วัคซีน ภูมิคุ้มกันที่หนูต้องได้รับ

เรียบเรียงจากบทความของ พญ.รังสิมา โล่ห์เลขา


ถึงกำหนดพาลูกไปรับวัคซีนหรือยังคะ ? นึกเป็นห่วงคุณผู้อ่านขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้พี่สาวของดิฉันเดินมาบอกด้วยท่าทางตกอกตกใจว่า เธอลืมพาเจ้าตัวน้อยไปรับวัคซีนตามที่คุณหมอนัดค่ะ เลยกำหนดมาหลายวันแล้วด้วย

ทำอย่างไรล่ะทีนี้ เจ้าตัวเล็กจะเป็นอะไรไหม ต้องรับวัคซีนเพิ่มหรือเปล่า ใครที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ รักลูกมีคำตอบค่ะ


วัคซีนนั้น สำคัญไฉน ?

การพาลูกไปรับวัคซีนเป็นวิธีการป้องกันโรคที่ประหยัดและคุ้มที่สุดค่ะ เนื่องจากช่วยลดอัตราการป่วยและตายจากโรคติดเชื้อต่างๆ ได้หลายชนิด เช่น โรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ หัด หัดเยอรมัน ตับอักเสบจากไวรัสบี โรคไข้สมองอักเสบ เป็นต้น

โรคต่างๆ เหล่านี้ถ้าเป็นแล้วมักมีอาการรุนแรง และอาจเกิดอาการแทรกซ้อนได้ค่ะ เช่น หากป่วยเป็นพาหะโรคตับอักเสบไวรัสบี จะเพิ่มความเสี่ยงในการป่วยเป็นมะเร็งตับหรือตับแข็งได้ ถ้าป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบอาจรุนแรงถึงเสียชีวิต หรือถ้ารอดชีวิตก็จะมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงทางสมองตามมา นอกจากวัคซีนจะป้องกันโรคให้กับผู้ได้รับวัคซีนแล้ว ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่างๆ ในวัคซีนจะไม่แพร่เชื้อไปให้คนใกล้ชิดด้วยค่ะ


วัคซีนที่หนูๆ ต้องได้รับ

อายุ ชนิดของวัคซีน
อายุแรกเกิด วัคซีนที่แนะนำให้ฉีดในเด็กทุกราย วัคซีนป้องกันวัณโรค และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ครั้งที่ 1
1-2 เดือน วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ครั้งที่ 2
2 เดือน วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 1 และวัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 14
4 เดือน วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 2 และวัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 2
6 เดือน วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 3 วัคซีนป้องกัน โปลิโอ ครั้งที่ 3 และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ครั้งที่ 3
9-12 เดือน วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูม ครั้งที่ 1
12-18 เดือน วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 (ห่างกัน 1-4 สัปดาห์)
1-1/2 ปี วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 4 และวัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 4
2-2 1/2 ปี วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 3
4-6 ปี วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 5 วัคซีนป้องกันโปลิโอ ครั้งที่ 5 และวัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูม ครั้งที่ 2
14-16 ปี วัคซีนป้องกันคอตีบ บาดทะยัก (วัคซีนกระตุ้น)


นอกจากนั้นยังมีวัคซีนที่ไม่จำเป็นต้องฉีดในเด็กทุกราย แต่สามารถเลือกฉีดได้ตามความเหมาะสม ได้แก่
1. วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
2. วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ (Hib)
3. วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส (Varicella)
4. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
5. วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
นอกจากนี้เด็กกลุ่มเฉพาะต่างๆ เช่น ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง หรือผู้ที่จะต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความชุกของโรคติดเชื้อบางอย่างสูง เป็นต้น จะมีข้อบ่งชี้ในการให้วัคซีนที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป

ดังนั้นการให้วัคซีนทางเลือกเหล่านี้ หากพ่อแม่ท่านใดสนใจควรปรึกษาแพทย์ถึงข้อดีข้อเสียและราคา ก่อนการรับวัคซีนทุกครั้ง โดยการรับวัคซีนทางเลือกต่างๆ ควรอยู่ในดุลพินิจของแพทย์และพ่อแม่ตามความเหมาะสมค่ะ


ทำอย่างไร เมื่อพาหนูไปฉีดวัคซีน

1. ควรนำสมุดวัคซีนไปด้วยทุกครั้ง และควรเก็บสมุดบันทึกการฉีดวัคซีนไว้จนเด็กโต เพราะอาจต้องใช้ในโอกาสต่อไปค่ะ
2. หากลูกมีไข้สูงควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน แต่ถ้าเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด น้ำมูกไหล สามารถฉีดวัคซีนได้ค่ะ
3. หากลูกได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดมาก่อนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนฉีดวัคซีน เนื่องจากองค์ประกอบของเลือดที่ได้อาจจะมีผลขัดขวางการสร้างภูมิต้านทานได้ค่ะ
4. คุณพ่อคุณแม่ต้องบอกคุณหมอทุกครั้งหากลูกอยู่ในข่ายกรณีเหล่านี้

      - เคยมีประวัติแพ้วัคซีนหรือมีภาวะแทรกซ้อนหลังการให้วัคซีน เช่น ให้วัคซีนแล้วมีผื่นขึ้น ไข้สูงจนชัก กรีดร้อง หมดสติ เป็นต้น

      - มีประวัติแพ้สารที่เป็นองค์ประกอบในวัคซีน โดยในวัคซีนบางชนิดจะมีการใส่สารบางอย่างเข้าไป หรือใช้ในขั้นตอนการผลิต เช่น ไข่ เจลาติน หรือยาปฏิชีวนะกลุ่มสเตรปโตมัยซิน นีโอมัยซิน สารปรอท เป็นต้น

ถ้าลูกมีอาการแพ้สารต่างๆ เหล่านี้แบบรุนแรง เช่น กินไข่แล้วมีอาการช็อก หายใจไม่ออก ควรหลีกเลี่ยงการให้วัคซีน แต่ถ้าแพ้เล็กน้อยแค่มีผื่นสามารถให้วัคซีนได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้ว่าจะสามารถให้วัคซีนได้หรือไม่

5. คุณพ่อคุณแม่ควรทราบว่าแพทย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอะไรให้ รวมทั้งทราบปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้นจากวัคซีนนั้นๆ และติดตามดูอาการลูกอย่างใกล้ชิดว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ และแจ้งให้คุณหมอทราบเมื่อมารับวัคซีนเข็มต่อไปค่ะ

ทำอย่างไรดี ? ลืมพาลูกไปรับวัคซีนตามนัด

หากลืมพาลูกไปรับวัคซีนตามนัด ก็ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ ให้คุณพ่อคุณแม่รีบพามาฉีดเมื่อนึกได้ค่ะ โดยทั่วไปการให้วัคซีนห่างกันเกินกว่าเวลาที่กำหนด ไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันในการฉีดวัคซีนเข็มต่อไปลดลง การไม่ได้มาฉีดวัคซีนตามนัดจึงไม่มีความจำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะนานเท่าใด โดยแพทย์และพยาบาลจะช่วยวางแผนในการให้วัคซีนต่อไปตามความเหมาะสมค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ถ้าไม่ลืมได้จะเป็นการดีมากกว่าค่ะ


รับวัคซีนหลายชนิดในวันเดียวกันได้หรือไม่

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่จะมีความกังวลว่า หากลูกได้รับวัคซีนหลายชนิดในวันเดียวกันจะมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรง ความจริงแล้วสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยค่ะ

แต่ในกรณีที่ฉีดวัคซีนหลายเข็มอาจทำให้เด็กเจ็บตัว ดังนั้นในปัจจุบันจึงเริ่มมีทางเลือกโดยการให้วัคซีนผสม ฉีดครั้งเดียวครอบคลุมได้หลายโรค แต่มีราคาสูง ถ้าสนใจควรสอบถามรายละเอียดจากแพทย์ที่ดูแลค่ะ


ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

ส่วนมากการให้วัคซีนไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงค่ะ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการฉีดวัคซีน เช่น มีไข้ และการเจ็บบวมบริเวณที่ฉีดเป็นสิ่งที่พบได้บ่อย มีน้อยรายที่มีอาการข้างเคียงที่รุนแรง ดังนั้นหลังการฉีดวัคซีนทุกครั้ง จึงควรเฝ้าระวังว่าเด็กมีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ เช่น มีผื่นขึ้น มีไข้สูง ชัก พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป หายใจลำบาก เสียงแหบ ซีด อ่อนเพลีย หรือตัวบวม

อาการที่กล่าวมาข้างต้นแม้จะพบได้น้อย แต่อาจพบได้ในผู้ที่แพ้วัคซีน ดังนั้นหากลูกมีอาการผิดปกติหลังได้รับวัคซีน ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคนอกเหนือจากการให้วัคซีนแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการไปในที่แออัด รับประทานอาหารที่สะอาด ล้างมือบ่อยๆ ให้เป็นสุขนิสัย นอกจากนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นการให้ภูมิคุ้มกันโรคตามธรรมชาติที่สำคัญค่ะ เพราะน้ำนมแม่ในระยะแรกหลังคลอด

หากปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ ลูกน้อยของคุณก็จะเติบโตแข็งแรงแน่นอนค่ะ


(update 1 มีนาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 265 กุมภาพันธ์ 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600