ท้องลม ท้องหลอก


การตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่จะจบลงอย่างสมปรารถนาทุกครั้งไปคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ตั้งครรภ์แล้วไม่สมปรารถนาและจบลงเร็วเกินไปแบบไม่ทันตั้งตัวก็มี คุณแม่บางคนคิดว่าตัวเองตั้งครรภ์พอไปหาหมอตรวจเข้าจริงๆ พบว่าไม่ตั้งครรภ์ก็มีลองมาดูกันหน่อยไหมครับว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร


Case 1

“คุณนาวิกา อายุ 37 ปี มาหาคุณหมอที่โรงพยาบาล เนื่องจากประจำเดือนขาดไป 2 เดือน มีอาการคลื่นไส้อาเจียน คิดว่าตัวเองตั้งครรภ์เลยมาตรวจ คุณนาวิกาให้ข้อมูลกับหมอได้มากเลย คือบอกว่าตนเองเคยประจำเดือนมาสม่ำเสมอดี แต่ว่าตอนนี้ขาดไป 2 เดือนแล้ว มีอาการคลื่นไส้อาเจียน รู้สึกเหมือนมีลูกดิ้นๆ อยู่ในท้อง และรู้สึกว่าท้องโตขึ้น ปัสสาวะบ่อยด้วย นอกจากนั้นยังให้ประวัติมาด้วยอีกว่าแต่งงานมาก็ 6-7 ปีแล้วแต่ไม่เคยตั้งครรภ์เลย เคยไปตรวจเรื่องมีลูกยากสัก 4-5 ครั้ง แล้วก็ไม่มีเวลาไปตรวจอีก อยากมีลูกมาตลอด แต่ว่างานมันยุ่ง คราวนี้ประจำเดือนขาดไป 2 เดือนแล้วคิดว่าตั้งครรภ์เลยมาหาหมอ

จากการตรวจร่างกาย คุณหมอพบว่าท้องไม่โต คลำมดลูกไม่ได้ ฟังที่ท้องได้ยินแต่เสียงการเคลื่อนไหวของลำไส้ เมื่อตรวจอัลตราซาวนด์ให้ก็พบแต่มดลูก ซึ่งไม่มีลักษณะการตั้งครรภ์ให้เห็นแต่อย่างใด จึงสรุปได้ว่าคุณนาวิกาไม่ได้ตั้งครรภ์แต่อย่างใด อาการที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะอยากตั้งครรภ์ หรือทีเรียกกันว่าตั้งครรภ์หลอก คุณหมอได้อธิบายผลการตรวจให้เข้าใจ และภายหลังพบว่าคุณนาวิกามีประจำเดือนกลับมาเป็นปกติในอีก 2 เดือนต่อมา”

อาการที่คุณผู้หญิงรู้สึกเหมือนตัวเองตั้งครรภ์ ทั้งที่ความจริงไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นนั้น เราเรียกว่า “ท้องหลอก” หรือทางการแพทย์เรียกว่า Spurious Pregnancy หรือ Pseudocyesis

การที่ผู้ป่วยรายนี้ตรวจแล้วไม่มีการตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่มีอาการเหมือนตั้งครรภ์เป็นภาวะที่พบได้นานๆ ครั้ง ซึ่งเวลาเจออาการแบบนี้ก็อาจทำให้เกิดความมึนงงได้ทั้งกับหมอและผู้ป่วย

ผู้ป่วยส่วนมากจะมาเล่าอาการให้คุณหมอมากมายซึ่งแต่อาการฟังแล้วน่าจะกเดจากการตั้งครรภ์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย คัดตึงเต้านม ประจำเดือนขาด บางคนอาจคลำพบก้อนในท้องซึ่งคิดว่าเป็นมดลูกได้ด้วยซ้ำ

ที่มา…ท้องหลอก

สาเหตุของท้องหลอกที่ไม่มีการตั้งครรภ์จริง เกิดจากสภาพทางจิตใจเป็นหลักผู้หญิงกลุ่มนี้มักจะเครียดเพราะอยากมีลูกแต่ไม่มีสักที รักษามาก็ทั้งบ่อยทั้งนานหมดเงินไปก็ตั้งมาก แต่ก็ยังไม่ท้องความเครียดที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนมากระตุ้นรังไข่ พอถูกกระตุ้นรังไข่ก็จะสร้างฮอร์โมนอีกตัวหนึ่งไปกระตุ้นมดลูกทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้นและไม่มีประจำเดือน ผู้หญิงกลุ่มนี้อยากท้องอยู่แล้วพอไม่มีประจำเดือนก็อุปทานว่าตัวเองตั้งครรภ์เลยกินอาหารบำรุงใหญ่จึงทำให้อ้วนหรืออ้วนมากเกินไปด้วยซ้ำ เจ้าความอ้วนที่เกิดขึ้นก็จะทำให้มีการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น ไขมันที่ว่าสามารถสร้างฮอร์โมนไปทำให้ไม่มีประจำเดือนได้เช่นกันเมื่อหมอตรวจมดลูกโดยเแพาะตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ก็จะไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด สำหรับอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อยๆ รู้สึกว่ามีลูกดิ้นในท้อง หรือบางคนอาจคลำพบก้อนในท้องซึ่งคิดว่าเป็นมดลูก ล้วนแต่เป็นอุปาทานทั้งสิ้น

การรู้สึกเหมือนเด็กดิ้นเกิดจากการบีบตัวของลำไส้ การปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องของจิตใจ ที่แล้วแต่ใครจะวิตกกังวลเรื่องการถ่ายปัสสาวะมากหรือน้อยแค่ไหน ส่วนรายที่คิดว่าคลำมดลูกได้ ส่วนมากเกิดจากผนังหน้าท้องที่หนามาก หรือท้องอืดมากจากลมในลำไส้

อย่างไรก็ตามก่อนจะสรุปว่า ท้องหลอกเกิดจากภาวะจิตใจ คุณหมอก็อาจจะต้องตรวจวินิจฉัยให้ละเอียดเสียก่อน เพราะมีโรคหรือความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแสดงให้เห็นคล้ายกับการตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกัน เช่น โรคของต่อมใต้สมองที่มีการสร้างฮอร์โมนบางชนิดมากเกินไป แต่พวกนี้มันมีน้ำนมไหลร่วมด้วย บางคนอาจมีอาการเพราะกินยารักษาโรคบางอย่าง เช่น ยากันชัก หรือยานอนหลับบางชนิด

การรักษา

ผู้ป่วยอย่างกรณีของคุณนาวิกามักจะเกิดกับคนที่อยากมีลูกมากๆ แล้วเครียดจริงๆ แล้วไม่ต้องรักษาอะไรเพียงแต่ให้กำลังใจ แล้วไม่ต้องรักษาอะไรเพียงแต่ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ และการดูแลรักษาทางจิตใจ พบว่าส่วนมากแค่นี้ก็แก้ไขปัญหาได้แล้วโดยไม่ต้องให้ยา ยกเว้นกรณีผู้ป่วยมีความเครียดและวิตกกังวลมาก ก็อาจจะต้องให้ยาคลายความวิตกกังวล

แม้ว่าโอกาสพบผู้ป่วยประเภทนี้อยู่เพียงประปรายแต่ก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้จะคาดหวังสูงและตั้งใจมากอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อรู้ความจริงก็จะเกิดความผิดหวังที่รุนแรง ทำให้อาจเกิดการฟ้องร้องได้ว่าหมอตรวจผิดตรวจพลาดหรือเปล่า


Case 2

""คุณวิภาดา อายุ 28 ปี ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกมีอาชีพทำงานนิตยสาร งานค่อนข้างเครียดและบ่อยครั้งต้องทำงานจนดึกดื่นคุณวิภาดาเพิ่งแต่งงานประมาณ 6 เดือนและไม่ได้คุมกำเนิดภายหลังแต่งงานไม่นาน คุณวิภาดาสังเกตว่าประจำเดือนขาดหายไป รู้สึกคัดตึงเต้านม และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเล็กน้อย จึงไปซื้อที่ตรวจปัสสาวะมามาตรวจเอง พบว่าตั้งครรภ์ แต่ก็ยังไม่ได้ไปหาหมอเพราะยังไม่ว่าง ภายหลังจากขากประจำเดือนไปประมาณ 2 เดือนจึงมาหาหมอ แต่สังเกตว่าอาการคัดตึงเต้านมและคลื่นไส้อาเจียนในช่วงนี้น้อยลงมากจนแทบไม่มี จากการสอบถามประวัติและตรวจร่างกาย คุณหมอไม่พบอะไรผิดปกติ จึงตรวจท้องด้วยอัลตราซาวนด์ให้ ซึ่งพบว่ามีการตั้งครรภ์ในมดลูกจริง แต่ไม่เห็นตัวเด็กในถุงของการตั้งครรภ์ จึงให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไข่ฝ่อ (Blighted Ovum) และแนะนำคุณวิภาดาให้รับการขูดมดลูกภายหลังขูดมดลูกคุณวิภาดาสามารถกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น”

ภาวะไข่ฝ่อ (Blighted Ovum) หรือที่เรียกว่า “ท้องลม” จัดเป็นความผิดปกติของการตั้งครรภ์ชนิดหนึ่งซึ่งทำให้การตั้งครรภ์ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงครบกำหนดคลอด

ตามปกติภายหลังที่ไข่กับอสุจิมีการผสมกันแล้ว ก็จะมีพัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นทารก รก ถุงน้ำคร่ำ และเมื่อครบ 280 วัน ทารกก็จะคลอดออกมา แต่บางคนท้องแค่ 2-3 เดือน เด็กก็ไม่ยอมอยู่แล้ว และจะหลุดออกมาก่อนเวลาอันควรเราเรียกเหตุการณ์นี้ว่า การแท้ง ที่แปลกกว่านี้ก็คือบางคนภายหบังไข่กับอสุจิมีการผสมกันแล้วส่วนที่เป็นรกและถุงน้ำเจริญต่อไปได้ แต่ส่วนเป็นทารกกลับไม่ยอมเจริญเติบโตต่อ บางคนก็ไม่มีตัวเด็กให้เห็นเลย ในขณะที่บางคนเห็นตัวเด็ก แต่ถ้าตรวจซ้ำจะเห็นตัวเด็กเล็กลงและเสียชีวิตค้างในถุงน้ำคร่ำ ภาวะที่ไม่เห็นตัวเด็กเลยเราเรียกว่าภาวสะไข่ฝ่อหรือท้องลม คุณแม่ที่มีภาวะนี้ส่วนมากจะมีเลือดออกและแท้งออกมาในที่สุด แต่บางคนก็ค้างอยู่นานถ้าไม่ตรวจก็อาจจะไม่รู้ กรณีของคุณวิภาดาเราตรวจพบเร็วก็เลยทำการวินิจฉัยได้รวดเร็วโดยไม่มีอาการปวดท้องหรือเลือดออก

ที่มา…ท้องลม

การที่ไข่ภายหลังการผสมไม่เจริญเติบโตต่อ ก็เหมือนกับไข่เป็ดไข่ไก่ที่ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวนั่นเอง สาเหตุที่พบบ่อยคือ ไข่หรืออสุจิที่มาผสมกันไม่แข็งแรงพอหรือมีคุณภาพไม่ดีพอทำให้สามารถพัฒนาการต่อไปได้ สาเหตุที่พบบ่อยคือไข่หรืออสุจิที่มาผสมกันไม่แข็งแรงพอหรือมีคุณภาพไม่ดีพอทำให้ไม่สามารถพัฒนาการต่อไปได้ สาเหตุของความไม่แข็งแรงหรือคุณภาพที่ไม่ดีของไข่และอสุจิมีมากมายจาระไนไม่หมด อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานหนัก เครียด รับประทานอาหารไม่เพียงพอ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคบางชนิดที่ยังไม่ได้รับการตรวจอย่างจริงจังนอกจากนี้ยังอาจเกิดจากลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่ผิดปกติของไข่หรืออสุจิก็เป็นได้ รายของคุณวิภาดาเองก็มีปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าการทำงานหนัก ความเครียด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของปัญหานี้ก็ได้

การจะสรุปว่าสาเหตุเกิดจากอะไรแน่บางครั้งก็บอกยาก เพราะสาเหตุบางอย่างก็ยังไม่รู้จะตรวจอะไร เช่น ทำงานหนักแค่ไหนถึงจะเกิดปัญหานี้ การตรวจลักษณะทางกรรมพันธุ์ของไข่กับอสุจิก็ทำยากมากเราจึงใช้การคาดคะเนกันเป็นส่วนมากว่าถ้ามีปัจจัยใดที่คิดว่าอาจเป็นสาเหตุได้ ก็ควรจะรักษาหรือแก้ไขเสีย

การรักษา

การรักษาภาวะไข่ฝ่อทำง่ายมาก แค่ขูดมดลูกเอาถุงน้ำคร่ำที่ผิดปกตินี้ออกให้หมดก็จบแล้ว กรณีของคุณวิภาดาจะเห็นว่าภายหลังขูดมดลูกเพียงวันเดียวก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว

หลายคนคงอยากถามว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ซ้ำได้ไหม คำตอบก็คือยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาอะไรที่ชัดเจนในการที่จะป้องกันภาวะอันนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการดูแลรักษาตัวเอง ด้วยการรับประทานอาหารที่ดีได้สัดส่วน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเหมาะสม ไม่ทำงานหักโหมเกินไปและพักผ่อนให้เพียงพอ แค่นี้ก็พอแล้ว

ผมอยากฝากไว้ว่าสภาพร่างกายที่สดชื่น สมบูรณ์แข็งแรง เป็นสิ่งสำคัญประการแรกที่จะทำให้คุณแม่มีการตั้งครรภ์ที่ดี ดำเนินการตั้งครรภ์อย่างปกติและลงเอยด้วยการคลอดที่ปลอดภัย การใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองไม่ให้เครียดจนเกินไปก้จะทำให้มีการตั้งครรภ์ที่ดี ไม่มีภาวะท้องลมท้องหลอกเกิดขึ้น ขอให้คุณแม่โชคดีมีลูกเจริญเติบโตแข็งแรงสมความปรารถนานะครับ


(update 22 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No. 131 September 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600