มือ นิ้ว จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ของหนูวัยเตาะแตะ


พอหนูน้อยย่างเข้าวัยเตาะแตะ พัฒนาการกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และก้าวรุดหน้าจนเกิดเป็นความชำนาญ เพื่อเตรียมตัวสู่การทำสิ่งที่ยากและซับซ้อนขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่ จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องต่างๆ จึงอยู่ที่วัยเตาะแตะนี่ล่ะค่ะ

ขณะที่เด็กเรียนรู้สิ่งต่างๆ ด้วยการใช้มือและนิ้ว สมองส่วนที่ควบคุมการใช้มือ คือพาไรทัลโลบ จะทำงาน ยิ่งเด็กใช้มือและนิ้วผ่านกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว จะทำให้สมองส่วนมอเตอร์คอร์เท็กทำงาน และเมื่อเด็กมีการพูดคุยร่วมด้วย สมองส่วนเท็มโพรัลโลบที่ควบคุมการพูดและความเข้าใจพัฒนาควบคู่ไปด้วยค่ะ


จิตรกรน้อยกับเส้นยุ่งๆ

หนูน้อยวัย 1 ขวบถึง 1 ขวบครึ่ง สามารถใช้มือทั้ง 2 ข้างได้ดีขึ้น ทั้งยังแสดงความถนัดในการใช้มือข้างใดข้างหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด เริ่มขีดเขียนเส้นยุ่งๆ ด้วยสีเทียนแท่งใหญ่ๆ โดยวิธีจับจะเป็นลักษณะกำ ซึ่งการขีดเขียนนี้จะส่งเสริมให้การทำงานระหว่างมือและสายตาประสานกันดีขึ้น น้องหนูวัยนี้ยังสามารถต่อแท่งบล็อกได้ 2-3 ชิ้น เปิดหนังสือ 3-4 หน้าได้ ทิ้งของและยืนดูมันตกลงพื้น ปาของแล้วตามไปเก็บ และชอบเรียนรู้สิ่งของด้วยปากค่ะ ดังนั้นเขาจึงชอบคว้าของเข้าปาก

พ่อแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้มือมากที่สุด จะทำให้กล้ามเนื้อมือและนิ้วมือพัฒนาขึ้น แต่ไม่ควรบอกลูกให้เขียน เพราะเป็นการปิดกั้นจินตนาการและทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีที่ไม่สามารถทำได้ตามที่บอก พาลให้ไม่อยากเขียนหนังสือและรู้สึกไม่ดีต่อการเขียน
Tip Tip หาสีเทียนแท่งใหญ่ๆ ที่เป็นเหลี่ยมและกระดาษให้จิตรกรน้อยได้ฝึกใช้มือบ่อยๆ สิคะ เป็นการฝึกให้ลูกได้ใช้ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ซึ่งต้องทำหน้าที่ต่างกันได้ คือมือหนึ่งต้องจับแท่งสี อีกมือหนึ่งก็รับกระดาษ ทำให้มือทั้ง 2 ข้างทำงานประสานกันค่ะ

หนูน้อยนักสำรวจ รื้อค้น

หนูน้อยวัย 1 ขวบครึ่งถึง 2 ขวบ เริ่มวาดเส้นตรงหรือหรือวาดเป็นรูปก้นหอยได้แล้ว ที่สำคัญวัยนี้ชอบสำรวจสิ่งรอบตัวด้วยการรื้อค้นข้าวของในบ้าน สามารถถือของชิ้นเล็กๆ 2 ชิ้น ได้ในมือเดียวกัน สลับมือถือของได้รวดเร็วขึ้น หมุนปุ่มเปิด-ปิดวิทยุได้แต่หมุนฝาเกลียวยังไม่ถนัด เพราะกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือยังไม่พัฒนาเต็มที่ แต่สามารถก้มหยิบของหรือเอี้ยวตัวลงหยิบของได้เปิดหนังสือได้ครั้งละ 2-3 หน้า ต่อแท่งบล็อกได้ 5-6 ชิ้น และสามารถหยิบของมาใส่ในภาชนะที่ถืออยู่ได้
Tip ไม่ควรห้ามลูกขณะที่รื้นค้นข้าวของ เพราะเป็นการปิดโอกาสการเรียนรู้ของลูกค่ะ แต่ควรเก็บสิ่งของที่อาจเป็นอันตรายกับลูกให้มิดชิด ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้ลูกน้อยรื้อค้นบ้าง เพราะลูกจะได้สัมผัสกับสิ่งของและเรียนรู้เรื่องของสี ผิวสัมผัส รูปทรงต่างๆ ที่สำคัญอย่าลืมสอนลูกให้รู้จักเก็บด้วยนะคะ

หนูน้อยเป็นตัวของตัวเอง

หนูน้อยวัย 2 ขวบถึง 2 ขวบครึ่ง จะสามารถใช้มือได้คล่องแคล่ว และมีความพร้อมที่จะร่วมโต๊ะกินข้าวกับพ่อแม่ได้แล้วค่ะ สามารถต่อบล็อกได้ถึง 6-7 ชิ้น เปิดหนังสือได้ทีละหน้าสามารถหมุนลูกบิดประตูได้แต่ไม่ค่อยดีนัก ใช้กรรไกรเล่มเล็กๆ ตัดกระดาษได้ แถมยังร้อยลูกปัดด้วยเข็มเล่มโตๆ ได้แล้วค่ะ

ขณะเดียวกันก็มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สามารถบอกความต้องการพร้อมแสดงความความเป็นเจ้าของ เช่น ของหนู หนูจะกิน หนูง่วง และเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้บางอย่างแล้วด้วย เช่น การกินข้าว การรูดซิป การติด-แกะกระดุม ใส่รองเท้า ใส่กางเกงที่เป็นยางยืด เป็นต้น
Tip พ่อแม่ควรส่งเสริมให้หนูน้อยได้ช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น เพราะนอกจากจะฝึกเรื่องกล้ามเนื้อและนิ้วแล้ว ยังช่วยฝึกเรื่องของสายตาและการกะระยะว่าแค่ไหนถึงจะเอาข้าวเข้าปาก เป็นเพราะพื้นฐานสำคัญในการใช้มือ และยังทำให้ลูกมีความมั่นใจที่จะทำอะไรด้วยตัวเองอีกด้วย

เตรียมหนูน้อยเข้าอนุบาล

หนูน้อยวัย 2 ขวบครึ่งถึง 3 ขวบ เป็นวัยที่พ่อแม่ต้องเตรียมลูกเข้าอนุบาลค่ะ จึงต้องเริ่มพัฒนาสิ่งที่ยากขึ้นทั้งในเรื่องการเล่น เช่น ใช้ตัวต่อที่ต้องออกแรงในการกดอัดให้ลงช่องเป็นรูปทรงต่างๆ และฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง เช่น เข้าห้องน้ำ ใส่เสื้อผ้า

นอกจากนี้ยังเอาของใส่มือและสลับไปมาได้อย่างรวดเร็วหมุนลูกบิดเปิด-ปิดกระตูได้คล่อง ต่อแท่งบล็อกได้มากถึง 8-9 ชิ้น และรู้สึกสนุกทุกครั้งที่เปิดขวดที่เป็นฝาเกลียวได้

วัยนี้การเขียนพัฒนามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถวาดเส้นตรงเกือบตั้งฉาก หรือวงกลมเบี้ยวๆ ตามแบบได้ เพราะมือและนิ้วสามารถบังคับดินสอหรือแท่งสีได้ดี ส่วนกิจกรรมอื่นๆ เช่น ละเลงสีด้วยมือและนิ้ว หรือเล่นกับเงา เช่น ทำเป็นรูปหมา รูปนกบิน งูเลื้อย โดยพ่อแม่ทำให้ลูกดูและให้ลูกทำตาม จะช่วยฝึกควบคุมกล้ามเนื้อมือและนิ้วได้ดีไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ เลยค่ะและเป็นเกมที่เล่นแล้วสนุกไม่ต้องมีต้นทุนอะไร
Tip Tip เตรียมกระดาษและสีให้ลูกได้ระบาย แล้วต้องคอยดูว่าลูกระบายสีออกนอกเส้นหรือเปล่า และสามารถควบคุมนิ้วมือได้ตามที่ต้องการหรือเปล่า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนค่ะ

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือและนิ้ว คือจุดเริ่มต้นด้านการเรียนรู้ทุกอย่าง เห็นเล็กๆ อย่างนี้ จึงไม่ใส่ใจเลยไม่ได้ล่ะค่ะ


4 ข้อที่พ่อแม่ไม่ควรทำ
1. พ่อแม่ไม่ควรห้ามลูกเมื่อเห็นลูกทำสิ่งใด เพราะจะทำให้ลูกไม่กล้าทำสิ่งอื่นๆ

2. พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำและเพราะอะไร เช่น ทำแล้วอาจจะเป็นอันตรายต่อตัวเอง หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น

3. ไม่บังคับหรือฝืนใจให้ลูกทำ แต่ควรให้ลูกเรียนรู้จากการปฏิบัติด้วยตัวเอง

4. ถ้าพ้อแม่ไม่ปล่อยให้ลูกทำอะไรเลย กล้ามเนื้อมัดเล็กจะไม่มีแรง พอจะทำหรือหยิบอะไรก็ตก และจะมีปัญหาเรื่องการเขียนตอนเข้าวัยเรียน

5. พ่อแม่ไม่ควรปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้ของลูกด้วยการทำให้ทุกอย่าง แต่ต้องปล่อยให้ลูกช่วยเหลือตัวเองบ้าง

ทดสอบของเล่นก่อนลูกคว้า

วิธีการทดสอบว่าของเล่นจะเป็นอันตรายกับลูกหรือไม่นั้นทดสอบโดยเอาของเล่นนั้นใส่เข้าไปในแกนทิชชู ถ้าของเล่นใหญ่กว่าแกนทิชชู ถือว่าปลอดภัยสำหรับเด็กค่ะ รับรองว่าของเล่นจะไม่หลุดเข้าคอแน่นอน แต่หากของเล่นสามารถผ่านเข้าแกนทิชชูได้ ขอแนะนำว่าไม่ควรซื้อค่ะ เพราะว่าของเล่นอาจหลุดเข้าคอเด็กได้.


(update 28 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 294 กรกฎาคม 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600