะ

ทั้งอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง รูปร่างที่เปลี่ยนไป ทำอะไรก็ไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม เจ้าตัวเล็กในท้องอีกล่ะ จะแข็งแรงครบ 32 มั้ยนะ แล้วงานที่ทำค้างไว้จะเสร็จหรือเปล่า ฯลฯ เฮ้อ!…สารพัดเรื่องจุกจิกให้คิดมาก

ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดค่ะ แต่จะปล่อยให้ความเครียด มาเป็นตัวก่อกวนป้องกันคุณภาพได้อย่างไรกัน ดิฉันจึงไม่รอช้ารีบไปขอคำแนะนำถึงวิธีคลายเครียดจาก รศ.ดร.นพ.ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร สูติแพทย์ประจำโรงพยาบาลศิริราช


เหตุที่แม่ท้องเครียด

คุณแม่หลายคนเครียดได้กับร้อยแปดพันเรื่องแต่ถ้าจะมองถึงสาเหตุหลักๆ ก็สามารถแบ่งได้ดังนี้
  • ฮอร์โมนทำอารมณ์เปลี่ยนแปลง
    เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนจะเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการทางร่างกาย เช่น แพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียน และอาการอื่นๆ อย่างท้องอืด แน่นท้อง ท้องผูก ฯลฯ

    นอกจากนี้อารมณ์เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยค่ะ เช่น หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสีย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ขี้น้อยใจ ฯลฯ ซึ่งบางคนเป็นมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปค่ะ

  • วิตกเพราะร่างกายเปลี่ยนแปลง
    ซึ่งจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น เช่น แพ้ท้อง รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ พอท้องเริ่มโตขึ้นก็เริ่มปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหลัง ปวดขา เป็นตะคริว มีอาการบวมตามร่างกาย ฯลฯ ช่างไม่สบายตัวเสียเลยล่ะค่ะ

  • ภาวะแทรกซ้อนทำให้ระแวง
    ปกติแล้วคุณแม่จะทราบดีอยู่แล้วว่า การตั้งครรภ์คือกระบวนการตามธรรมชาติ ไม่ใช่ภาวะป่วยไข้ แต่กระนั้นหากมีอะไรผิดไปจากที่คิดไว้ ก็สามารถเครียดขึ้นมาได้เลยบางครั้งแค่คุณหมอแนะนำ อาการเครียดก็จู่โจมเสียแล้ว

    นอกจากนี้บรรดาโรคหรืออาการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น เป็นหวัด ท้องเสีย ฯลฯ ก็อาจก่อให้เกิดความกังวลและความเครียดให้คุณแม่ได้ค่ะ

  • งานและเงิน…เรื่องใหญ่ของแม่ท้อง
    เป็นธรรมดาของ Working Mom ค่ะ ที่มักจะกังวลเรื่องงาน เพราะขณะตั้งครรภ์คุณแม่จะทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิมกลัวว่าจะทำงานได้น้อยลง ฯลฯ รวมถึงค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่คุณแม่หลายคนกังวล แต่บางครั้งไม่ยอมบอกใคร ยิ่งคิดคนเดียวก็ยิ่งเครียดมากขึ้นกว่าเดิม

  • เลี้ยงลูกอย่างไรดีนะ
    คุณแม่หลายคนเครียดเรื่องการเลี้ยงดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใกล้คลอด บางคนพอรู้ว่ามีลูกแฝดปุ๊บก็เครียดปั๊บเลยเพราะกลัวเลี้ยงลูกแฝดไม่ถูก เป็นต้น

เครียด…ส่งผลอย่างไร

คุณแม่หลายท่านรวมทั้งตัวดิฉันเองพยายามหลีกเลี่ยงและทำให้ตัวเองไม่ตกอยู่ในสภาวะเครียด เพราะกลัวจะมีผลกระทบต่อลูกในท้อง ซึ่งคุณหมอบอกว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่มีรายงานการศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งศึกษาเฉพาะกลุ่มบอกว่า ความเครียดก่อให้เกิดผลเสียทั้งกับแม่และลูกได้ค่ะ

ผลกระทบต่อแม่ เช่น หัวใจเต้นแรงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น คลอดก่อนกำหนด เป็นต้น
ผลกระทบต่อลูก เช่น ตัวเล็ก การคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น

เมื่อแม่เครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดออกมา ฮอร์โมนพวกนี้จะไปกระตุ้นให้แม่เกิดการเจ็บท้องก่อนกำหนด หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดตีบลง เลือดอาจผ่านรกไปเลี้ยงลูกได้ไม่ดี เด็กอาจจะตัวเล็กกว่าเกณฑ์ เป็นต้น

นอกจากนั้นเมื่อคุณแม่เครียดก็อาจทำให้เกิดการดำเนิชีวิตไม่เหมือนเดิม เช่น รับประทานอาหารไม่ได้ หรือรับประทานได้น้อยลง ซึมเศร้า นอนหลับไม่เป็นเวลา ส่งผลให้เด็กในท้องตัวเล็กได้ค่ะ

และยังมีผลการศึกษาว่า ความเครียดมีผลต่อพัฒนาการของลูก ตั้งแต่ในท้องไปจนถึงหลังคลอด หากคุณแม่เครียดมากๆ ลูกจะมีความเสี่ยงต่อปัญหาเรื่องพัฒนาการด้านจิตใจ เช่น เป็นคนเครียดง่าย วิตกกังวล ซึมเศร้า ไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น


คุณแม่เครียดส่งผลต่อลูก

ถ้าคุณแม่ตึงเครียด การทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติของทารกในครรภ์อาจเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้เนื่องจากการตึงเครียดของคุณแม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบไหลเวียนโลหิตจากคุณแม่ไปสู่เจ้าตัวเล็กผ่านไปทางสายสะดือได้ค่ะ


ยิ่งเครียดความดันยิ่งเพิ่ม

ตามปกติแม่ท้องมีโอกาสเกิดความดันโลหิตสูงอยู่แล้วแม้จะไม่เครียดก็ตาม แต่หากคุณแม่เครียด ความดันโลหิตจะยิ่งสูงมากขึ้น และความดันที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจจะส่งผลต่อร่างกายได้ค่ะ


ทำอย่างไร…ให้หายเครียด

บางครั้งเป็นเรื่องฟังง่ายแต่ทำยากค่ะ แม่ท้องท่านใดที่กำลังมีปัญหานี้อยู่ คุณหมอให้คำแนะนำไว้ดังนี้
  • หาข้อมูลเพื่อรู้เท่าทันอาการ
    หากคุณแม่ทราบและเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น เข้าใจว่าอาการแพ้ท้องเป็นแค่ระยะเดียวและจะหายไป บางคนแพ้มากบางคนแพ้น้อยช่วงที่แพ้ท้องน้ำหนักอาจลดลงบ้าง แต่จะเพิ่มพูนหากดูแลรักษาสุขภาพให้ดี เป็นต้น

    การทราบข้อมูลอย่างเข้าใจและทำใจไว้ก่อนช่วยให้ใจสบายขึ้น และลดความเครียดลงไปได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรเชื่อข้อมูลที่ได้รับมาทันทีนะคะ เพราะอาจไม่ถูกต้องทั้งหมดดังนั้นหากคุณแม่มีข้อสงสัยควรไปปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์จะปลอดภัยที่สุดค่ะ

  • เปิดอกพูดคุยแก้เครียด
    อาจเริ่มจากการพูดคุยกันในครอบครัวกับสามีเพราะเป็นคนที่อยู่ด้วยกันตลอด แต่หากกังวลหรือเครียดมากๆ ก็ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลคุณแม่อยู่ก็ได้ค่ะ เพื่อดูว่าสาเหตุที่คุณแม่เครียดเกิดจากอะไร แล้วค่อยดูแลและแก้ไขไปตามสาเหตุตัวอย่างเช่น คุณแม่ได้รับผลการตรวจร่างกายซึ่งอาจมีเรื่องที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ก็อาจทำให้คุณแม่เกิดความกังวล หรือเครียดเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ก็ควรปรึกษาคุณหมอว่ามีทางแก้ไขอย่างไร เมื่อได้พูดคุยและได้รับคำอธิบายที่เหมาะสมก็จะช่วยลดปัญหานี้ได้ ไม่ต้องนั่งคิดๆๆ อยู่คนเดียว

  • ลดงาน…ลดเครียด
    ผู้หญิงสมัยใหม่มักจะทำงานนอกบ้านด้วย และเมื่อต้องเป็นคุณแม่ก็อาจเกิดความเครียด เพราะกลัวว่าจะทำงานไม่ได้เพราะเคยทำงานตั้งแต่เช้าจนเย็น พอท้องแล้วจะต้องทำงานให้น้อยลง ซึ่งบางคนก็รับไม่ได้หรือรู้สึกผิดไปเลยก็มีค่ะ

    สำหรับเรื่องนี้คุณหมอแนะนำว่า อันดับแรกคุณแม่ควรทำใจยอมรับให้ได้ก่อนว่าต้องลดงานลง ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเครียดเพราะความสามารถในการทำงานน้อยลง หรืออาจทำงานเท่าเดิม แต่ใช้เวลาในการทำงานให้นานขึ้น เช่น เคยใช้เวลาทำ 2 ชม. ก็เพิ่มเป็น 3 ชม. เป็นต้น และไม่เฉพาะงานนอกบ้านงานในบ้านคุณแม่ก็ต้องลดลงด้วยค่ะ

  • คุณพ่อช่วยได้!!
    คุณพ่อเป็นคนที่อยู่กับคุณตลอด ดังนั้นหากคุณพ่อสามารถเข้าใจอาการต่างๆ ที่จะเกิดกับคุณแม่ได้ก็ยิ่งดีค่ะ เช่น รู้ว่าคุณแม่จะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลง หงุดหงิด คุณพ่อก็อาจจะต้องใช้ความอดทนให้มากขึ้น และหาทางช่วยเหลือคุณแม่เท่าที่จะทำได้ เช่น เอาใจใส่ดูแลทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยเหลืองานบ้านบ้าง ก็จะช่วยลดความเครียดให้กับคุณแม่ได้เช่นกันค่ะ

  • พักผ่อนและออกกำลังกาย
    คุณแม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เช่น การนอน ถ้าเป็นไปได้ควรนอนกลางวัน หรือหาเวลาว่างไปต่างจังหวัด เป็นต้น

    อีกเรื่องหนึ่งที่คุณแม่ไม่ควรละเลยคือ การออกกำลังกายเพราะนอกจากจะช่วยคลายเครียดแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วยค่ะ

    นอกจากนั้นคุณแม่ก้ยังสามารถเลือกวิธีการผ่อนคลายความเครียดได้ตามความเหมาะสมและความชอบส่วนตัว เช่น นวดผ่อนคลายความไม่สบายตัวที่เกิดจากการตั้งครรภ์ ทำสปา ฝึกโยคะสำหรับคนท้อง ฯลฯ

ได้รับคำแนะนำจากคุณหมอแล้วสบายใจขึ้นค่ะ เพราะวิธีสลายความเครียดสำหรับแม่ท้องอย่างเราๆ นั้นไม่ยากเลยจริงมั้ยคะ

เพราะฉะนั้นตอนนี้ส่งยิ้มให้ตัวเองและเจ้าตัวเล็กในท้องหนึ่งครั้ง แล้วไปหากิจกรรมคลายเครียดทำกันเถอะค่ะ


(update 20 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 285 ตุลาคม 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600