เรื่องวุ่นๆ ของจำปีน้อย


คุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีความรู้สึกว่าการดูแลและรักษาความสะอาด “น้องสาว” ของลูกนั้นยุ่งยากมากกว่าการดูแล “เจ้าจำปี” ของลูกชาย เพราะมีส่วนซับซ้อนให้ต้องทำความสะอาดมากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้ว จำปีน้อยของลูกชายก็มีเรื่องให้ต้องใส่ใจไม่น้อยเรามาดูกันค่ะว่าปัญหาที่ทำให้จำปีน้อยของลูกป่วยนั้นมีอะไรบ้าง


1. หนังหุ้มปลายจำปีไม่เปิด

คุณแม่ จะเห็นว่าทารกแรกเกิดนั้นหนังหุ้มปลายด้านนอกจะยังไม่เปิดและยาวจนมองไม่เห็นรูเปิดของท่อปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น หนังหุ้มปลายก็จะค่อยๆ เปิดขึ้นเองทีละน้อยตามธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่หนังหุ้มปลายจะเปิดได้หมดในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น แต่หากถึงวัยที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์แล้วหนังหุ้มปลายจำปียังเปิดไม่หมดจึงค่อยหาวิธีแก้ไข ซึ่งในกรณีนี้จะต้องไปพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกาย และคุณหมออาจเลือกการรักษาโดยการใช้ยาทา เพื่อช่วยให้หนังหุ้มปลายเปิดได้มากขึ้น หรือทำการขริบหนังหุ้มปลาย
ดูแลอย่างไร

ในช่วงที่หนังหุ้มปลายยังเปิดไม่หมดนี้ หลังจากลูกปัสสาวะเสร็จให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดซับเฉพาะส่วนปลายให้สะอาด แล้วซับให้แห้งก็เพียงพอแล้วบางครั้งถ้าลูกปัสสาวะและอุจจาระพร้อมกัน การเช็ดทำความสะอาดเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ คุณแม่ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น ถ้าจะใช้สบู่ก็ควรเลือกสบู่อ่อนและใช้เพียงเล็กน้อยก็พอ และไม่ควรทาแป้ง

2. หนังหุ้มปลายจำปีอักเสบ

สาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบเนื่องจากมีการสัมพันธ์กับน้ำปัสสาวะโดยตรง และอาจมีสิ่งแปลกปลอม เช่น เส้นด้ายจากผ้าหรือกางเกง หรือเศษอุจจาระเข้าไปติดค้างอยู่ระหว่างหนังหุ้มปลายและปลายจำปีแล้วคุณแม่เองมองไม่เห็น นานวันเข้าก็ทำให้ปลายจำปีเกิดการอักเสบขึ้นได้ อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การหมักหมมของ “ขี้เปียก” โดยปกติผิวหนังของเราจะมีคราบไคล ซึ่งก็คือผิวหนังชั้นนอกสุดที่เสื่อมสภาพและหลุดออกมาซึ่งคราบไคลที่หลุดออกมาบริเวณนี้เราจะเรียกว่าขี้เปียก เมื่อผสมกับน้ำปัสสาวะและหมักหมมอยู่บริเวณปลายจำปี ประกอบกับแบคทีเรียที่อยู่บริเวณนั้นก็จะทำให้ปลายจำปีมีกลิ่นและเกิดการอักเสบ โดยจะมีอาการบวม เจ็บ และอาจเห็นคล้ายมีหนองปนออกมาจากปลายจำปี
ดูแลอย่างไร

นอกจากการทำความสะอาดโดยทั่วไปแล้ว ในหนึ่งวันคุณแม้ควรจะร่นหนังส่วนปลายนี้ขึ้นเท่าที่ทำได้เพื่อล้างสิ่งสกปรก หรือสิ่วแปลกปลอมติดค้างอยู่ให้สะอาด แต่ไม่ควรฝืนรูดหนังหุ้มปลายของลูกให้ตึงมากเกินไปเพราะอาจทำให้หนังหุ้มปลายมีการฉีกขาด ซึ่งจะทำให้ลูกเกิดความเจ็บปวด และจะไม่ยอมให้คุณแม่แตะต้องจำปีอีกเลยซึ่งจะทำให้การทำความสะอาดจำปียากมากขึ้น ส่วนบ้านไหนที่มักจะให้ลูกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอดเวลาขอแนะนำว่าควรสลับให้ลูกใส่ผ้าอ้อมบ้าง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ลดปัญหาการเกิดผื่นคันและการหมักหมมของเชื้อโรค ซึ่งจะช่วยให้จำปีน้อยของลูกมีสุขภาพดีด้วย

3. จำปีถูกหนังหุ้มปลายรัดจนบวม

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความปรารถนาดีของคุณแม่ที่ต้องทำความสะอาดจำปีน้อยให้สะอาดหมดจดจึงพยายามจะรูดหนังหุ้มปลายขึ้นไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งเส้นรอบวงบริเวณหนังหุ้มปลายนั้นจะเล็กกว่าขนาดของจำปี ดังนั้นเมื่อหนังหุ้มปลายถูกดึงรั้งขึ้นไปมากๆ จึงทำให้จำปีน้อยถูกรัด ที่สำคัญคือหลังจากทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ไม่ได้รูดหนังหุ้มปลายกลับตามเดิม เมื่อจำปีถูกรัดไว้นานๆ ก็ทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก จึงเกิดอาการบวมและอักเสบตามมา
ดูแลอย่างไร

หลังจากรูดหนังหุ้มปลายขึ้นเพื่อทำความสะอาดแล้วต้องรูดกลับทุกครั้ง และในกรณีที่จำปีถูกหนังหุ้มปลายรัดจนบวมถ้ายังไม่บวมมาก คุณแม่ก็ยังสามารถรูดหนังหุ้มปลายกลับลงมาได้ แต่หากจำปีบวมมากจนไม่สามารถรูดหนังหุ้มปลายกลับลงมาได้ จะต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัด จึงควรรีบนำลูกน้อยมาพบคุณหมอโดยด่วน

4. ก้อนซีสบริเวณจำปี

หากเกิดขึ้นบริเวณส่วนปลายจำปีใกล้กับรูปัสสาวะ และก้อนซีสมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ จนเบียดรูท่อปัสสาวะ จนทำให้ปัสสาวะลำบากหรือปัสสาวะไม่ออก คุณหมอจะทำการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งจะต้องทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนกับท่อปัสสาวะของเด็ก


5. จำปีหลบใน

กรณีนี้คุณแม่จะสังเกตเห็นจำปีของลูกมีขนาดเล็กนิดเดียว หากคุณแม่ลองคลำดูจะพบว่ามีจำปีอยู่ด้านในเวลาที่เจ้าตัวเล็กปวดปัสสวาะและจำปีมีการแข็งตัว ก็จะมองเห็นได้มากขึ้น แต่เวลาปกติก็จะมองแทบไม่เห็นเลย จำปีหลบในมักจะพบในเด็กอ้วน ซึ่งโดยทั่วไปก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพราะจำปีจะค่อยๆ โผล่ยื่นออกมาเองเมื่อโตขึ้น เว้นแต่ในกรณีที่มีหนังหุ้มปลายตีบและอักเสบบ่อยๆ ก็ควรทำการผ่าตัดตกแต่งแก้ไขแต่เนิ่นๆ และห้ามทำการขริบหนังหุ้มปลายเด็ดขาด

นอกจากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่สามารถพบได้อีก เช่น ปัญหารูท่อปัสสาวะไม่อยู่ที่ปลาย, ท่อปัสสาวะตีบ, เนื้องอกที่จำปี, ลูกอัณฑะไม่เคลื่อนลงมาอยู่ในถุง และถุงอัณฑะบิดหมุน เป็นต้น


ขริบดีไหม…ใครตัดสินใจ ?

การขริบ คือการตัดหนังส่วนหุ้มปลายจำปีออกไปเพื่อให้สามารถดูแลทำความสะอาดง่ายขึ้น และเชื่อว่าจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในสตรี (ภรรยา) ได้ ซึ่งในสมัยก่อนการขริบจะทำกันในหมู่เด็กชายชาวมุสลิม ตามหลักการของศาสนาอิสลามแต่ด้วยความเชื่อของการขริบดังที่กล่าวไปแล้ว จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่จำนวนหนึ่งที่ถึงแม้จะไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม แต่ก็ต้องการให้ลูกขริบ ซึ่งจริงๆ แล้วการขริบก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะหากคุณแม่ดูแลรักษาแผลที่ขริบไม่ดี ก็จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งจะสร้างความทรมานให้กับลูกเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้การขริบให้กับลูกตั้งแต่เล็กนั้นเรายังไม่รู้ว่าเมื่อโตขึ้นจำปีของลูกมีขนาดเท่าใด หากคุณหมอขริบหนังหุ้มปลายออกไปมากเกินไปเมื่อโตขึ้นจำปีก็อาจจะไม่เหลือหนังหุ้มปลายห่อหุ้มเลย ทำให้จำปีเสียดสีกับเสื้อผ้า ผิวส่วนปลายจะหนาและด้านส่งผลให้ความรู้สึกทางเพศลดลง เพราะฉะนั้นคุณหมอจึงไม่แนะนำให้ขริบหนังหุ้มปลายออกตั้งแต่ยังเป็นทารก นอกจากจะมีความจำเป็นจริงๆ เช่น เจ้าตัวเล็กมีปัญหาหนังหุ้มปลายอักเสบมากๆ หรือปัสสาวะลำบาก เป็นต้น ส่วนเด็กปกติทั่วไปก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขริบสำหรับเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดอาจจะยุ่งยากสักหน่อยในช่วงงที่หนังหุ้มปลายยังเปิดได้ไม่หมดเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่มีความีรู้ความเข้าใจในการดูแลและทำความสะอาดจำปีของลูก ก็ไม่มีอะไร่น่าเป็นห่วง คุณแม่คนไหนที่กำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะให้ลูกขริบดีไหม ควรศึกษาถึงข้อดีข้อเสียของการขริบให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อนจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจภายหลังค่ะ


กลุ้มใจ ทำไมลูกเล่นจำปี

การที่เด็กเล่นอวัยวะเพศของตัวเอง จะเป็นการค้นพบโดยบังเอิญ เหมือนการค้นพบอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ลูกสนใจและอยากจับเล่น และเมื่อจับแล้วมีความรู้สึกเพลิน จึงทำให้ลูกอยากจับอีกเรื่อยๆ ซึ่งเด็กผู้ชายจะสนใจเล่นอวัยวะเพศของตนเองมากกว่าเด็กผู้หญิง โดยมักจะพบในช่วงวัยก่อนอนุบาลคือ ช่วง 2-3 ขวบ และเล่นเรื่อยไปจนถึง 6-8 ขวบ เมื่อพบว่าลูกเล่นจำปี คุณแม่ควรตรวจดูว่าปลายจำปีของลูกมีการอักเสบ หรือมีผื่นคันเกิดขึ้นบริเวณขาหนีบหรือไม่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ทำให้จำปีเกิดการระคายเคืองหรือเปล่า เพราะสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกจับต้องจำปีน้อยบ่อยๆ ได้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ คุณแม่ควรหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของลูก เวลาที่เห็นเจ้าตัวเล็กตั้งท่าจะเล่นจำปี คุณแม่อาจจะชวนลูกออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ลูกชอบ แต่ไม่ควรใช้วิธีเอ็ด ทำโทษ หรือ ส่งเสียงดังเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะจะทำให้ลูกสับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงจับอวัยวะของตัวเองไม่ได้ และต่อไปเจ้าตัวเล็กก็จะไปแอบจับโดยไม่ให้คุณเห็น เมื่อลูกโตพอที่จะคุยกันรู้เรื่อง คุณพ่อคุณแม่ก็ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่สามารถจับจำปีเล่นพร่ำเพรื่อได้ และหากจะจับเพราะความจำเป็น เช่น มีอาการคันหรือเจ็บ ก็ควรเดินไปจับในที่มิดชิด


แม่ฮับ ซิปติด!!!

ปัญหาการรูดซิปแล้วติดจำปีเป็นปัญหาที่สร้างความทรมานให้กับเด็กเล็กๆ รวมถึงผู้ใหญ่บางคนมานักต่อนักแล้ววิธีป้องกันง่ายๆ คือ คุณแม่ควรฝึกให้ลูกสวมกางเกงชั้นในตั้งแต่เล็กๆ เพื่อให้เกิดความเคยชิน เพราะกางเกงชั้นในสามารถช่วยป้องกันจำปีน้อยไม่ให้ถูกซิปทำร้ายได้ อีกวิธีหนึ่งก็คือ ควรให้เจ้าตัวเล็กสวมกางเกงเอวยางยืดแทนกางเกงที่ต้องรูดซิปไปก่อน แต่หากจำปีพลาดท่าเสียทีให้กับซิปไปแล้ว วิธีแก้คือ คุณแม่ต้องตัดซิปออกเพื่อให้สามารถแยกเขี้ยวซิปที่หนีบหนังจำปีออกได้ อย่าพยายามฝืนรูดซิปกลับเพราะจะยิ่งทำให้ลูกเจ็บมากยิ่งขึ้นค่ะ.


(update 26 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.167 April 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600