สอนลูกให้เรียนรู้ทักษะชีวิต


ชีวิตจริงนอกห้องเรียน คืออีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญและจำเป็นที่เด็กๆ จะต้องเรียนรู้เอาไว้เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ลำพังแค่ความรู้ในห้องเรียนเพัยงอย่างเดียวนั้นยังคงไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังคมปัจจุบันได้การสอนให้ลูกรู้จักทักษะในการใช้ชีวิตหรือวิธีที่เขาจะดิ้นรนต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่รอดได้ในโลกของความเป็นจริงนั้นคุณพ่อคุณแม่คงจะละเลยไม่ได้ เพราะว่าเจ้าทักษะนี้จำเป็นจะต้องสอนให้ลูกรู้จักตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ

ในโรงเรียนแต่ละแห่งต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดในการให้ความรู้กับเด็กๆ มีการสอนตามหลัก 3R (Respect for self เคารพตนเอง, Respect for others เคารพผู้อื่น, Responsibility for all your actions รับผิดชอบต่อการกระทำของตน) และสอนหลักศีลธรรมต่างๆ ที่สอดแทรกมาในหลักสูตร แต่อย่าลืมนะคะว่าโรงเรียนไม่ใช่ที่ที่จะสอนเด็กๆ ให้รู้จักทักษะในการใช้ชีวิตหรือการเอาตัวรอดได้ทุกอย่าง


ทักษะการใช้ชีวิตคืออะไร

ทักษะการใช้ชีวิตคือสิ่งที่จำเป็นที่ทำให้สามารถมีชีวิตและอยู่รอดต่อไปได้ในวันข้างหน้า หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าทักษะในการเอาตัวรอด ซึ่งทักษะเหล่านี้ไม่ได้บรรจุเอาไว้ในตำราเรียน เช่น ถ้าคุณได้มีส่วนร่วมในรายการเรียลริตี้โชว์อย่าง Survival ทักษะต่างๆ อย่างเช่น การหาอาหารในป่าหรือการจุดไฟ เป็นสิ่งที่จะต้องมีและต้องใช้ไม่ใช่ความรู้อย่างล้ำลึกจากหนังสือเรียนที่แต่งขึ้น


ทักษะการใช้ชีวิตสำคัญอย่างไร

การเริ่มต้นสอนทักษะการใช้ชีวิตกับลูกนั้นควรเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
  • เมื่อลูกๆ อายุยังน้อย เขาจะเรียนรู้และซึมซับทักษะต่างๆ เองตามธรรมชาติ ซึ่งเด็กๆ จะไม่ขัดขืนหรือแสดงอาการต่อต้านน้อยมากในการที่จะเรียนรู้

  • เด็กๆ ที่ได้รับการสอนในเรื่องทักษะการใช้ชีวิตนั้น จะสามารถทนรับกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้เพราะพวกเขามีภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับชีวิต

  • การเรียนควรจะมีความหลากหลายในทุกด้าน การให้ความสนใจเพียงแค่ความสำเร็จในด้านการศึกษานั้นเป็นการปิดกั้นพัฒนาการในด้านอื่นๆ ลูกของคุณ

  • เด็กๆ จะรู้ว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้อย่างไร ทักษะการใช้ชีวิตนั้นคือการนำความรู้ที่มีอยู่ออกมาใช้ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณฝึกพื้นฐานการใช้จ่ายเงินในแต่ละวันให้กับลูก เขาจะเรียนรู้ได้ด้วยว่าจะต้องจัดการกับการใช้จ่ายอย่างไรในแต่ละเดือน

  • โลกแห่งความเป็นจริงของชีวิตนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เด็กๆ ที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดี ได้รับการทะนุถนอมเหมือนไข่ในหินนั้น อาจจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ในภายหลัง ซึ่งจะทำให้เขาลำบากในการใช้ชีวิตในสังคมหรือทำงานร่วมกับผู้อื่น

อะไรบ้างที่ต้องสอน

เมื่อคุณเชื่อแล้วว่าจำเป็นจะต้องสอนให้เจ้าตัวเล็กรู้จักทักษะการใช้ชีวิต ทักษะที่จะปลูกฝังให้ลูกมีประโยชน์ดัง 3 ข้อต่อไปนี้

งานบ้าน งานเรือน ฝึกให้ลูกช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ของคุณ ซึ่งถือเป็นสิ่งมีคุณค่าเป็นการสอนให้เขารู้จักพึ่งพาตัวเอง เริ่มต้นจากงานเล็กๆ ที่เหมาะสมกับวัยของลูก เช่น เด็กวัย 1-3 ขวบสามารถเรียนรู้การเก็บข้าวของเข้าที่หลังใช้ เด็กก่อนวัยเรียนสามารถช่วยเก็บของใส่ตู้เย็นหรือช่วยจัดโต๊ะได้ในขณะที่เด็กวัยประถมช่วยล้างจานหรือเอาขยะไปทิ้ง เด็กก่อนวัยรุ่นสามารถช่วยทำอาหารง่ายๆ หรือให้วิ่งไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ได้

การจับจ่ายใช้สอย เมื่อถึงเวลาที่ลูกๆ จะต้องไปโรงเรียนอย่าลืมสอนให้เขารู้จักการเก็บเงินค่าขนมด้วย คุณอาจจะซื้อกระปุกออมสินหรือเปิดบัญชีในธนาคารให้ลูกเก็บสะสมเงินเอง ให้เขาได้ทำงานเพื่อแลกกับของเล่นหรือของสำคัญที่อยากได้ ซึ่งจะสร้างความภูมิใจให้และพวกเขาจะได้รู้ด้วยว่าการจะได้ซึ่งของสำคัญหรืออะไรที่อยากได้นั้นต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักและเสียสละ

ถือเป็นการมองการณ์ไกลที่จะปลูกฝังเรื่องนี้ขณะที่ลูกยังเล็กอยู่ ซึ่งจะทำให้พวกเขาใช้เงินจ่ายเงินอย่างระมัดระวังและไม่มีปัญหาเรื่องเงินเมื่อโตขึ้น

การจัดสรรเวลา เด็กที่กำลังจะไปโรงเรียนนั้นเวลาของเขาจะถูกใช้ไปกับเรื่องต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย จึงจำเป็นจะต้องมีการจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กๆ รู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนอะไรหลัง เพื่อไม่ให้เวลาเรียนหรือเวลาทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างใดอย่างหนึ่งกินเวลาเขามากเกินไป

ในการพูดคุยกับลูกๆ นั้น ให้คุณอธิบายตารางเวลาให้เขาฟัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการสอบ ให้ความใส่ใจและแสดงความชื่นชอบและความสนใจ ให้ลูกได้มีเวลาพักหรือเวลาบันเทิงเพื่อคลายเครียดด้วย และควรให้ลูกได้มีส่วนในการกำหนดเวลาด้วย แต่ให้อยู่ภายใต้การดูแลของคุณ และเช็คดูด้วยว่าเขาทำตามกำหนดเวลานั้นหรือเปล่า


สอนอย่างไรให้ได้ผล
  • ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง เด็กๆ จะเรียนรู้ด้วยการดูและทำตามแบบที่ได้เห็น และจะนะไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา

  • หาโอกาสให้ลูกของคุณได้ปรับใช้ทักษะที่เรียนรู้มา เป็นการฝึกฝนไปในตัว

  • ให้ลูกได้มีส่วนในการตัดสินใจกับครอบครัวเป็นประจำด้วยเช่น คุณอาจจะถามลูกว่า รถไฟขบวนไหนหรือรถเมล์สายอะไรที่พาไปถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัยได้ ซึ่งจะทำให้ลูกรู้จักคิดรู้จักตัดสินใจในสถานการณ์จริงของชีวิต

  • ตบหลังเบาๆ พร้อมกับชมเชยลูกด้วยถ้าเขาทำอะไรได้ดี เช่น เขารู้จักทำอาหารเช้าหรือซักผ้าเอง จะทำให้ลูกมีกำลังใจและสมัครใจที่จะทำภาระหน้าที่นั้นๆ ด้วยความภูมิใจและเข้าใจในภาระหน้าที่ของตัวเอง

(update 1 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.161 December 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600