ขั้นตอนฝึก ลูกพูดช้า


Situation

ดิฉันมีปัญหาลูกพูดช้า เกือบ 3 ขวบแล้ว ยังพูดได้แค่อ้อ อ้อ แอ้ แอ้ กุมารแพทย์จึงวินิจฉัยว่าให้พาไปพบนักฝึกพูดเพื่อรักษาอย่างถูกต้องต่อ ดิฉันสงสัยว่านักพูดจะมีขั้นตอนการรักษาอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะหรือไม่ ต้องรักษาต่อเนื่องแค่ไหน


Expert : ผศ.ดร.ศรีวิมล มโนเชี่ยวพินิจ
หัวหน้าสาขาอรรถบำบัด ภาควิชาวิทยาศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


Solution

นักฝึกแก้ไขการพูด หรือนักอรรถบำบัดนั้น มีหน้าที่ปรับการแก้ไขการพูดของเด็กที่มีการพูดผอดปกติ เริ่มตั้งแต่พัฒนาการพูดและภาษาช้ากว่าวัย พูดออกเสียงปกติ หรือลักษณะการพูดผิดปกติอื่นๆ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการพูดผิดปกตินั้นหลากหลายมาก เมื่อลูกได้รับการวินิจฉัยจากกุมารแพทย์ให้ไปพบนักฝึกแก้ไขการพูดนั้น นักฝึกแก้ไขการพูดจะทำการประเมินเด็กและพัฒนาการพูดกับภาษาของเด็ก อาทิ มีการได้ยินเสียงของลูกเป็นปกติหรือไม่ สมองทำงานเป็นปกติหรือไม่ สมองของเด็กที่คลอดก่อนกำหนดยังพัฒนาไม่เต็มที่จึงอาจทำให้เด็กพูดช้าได้ เด็กมีสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์หรือเปล่า มีฟันขึ้นหรือยัง ฟันหลอหรือไม่ มีโครงสร้างเกี่ยวกับปาก ลิ้นของลูกเป็นอย่างไร ตรวจดูลักษณะของใบหน้า เป็นต้น

สาเหตุเหล่านี้ทำให้เราต้องส่งไปหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุกันก่อน เช่น ถ้าลูกพิการทางการได้ยิน หูตึงหูหนวกอาจต้องใช้เครื่องช่วยฟัง เด็กบางคนพูดไม่ได้เพราะเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ก็ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขเพดานปากก่อน จึงจะมาพูดตามพัฒนาการของเด็กในวัยเดียวกันได้

ประเด็นหนึ่งที่พบเห็นกันมากคือสิ่งแวดล้อมไม่เอื้อ ตัวเด็กเองไม่เห็นความสำคัญของการพูดจากการประเมินหลายครั้งพบว่าเด็กมีสติปัญญาดีตามเกณฑ์แต่ไม่พูด ความสนใจและความพยายามสื่อโดยการพูดนั้นมีความสำคัญมาก ยกตัวอย่างในผู้ใหญ่ถ้าอยากหัดพูดภาษาต่างประเทศ พยายามฝึกเท่าไหร่ก็พูดไม่ได้ แต่พอต้องไปต่างประเทศกลับพูดได้เพราะต้องดิ้นรนให้พูดให้ได้ กลับมาที่เด็กซึ่งทุกวันนี้ได้รับการเลี้ยงดูแบบดีเกินไป พ่อแม่บางคนไม่ยอมเรียกร้องให้ลูกพูด แค่ลูกแสดงว่าต้องการอะไร พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงก็ทำตามที่ลูกต้องการโดยที่ลูกไม่ต้องพูดสักแอะ เด็กจึงไม่เห็นความสำคัญและไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร พ่อแม่บางคนเห็นลูกพูดไม่ชัด เช่น เรียกแม่ว่าแอ้ เรียกพ่อว่าอ้อ พ่อแม่คิดว่าน่ารักไม่ยอมแก้ไขลูกติดไปจนโตก็มีมาก

โดยเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าพูดช้านั้น จะมีลักษณะอาการคือพูดช้า เมื่อถึงอายุนั้นแล้วยังพูดไม่ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กวัยเดียวกันแล้วพูดช้ากว่าปกติ เช่น 3 ขวบแล้วยังเรียกแม่ว่าแอ้ เป็นต้น

ระดับพัฒนาการและการพูดของลูก

อายุ จำนวนคำตัวอย่าง
1 ปี พูดคำที่มีความหมายได้ 1 คำ เช่น พ่อ แม่ หม่ำ ยาย จ๋า ตุ้ม (ชื่อเฉพาะ)
2 ปี พูดคำที่มีความหมายได้ 2 คำ เช่น แม่จ๋า ไปไหน ไม่เอา ของหนู ยายขอ
3 ปีพูดคำที่มีความหมายได้ 3 คำเช่น หนูหิวข้าว กินน้ำส้ม ตำส้มตำ

ปล. ความสามารถในการพูดของเด็กจะเทียบเท่าผู้ใหญ่เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 7-8 ปี


ต่อมาลูกจะต้องทำแบบประเมินความชัดเจนของเสียงพูด สำหรับเด็กเล็กการประเมินใช้วิธีการดูรูปภาพ และให้เด็กบอกว่ารูปอะไร ปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทดสอบเสียง อาทิ แบบทดสอบหน่วยเสียง จนถึงเครื่องมือทันสมัยอย่าง Nasometer ซึ่งเป็นเครื่องมือทดสอบระดับเสียงขึ้นจมูกเป็นต้น

จากนั้นลูกจะเข้าสู่การปฏิบัติการฝึกพูด ซึ่งนักฝึกพูดจะมีวิธีการหลากหลาย และมีการบ้านให้คุณพ่อคุณแม่กลับไปทำกับลูกที่บ้านได้ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ซับซ้อน พ่อแม่สามารถปฏิบัติกับลูกได้เนื่องจากพ่อแม่เป็นส่วนสำคัญยิ่งในการฝึกพูดของลูก เนื่องจากเป็นคนที่จะพูดหรืออยู่ใกล้ชิดกับลูกตลอดเวลา พ่อแม่จึงควรมีความเข้าใจถึงระดับพัฒนาการของลูก เนื่องจากเป็นคนที่จะพูดและอยู่ใกล้ชิดกับลูกตลอดเวลา พ่อแม่จึงควรมีความเข้าใจถึงระดับพัฒนาของลูกและวิธีการส่งเสริมการพูดของลูก

วิธีการฝึกพูดของนักฝึกพูดที่คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถนำไปใช้ที่บ้านได้ มีอาทิ การใช้เกม เช่น Jigsaw puzzle หนังสือนิทาน ซึ่งคล้ายๆ กับการที่พ่อแม่ชวนลูกคุยไปด้วยนั่นเอง ลองตั้งคำถามเป็นการเพิ่มพูนคำศัพท์และฝึกการออกเสียงไปในตัว

หรือคุณแม่อาจจะใช้หุ่นมือคุยกับลูก เด็กวัยนี้อยู่ในวัยช่างเลียนแบบและชอบเล่นบทบาทสมมติอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะของในบ้านไม่ว่าจะเป็นก้อนหิน ช้อน ส้อม เลือกที่ไม่เป็นอันตรายนะคะ ก็นำมาประยุกต์ใช้ได้ค่ะ

เนื่องจากตัวคนนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุดในการฝึกพูดของลูก พ่อแม่ไม่ควรให้เด็กวัยนี้อยู่กับเกมหรือทีวีมากเกิน เพราะเป็นสื่อสารทางเดียว ต้องเอาใจใส่และพูดคุยกับลูกเป็นประจำทุกวัน ก็ช่วยให้ลูกพูดได้ดีตามพัฒนาการของลูกแล้ว

หากลูกจำเป็นต้องไปพบนักฝึกพูดนั้น โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ จะมีนักอรรถบำบัดเกือบทุกแห่งอัตราการรักษาจะแตกต่างกันไประหว่างรัฐและเอกชน แต่จะอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาทต่อครั้งระยะเวลาการรักษาก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละอาการ ถ้าติดอ่างหรือปัญญาอ่อน ก็ใช้เวลานานหน่อย เด็กบางคนมาทำการรักษาแล้วพูดได้ดี แต่เมื่อกลับไปอยู่บ้านหรือโรงเรียน เข้าสังคมแล้วก็อาจกลับไปพูดติดอ่างหรือไม่ยอมพูดอีกก็ได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะต้องใจเย็นและอดทนพอสมควร


(update 2 กรกฎาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.139 May 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600