กระเพาะปัสสาวะอักเสบรบกวนลูก


กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ใหญ่เท่านั้นเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบก็มีสิทธิ์เป็นโรคนี้ได้


ต้นตอก่อเกิดโรค

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย E.coli หรือ แบคทีเรีรยตัวอื่น เช่น Klebsiella, Proteus, Pseudomonas แต่บางรายอาจเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น Adenovirus ซึ่งเด็กกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่ เด็กที่ชอบกลั้นปัสสาวะ เพราะน้ำปัสสาวะเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย เด็กที่ท้องผูก หรือทำความสะอาดหลังการขับถ่ายไม่ถูกวิธี เป็นต้น

เด็กบางรายก็เกิดจากความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย เช่น ภาวะปัสสาวะย้อนกลับ ท่อไตอุดตัน ไตบวมน้ำ ช่องคลอดไม่เปิด หรือระบบประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ เป็นต้น


สัญญาณผิดปกติ

อาการของลูกจะขึ้นอยู่กับอายุด้วยค่ะ เด็กเล็ก จะไม่แสดงอาการจำเพาะออกมาแต่จะมีไข้ อาเจียน ถ่ายเหลว ไม่ทานนม ร้องกวน งอแง หรือเลี้ยงไม่โต

การตรวจทางการแพทย์ เด็กเล็กโดยเฉพาะกลุ่มอายุน้อยกว่า 5 ปี อาจพบความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วยประมาณร้อยละ 20-30 ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจพิเศษรังสี เช่น การทำอัลตราซาวนด์หรือการตรวจเอกซเรย์พิเศษด้วยทุกครั้ง

เด็กโต จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะอาจขุ่นหรือมีกลิ่นเหม็น บางครั้งอาจมีเลือดสดๆ ปนออกมาหลังจากที่ปัสสาวะสุดและถ้าการติดเชื้อลุกลามไปที่กรวยไตจะมีความรุนแรงสูงกว่าติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะมักจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดหลัง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ซึม หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเกิดแผลเป็นที่ไต ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวทำให้เกิดไตวายเรื้อรังความดันโลหิตสูงตามมาได้

การตรวจทางการแพทย์ สำหรับการวินิจฉัยโดยทั่วไปแพทย์ต้องอาศัยการตรวจปัสสาวะ และนำปัสสาวะไปเพาะเชื้อเพื่อหาชนิดและจำนวนแบคทีเรีย


ช่วยลูกได้

หากลูกเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสจะหายเองได้ แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะประมาณ 7 วัน แต่ถ้าติดเชื้อจนถึงขั้นกรวยไตอักเสบต้องได้รับยาปฏิชีวนะนาน 10-14 วัน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยทำการรักษาเบื้องต้นได้โดยการให้ลูกดื่มน้ำมากๆ แต่ถ้าสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หรือกินอาหารไม่ได้ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อให้น้ำเกลือและยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดค่ะ

ส่วนเด็กที่มีความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะร่วมด้วยจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และต้องเข้ารับการตรวจปัสสาวะเป็นระยะๆ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการกลับมาเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำอีก


กันไว้ดีกว่าแก้

คุณพ่อคุณแม่สามารุป้องกันไม่ให้ลูกเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ด้วยเทคนิคต่อไปนี้ค่ะ
  • ให้ลูกดื่มน้ำให้เพียงพอตามความต้องการของเด็กซึ่งขึ้นอยู่กับอายุของแต่ละคน
  • พยายามไม่ให้ลูกกลั้นปัสสาวะ และควรให้ลูกปัสสาวะทุกๆ 3-4 ชั่วโมง
  • ต้องแก้ภาวะท้องผูกของลูก และทำความสะอาดหลังการขับถ่ายให้ถูกต้อง โดยต้องเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ
  • ไม่ควรบังคับหรือเข้มงวดเรื่องการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะจนเกินไป เพราะจะทำให้ลูกต่อต้าน แต่ควรให้กำลังใจและชื่นชมเมื่อลูกทำตามที่บอกได้
  • เด็กที่เคยมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะควรได้รับการตรวจปัสสาวะเป็นระยะๆ และถ้ามีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุควรตรวจปัสสาวะด้วยทุกครั้ง
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบรักษาได้ไม่ยาก แต่สำคัญอยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ตรวจหาสาเหตุว่าลูกมีความผิดปกติให้พบตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ


สมุนไพรไทยแก้ขัดเบา

โดยทั่วไปการติดเชื้อกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะไม่ใช้ยาขับปัสสาวะในการรักษา สมุนไพรไทยบางตัวที่องค์การอนามัยโรค หรือ WHO ยอมให้ใช้ เช่น หญ้าหนวดแมว กระเจี๊ยบแดง ขึ้นฉ่าย ใบเตยหอม ฯลฯ ล้วนเป็นยาขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงยังไม่มีบทบาทในการรักษาเด็กเล็กค่ะ


ชาย-หญิง …ใครเสี่ยงสูงกว่า

การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในเด็กไทยพบว่า เด็กผู้หญิงมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าเด็กผู้ชาย ในอัตราส่วน 1.7-3.2 : 1 เพราะท่อปัสสาวะของเพศหญิงอยู่ใกล้กับรูทวารหนักและท่อปัสสาวะสั้นกว่าเพศชายแต่เด็กผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศก็จะมีโอกาสเกิดการติดเชื้อมากกว่าเด็กที่ขลิบถึง 12 เท่าค่ะ.


(update 20 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol. 11 No.132 October 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600