เลือด คั่งค้างอุดกั้น


ชายคนหนึ่งเคยถูกรถจักรยานยนต์ชนบริเวณหน้าอก กระดูกซี่โครงหักไป 3 ซี่ เมื่อ 30 ปีก่อน ระยะหลายปีมานี้ จนมีอาการจุกแน่นหน้าอก เวลาดื่มไวน์ร่วมกับกินข้าวอิ่ม มีอาการหน้าแดง-ม่วงคล้ำ ใจสั่น ชีพจร 130 ครั้ง/นาที เคยไปตรวจที่โรงพยาบาลหลายแห่ง ดูคลื่นหัวใจ ใส่สายสวนหัวใจก็ไม่พบความผิดเปกติอะไร ผู้ป่วยจะมีตำแหน่งปวดที่แน่นอน บริเวณหน้าอกและบริเวณใกล้สะบักด้านซ้าย

ชายคนหนึ่งเคยอุบัติเหตุรถคว่ำถูกกระทบกระเทือนชายโครงมา 10 ปี ระยะหลังเวลาอากาศเย็นจะปวดบริเวณชายโครงอย่างมาก โดยเฉพาะเวลากลางคืน

ผู้หญิงคนหนึ่งมีอาการปวดประจำเดือนทุกครั้งที่มีรอบเดือน ประจำเดือนเป็นก้อนเป็นลิ่ม สีแดงคล้ำ ต่อมาตรวจพบว่ามีพังผืดและเยื่อบุโพรงมดลูกงอกผิดที่

ตัวอย่างที่กล่าวมาเป็นภาวะของโรคคล้ายกันคือ ภาวะเลือดคั่งค้างอุดกั้น ที่แสดงออกในตำแหน่งต่างๆ กัน

1. ความหมายของภาวะเลือดคั่งค้างอุดกั้น คืออะไร

ภาวะเลือดคั่งค้างอุดกั้น เป็นภาวะที่เลือดหยุดนิ่งไหลเวียนช้าลง ไม่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเป็นก้อน มีเลือดออก ลิ้นเขียวม่วง


2. อาการสำคัญที่ตรวจพบ และอาการรวมอื่นๆ

ผู้ป่วยมาพบคืออะไร? การตรวจลิ้นและชีพจรจะพบความผิดปกติอะไร
  • อาการเด่นที่สำคัญคือ เจ็บเหมือนเข็มแทง มีก้อนแข็งมีเลือดออกเป็นสีม่วงคล้ำ ริมฝีปาก ลิ้น เล็บ เขียวม่วง

  • อาการรวมอื่นๆ ได้แก่ ปวดเหมือนมีดแทงตำแหน่งแน่นอน กดเจ็บ ปวดมากตอนกลางคืน มีก้อนแข็ง กดแล้วไม่เคลื่อนที่ เลือดออกหยุดๆ หายๆ (กะปริดกะปรอย) สีม่วงคล้ำ หรือร่วมกับเป็นก้อนเลือด อุจจาระสีดำมีลักษณะคล้ายน้ำมันสน ใบหน้าดำ ผิวหนังเป็นสะเก็ด เล็บ ริมฝีปากเขียวม่วง

  • ในสตรีประจำเดือนอาจขาดหายไปหรือประจำเดือนผิดปกติ ลักษณะของลิ้น ลิ้นสีม่วงคล้ำ มีรอยจ้ำเลือด หรือหลอดเลือดดำใต้ลิ้นขดงอ และขยายตัวชีพจรเล็กฝืดหรือไม่เป็นจังหวะ

3. สาเหตุของเลือดอุดกั้น คืออะไร

  • กลไกพลังติดขัด พลังติดขัดทำให้เลือดไม่ไหลเวียน
  • เลือดเย็นทำให้เลือดเกาะตัว การไหลเวียนช้าลง
  • เลือดร้อนทำให้เลือดข้นเหนียว เกิดความหนืดเลือดไหลไม่คล่อง
  • พลังพร่องไม่มีกำลัง เลือดไม่มีแรงผลักดัน
  • อุบัติเหตุกระทบกระแทก หกล้ม ให้ช้ำในเลือดตกค้าง

4. กลไกการเกิดโรคคืออะไร

  • กลไกสำคัญคือ เลือดตกค้างไม่ไหลเวียน เส้นลมปราณติดขัด เลือดและพลังไม่ไหลเวียน เมื่อไม่คล่องก็เกิดการปวด

  • เลือดตกค้างอุดกั้นเป็นปัจจัยก่อโรคที่มีรูปลักษณ์เมื่อปิดกั้นกลไกพลังลักษณะการเจ็บปวดเหมือนเข็มแทงหรือมีดกรีด ตำแหน่งคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อกดพลังติดขัดจะมากขึ้น อาการปวดรุนแรงขึ้น กลางคืนเนื่องจากเลือดไหลเวียนช้า อาการปวดก็จะทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน
การที่เลือดตกค้างไม่ไหลเวียน จึงกลายเป็นก้อนลักษณะก้อนจะแข็ง ตำแหน่งแน่นอน สีเขียวม่วง

เนื่องจากเลือดและพลังไหลเวียนไม่คล่อง กล้ามเนื้อผิวหนังเกิดการหล่อเลี้ยง ทำให้ใบหน้าดำคล้ำผิวหนังหนาตัวเป็นสะเก็ด ริมฝีปากและเล็บเขียวม่วง

ในผู้หญิงจะพบความผิดปกติของประจำเดือน เช่น ประจำเดือนขาดหายไป ถ้าเกิดในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ จะพบลำไส้อุจจาระมีสีดำคล้ายน้ำมันสน

การที่หลอดเลือดตกค้างในหลอดเลือดเล็กหรือระดับลั่ว จะทำให้ตรวจพบลิ้นที่มีรอยปื้นเลือดหรือจุดเลือดออก ชีพจรฝืด เต้นไม่เป็นจังหวะ


5. การดำเนินของโรคเป็นอย่างไร ถ้าปล่อยให้ภาวะเลือดอุดกั้นคั่งค้างดำเนินต่อไป

ถ้ามีการตกค้างอุดกั้นของเลือดในหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงอวัยวะภายใน จะเกิดโรคเกี่ยวกับอวัยวะภายในขึ้น เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ก้อนในกระเพาะอาหาร ก้อนในมดลูก หลอดเลือดอุดตันในสมอง ก้อนอุดตันในทรวงอกกระบังลม ก้อนอุดตันที่ผิวหนังกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดเข้าแทนที่ไม่ได้ ในที่สุดจะทำให้เลือดแห้ง หรือเกิดความเสื่อมถอย ทรุดโทรมของร่างกาย

การอุดตันของหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดและพลังในเส้นลมปราณติดขัด ไม่มีอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกาย แขนขา ทำให้เกิดการฝ่อลีบ บางรายถึงกับเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต


6. การแยกแยะภาวะเลือดคั่งค้างอุดกั้น ต้องแยกจากภาวะอื่นๆ อย่างไร

ต้องแยกสาเหตุของการทำให้เลือดอุดกั้น ไม่ไหลเวียน หรือเกิดการติดขัดว่ามีต้นเหตุมาจากอะไร
1. พลังติดขัดทำให้เลือดคั่งค้าง
2. พลังพร่องทำให้เลือดคั่งค้าง
3. ความเย็นทำให้หดตัวเกิดเรื่องคั่งค้าง
4.เลือดร้อนทำให้เลือดเกาะตัวเกิดเลือดคั่งค้าง

7. หลักการรักษาและตำรายาที่ใช้ในการรักษา

ภาวะเลือดตกค้างอุดกั้นคืออะไร

หลักการรักษา : ทำให้เลือดเคลื่อนไหวสลายการอุกกั้นของเลือด
ตำรายาพื้นฐาน : (เสวี่ย-ฝู่-จู๋-ยวี-ท้ง)
ตัวยาสำคัญ

หง-ฮวา
เถา-เหยิน
ตัง-กุย
ตี้-หวง
ชวน-ทรวง
ชื่อ-สาว
ไฉ-หู
จื่อ-สือ
เจี๋ย-เกิ่ง)
หนิว-ชี
กัน-เฉ่า

1. พลังติดขัดเลือดอุดกั้น - ใช้สูตร เสวี่ย-ฝู่-จู๋-ยวี ท้ง
2. พลังพร่องเลือดอุดกั้น - ใช้สูตร ปุ่-หยาง-หวน-อู่-ทัง
3. ความเย็นหดตัวทำให้เลือดอุดกั้น - ใช้สูตร ตัง-กุย-ซื่อ-หนี้-ทัง
4. เลือดร้อนทำให้เลือดอุดกั้น - ใช้สูตร เถา-เหอ-เฉิง-ชี่-ทัง
สาเหตุ อาการร่วม อาการจำเพาะ
1. พลังติดขัด - ปวดเหมือนเข็มแทง
- ตำแหน่งแน่นอน
- มีก้อนแข็ง
ปวดทรวงอกชายโครง ปวดมาก จับต้องไม่ได้ มีการปวดร้าว มีก้อนใต้ชายโครง
2. พลังพร่อง - ริมฝีปาก เล็บเขียวคล้ำ
- ลิ้นม่วง มีจุดเลือดออก
- ชีพจรฝืด ไม่เป็นจังหวะ
ปวดทรวงอกชายโครงเหมือน ถูกแทง เหนื่อยง่าย ขี้เกียจพูด ร่างกายอ่อนแอ อัมพฤกษ์ อัมพาต
3. ความเย็น
แขนขา ท้องน้อย เย็น และปวด มีอาการกลัวหนาว ประจำเดือนผิดปกติ
4. เลือดร้อน
ปวดรุนแรงบริเวณท้อน้อย อุจจาระไม่คล่อง ตัวร้อน หงุดหงิด ประจำเดือนไม่มา


นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดของการใช้ตำรับตำราที่ออกฤทธิ์ต่อการคั่งค้างอุดกั้นของเลือดตำแหน่งต่างๆ ในอวัยวะภายใน เช่น เลือดอุดกั้นใต้กระบัง อุดกั้นที่ศรีษะ อุดกั้นที่ท้องน้อย หรืออุดกั้นทั่วตัว


8. ความหมายของเลือดตกค้างอุดกั้นในทรรศนะแพทย์แผนปัจจุบัน ได้แก่โรคอะไร

จะเห็นว่าภาวะเลือดตกค้างอุดกั้น มีขอบเขตที่กว้าง อาจมีสาเหตุจากภายนอกหรือจากภายในก็ได้ เทียบกับโรคทางแผนปัจจุบัน ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน ก้อนเนื้อดีหรือมะเร็งเนื้อร้าย ไตอักเสบเฉียบพลัน หลอดเลือดอุดตันอักเสบ อุบัติเหตุจากการกระทบกระแทกภายนอก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมีก้อนเลือด เป็นต้น

การศึกษาวิจัยสมัยใหม่ พบว่าภาวะเลือดตกค้างอุดกั้น เป็นผลความผิดปกติของร่างกายหลายๆ ระบบความผิดปกติที่ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดส่วนปลายผิดปกติ ๖ ด้าน คือ

1. หลอดเลือดฝอยหดตัว
2. หลอดเลือดฝอยผิดรูปร่าง
3. การไหลเวียนในหลอดเลือดฝอยช้าลง
4. มีลิ่มเลือดอุดกั้นในหลอดเลือดกั้น
5. หลอดเลือดฝอยส่วนปลายมีสารน้ำในเลือดจำนวนมากซึมออกภายนอก
6. ผนังหลอดเลือดฝอยบาดเจ็บ
นอกจากนี้ ยังพบว่าเลือดมักจะมีลักษณะเหนียวเกาะตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการทำงานเกล็ดเลือด ผิดปกติ


9. บทสรุป : เรื่องของเลือดคั่งค้างอุดกั้น

ปัจจุบันการวิจัยเรื่องความเสื่อมชราของร่างกายโดยการใช้ความเสื่อมของหลอดเลือดเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญดัชนีหนึ่ง ทางแพทย์แผนจีนเกี่ยวข้องกับเสมหะอุดกั้นและเลือดอุดกั้นเป็นสำคัญ

โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ภาวะหลอดเลือดสมองตีบ หรือแตก ซึ่งเป็นเรื่องยอดฮิตในสังคมปัจจุบัน การรักษาทรรศนะเกี่ยวกับเลือดตกค้างอุดกั้นจะมีความหมายทั้งในแง่การรักษาและป้องกันอย่างมาก

สาเหตุของการอุดกั้นของหลอดเลือดมีหลายอย่างอาจเป็นความพร่อง (พลังพร่อง) ความแกร่ง (กระทบจากภายนอก) ความร้อน (เลือดร้อน) ความเย็น (หยางพร่อง) ซึ่งอาจพบความผิดปกติจากภาวะร่างกายที่ดูเหมือนปกติในแต่ละคน วิธีการทำให้เลือดไหลเวียนได้คล่องในแต่ละรายจึงมีความแตกต่าง และเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ร่วมทั้งจิตใจ การออกกำลังกาย อาหารการกิน สิ่งแวดล้อม การงาน เป็นต้น

การใช้ยาสมุนไพรแก้ภาวะเลือดอุดกั้น เสมหะอุดกั้น (ครอบคลุมความหมายไขมันในเลือดสูง) มีการศึกษาวิจัยในการนำมาใช้ทั้งแง่การรักษาคนที่เป็นโรคและใช้ป้องกันคนที่ไม่เป็นโรค เพื่อทำให้หลอดเลือดสะอาด ขนส่งอาหารออกซิเจน ไปสร้างเซลล์ต่างๆ ได้ดี

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาละลายลิ่มเลือดในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน มีข้อแตกต่างกับยาสมุนไพรจีน ยาสมุนไพรจีนไม่ได้ใช้ยาเดี่ยวๆ เพื่อลดการเกาะตัวของลิ่มเลือด แต่ต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์บำรุงเลือด และเสริมพลังพื้นฐาน ยาขับเคลื่อนพลังหรือยาอื่นๆ ควบคุมไปด้วย เพื่อป้องการกันเสียสมดุลอีกด้านหนึ่ง เนื่องจากกลุ่มยาสลายการเกาะตัวคั่งค้างของเลือดมักทำลายเลือดสลายพลังใช้นานๆ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เส้นเลือดแตกง่าย เลือดหยุดยากจึงต้องใช้อย่างระมัดระวังและอย่างเข้าใจ


(update 5 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๓๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๘ ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600