ยิ่งโลกร้อน โรคร้ายยิ่งกลายพันธุ์


ไปไหนมาไหนใครๆ ก็พูดถึงแต่เรื่องโลกร้อนกันทั้งนั้นอากาศแปรปรวนสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติทุกอย่างดูจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง... แต่ก็ยังดีค่ะที่มีหลายฝ่ายออกมาร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงานลดภาวะโลกร้อน เพื่อรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นเท่าที่จะทำได้ แต่ยังมีอีกอย่างค่ะที่ดูจะรุนแรงเพิ่มขึ้นมาตามอุณหภูมิของโลก โรคร้ายต่างๆ นั่นเอง สำหรับผู้ใหญ่อาจจะพอต้านทานเชื้อโรคบางตัวที่รุนแรงขึ้นได้ แต่เด็กๆ นี่ซิคะอาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กๆ จากภาวะโลกร้อน

ประเทศไทยอยู่แถบภูมิอากาศร้อนอยู่แล้ว ภาวะโลกร้อนขึ้นอาจยังไม่ชัดเจนสำหรับโรคใหม่ๆ มากนักแต่จำนวนความถี่ของโรคที่มีอยู่เก่าอาจจะเพิ่มขึ้น ไม่ว่าเรื่องยุง แมลงวัน หรือแมลงต่างๆ อาจจะมีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงจากโรคที่มีแมลงเป็นพาหะจะเพิ่มมากขึ้นและติดต่อได้ง่ายขึ้น รวมทั้งโรคภูมิแพ้ที่มีสาเหตุใหญ่ๆ มาจากอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนไปด้วยสารก่อภูมิแพ้

เชื้อโรคกลายพันธุ์จากแมลง

ช่วงระยะเวลาของอากาศร้อนและเย็นหรือฝนที่เปลี่ยนไปในอนาคตจะส่งผลให้พืชหลายอย่างให้ผลผลิตที่ต่างไปจากเดิมได้ รวมทั้งการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืชหลายชนิด โรคที่มีแมลงเป็นพาหะ อาจมีการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูพืชหลายชนิด โรคที่มีแมลงเป็นพาหะ อาจมีการแพร่ระบาดมากขึ้น เนื่องจากวงจรชีวิตของแมลงที่เปลี่ยนไปตามสภาพภูมิอากาศ โดยเชื้อโรคจะมีโอกาสกลายพันธุ์ ได้ และอาจร้ายแรงถึงขั้นที่เป็นโรคระบาดและไม่มียารักษา โดยเฉพาะโรคที่มาจากยุงซึ่งเป็นโรคที่อันตรายและทำให้เด็กไทยเสียชีวิตในอันดับต้นๆ อย่างไข้เลือดออก ช่วงนี้หน้าฝนถือเป็นฤดูกาลระบาดของไข้เลือดออกหลังจากที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจากภาวะโลกร้อนนั้นพบว่ายุงลายจากแต่เดิมที่เคยออกหากินเพียงในเวลากลางวัน พบว่าปัจจุบันมีจำนวนของยุงลายที่ออกหากินไปเวลากลางคืนและพลบค่ำมากขึ้น นั่นก็เท่ากับว่าโอกาสที่เด็กๆ จะได้รับเชื้อไข้เลือดออกจากยุงลายย่อมมีสูงขึ้น

ภูมิแพ้ต้องระวัง

สภาพอากาศปัจจุบันโรคภูมิแพ้มีมากอยู่แล้ว โดยในเด็กและเยาวชนเป็นภูมิแพ้มีมากแล้ว โดยในเด็กและเยาวชนเป็นภูมิแพ้ในจมูกร้อยละ 20-40 หอบหืดร้อยละ 4-13 จากมลพิษในอากาศโดยเฉพาะของกรุงเทพที่ขณะนี้ถือว่าเข้าข่ายวิกฤติมลพิษและนักวิทยาศาสตร์คาดคะเนไว้ว่าหากมลพิษยังเป็นเช่นนี้ อีกไม่เกิน 20 ปี หรืออาจไม่ถึง 20 ปี โลกจะต้องถึงขั้นวิกฤติอย่างแน่นอน ประชาชนอาจจะต้องซื้อออกซิเจนหายใจและถ้ามีไรฝุ่นมากซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้มากที่สุด และไรฝุ่นชอบอยู่ในที่ร้อนและชื้นคงมีตัวเลขคนเป็นภูมิแพ้มากขึ้น ถ้าอุณหภูมิเพิ่มขึ้นไรฝุ่นจะมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น สปอร์เชื้อราจะมีการเปลี่ยนแปลง ละอองเกสรหญ้าซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดภูมิแพ้ก็มีการเปลี่ยนแปลง สิ่งแวดล้อมก็จะกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้มากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงยังต้องการการวิจัยว่าถ้าร้อนขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส จะเป็นอย่างไร ส่วนที่ชัดเจนคือ ภูมิแพ้ผิวหนังเพราะเมื่ออากาศร้อนเหงื่อออกมาขึ้นจะกระตุ้นให้คนที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังมีอาการมากขึ้นค่ะ

โรคอื่นๆ ที่จะตามมา

อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ไม่คุ้นเคยกับสภาพอากาศแบบนี้ การเจ็บป่วยเกิดขึ้นมาได้กับทุกเพศทุกวัยไม่เฉพาะกับเด็กๆ เท่านั้น ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป จากความร้อนความแห้งแล้ง จะเกิดไฟไหม้ป่า ทำให้เกิดควันเหมือนที่เกิดขึ้นภาคเหนือของไทย เมื่อคนสูดดมไปจะทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ไอ หอบ เหนื่อย หายใจไม่ค่อยออก และเมื่อความแห้งแล้งเกิดขึ้นทุพโภชนาการหรืออาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภคก็จะเกิดขึ้นคนจะขาดอาหารขาดน้ำ จะทำให้เกิดโรคที่เกิดจากการขาดกอาหารและน้ำ ถ้าอากาศทำให้พื้นที่เกิดมีน้ำท่วมใหญ่ เช่น โรคฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า โรคที่มากับน้ำ ท้องเดินท้องเสีย

ป้องกันโรคจากภาวะโลกร้อนให้ลูก
  • ดูแลสุขภาพของลูกให้มีร่างกายแข็งแรง
  • รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
  • ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอพอควร
  • อารมณ์ดีเพราะอากาศร้อนจะทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย
  • มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ค่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
ในภาวะอากาศปกติเด็กๆ ก็ป่วยด้วยโรคต่างๆ กันอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเชื้อโรคต่างๆ ที่มากับภาวะโลกร้อนก็ยิ่งต้องห่วงใยดูแลสุขภาพกันหน่อย... ไม่ใช่เฉพาะเด็กๆ ค่ะ ผู้ใหญ่ก็ต้องดูแลด้วย ช่วงนี้ถ้ามีโอกาสที่จะช่วยหรือลดภาวะโลกร้อนไม่ว่าจะด้วยวิธีใด... จงทำเถอะค่ะอย่ารีรอ.


(update 9 พฤศจิกายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.170 September 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600