Movement หลังคลอดของแม่-ลูก


For Baby

ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่คงจินตนาการว่า หลังจากออกจากท้องอันอบอุ่นของคุณแม่มาพบโลกกว้าง ลูกคงเอาแต่กินกับนอนเกือบทั้งวัน แต่ถึงตอนนี้ที่ลูกคลอดออกมาแล้วคุณแม่คงสงสัยว่าทำไมทารกตัวน้อยสามารถเคลื่อนไหวได้หลายๆ อย่าง ซึ่งความจริงแล้วท่าทางหลายๆ อย่างนั้นเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflex) ที่เกิดขึ้นและจะหายไปเมื่อลูกอายุมากขึ้นค่ะ (ประมาณ 3 เดือน)
  • นอน

    เป็นสิ่งที่ลูกทำมากที่สุดในช่วงนี้ ท่านอนของลูกจะคล้ายๆ กับท่าที่นอนอยู่ในท้อง คือจะนอนงอตัว เอาคางชิดหน้าอก กำมือ งอแขนงอขาเข้าหาตัว

  • หันหา-ดูดนม

    ถ้าหากคุณแม่เอามือเขี่ยที่ข้างแก้มหรือมุมปาก คุณลูกก็จะหันเข้ามาพร้อมกับอ้าปากงับไปทางนั้นทันทีถือเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้ลูกดูดนมได้นั่นเอง

  • สะดุ้ง ผวา

    หากมีเสียงดัง เจ้าตัวเล็กก็อาจจะสะดุ้งหรือผวาขึ้นได้โดยจะกางแขนกางขาเกร็งสักครู่แล้วถึงกลับมานอนท่าเดิมนี่ก็เป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับเช่นค่ะ และถ้ากลัวลูกจะสะดุ้งผวา คุณแม่ก็อาจจะห่อตัวลูกไว้ก็ช่วยได้ค่ะ

  • ถีบ

    จากที่เคยต้องนอนคุดคู้อยู่ในท้องแม่ ตอนนี้ออกมาอยู่ที่โล่งๆ เคลื่อนไหวสบายแล้วก็เลยถีบโชว์ให้เห็นกันแต่กล้ามเนื้อหนูยังไม่แข็งแรง ควบคุมทิศทางไม่ได้ ก็เลยเหมือนถีบสะเปะสะปะไปสักหน่อย

  • กำมือ

    หากคุณแม่เอานิ้วหรือเอาของให้ลูกจับ ลูกก็จะกำไว้แน่นมากจนยกตัวขึ้นลอยได้เลยทีเดียว

  • ก้าวเดิน

    ถ้าอุ้มลูกยืนแตะพื้น เจ้าตัวเล็กของคุณจะก้าวเดินได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วลูกยังเดินไม่เป็นหรอกค่ะปฏิกิริยานี้จะหายไปเมื่ออายุได้ 3 เดือนค่ะ
นี่แหละท่าทางเคลื่อนไหวของลูก ถ้าออกท่าออกทางอย่างนี้ก็แสดงว่าลูกรักของคุณแม่ปกติ ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ


For Mom

หลังจากผ่านช่วงเวลาอันสำคัญที่ทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บปวดของความเป็นแม่เมื่อคลอดลูกรักออกมาได้สมใจแล้วเพื่อให้คุณแม่ฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงควรเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่เหมาะสมต่อไปนี้ค่ะ
วันแรก - พักเหนื่อย เริ่มให้นม

หลังจากคลอดลูก คลอดรก เย็บฝีเย็บเรียบร้อย คุณแม่ก็จะสบายตัวขึ้น (ไม่อึดอัดเพราะท้องใหญ่ๆ แล้ว) ถึงจะเจ็บแผล ปวดท้องเพราะมดลูกบีบตัวก็ตาม แต่คุณแม่อย่าเพิ่งใจร้อนลุกขึ้นเร็วนัก เพราะอาจจะหน้ามืดวิงเวียนเนื่องจากเสียเลือดไปเยอะเอาได้ ทางที่ดีควรนอนพักเอาแรงเติมพลังซักหน่อยก็จะสดชื่นพร้อมปฏิบัติหน้าที่คุณแม่คนใหม่และเริ่มให้นมลูกแล้ว

วันที่ 2 - เจ็บแผล ปวดมดลูก

ยังเจ็บตึงแผลฝีเย็บอยู่ เวลาลุกนั่งจะลำบากสักนิดเพราะจะเจ็บแผลเวลาทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่ง เพราะฉะนั้นท่านั่นที่สบายก็น่าจะเป็นท่านั่งพับเพียบหรือจะหาห่วงยาง (แบบขนมโดนัท) มารองนั่งก็สบายดี หนำซ้ำเวลาเดินก็อาจจะเหมือนนักเลง เพราะช่วงนี้อาจจะต้องเดินขากางๆ ไปก่อนเพื่อแผลจะได้ไม่ถูกเสียดสี คงต้องรอสัก 7 วันก็จะค่อยๆ ดีขึ้น กลับมาเดินสวยเหมือนเดิมได้แล้ว

วันที่ 3 เป็นต้นไป - กลับบ้าน เริ่มบริหารร่างกาย

ช่วงนี้จะเริ่มเจ็บแผลน้อยลง เริ่มทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนปกติ แต่อาจยังมีการปวดเกร็งมดลูกอยู่โดยเฉพาะตอนให้นมลูก เพราะมดลูกกำลังบีบตัวนั่นเอง น้ำคาวปลายังไหลอยู่แต่เริ่มมีสีอ่อนและลดปริมาณลง และถ้าแผลไม่ค่อยเจ็บแล้วคุณแม่ก็อาจจะบริหารด้วยการ “ขมิบก้น” เพื่อให้แผลฝีเย็บหายเร็วและกล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งแรงขึ้นนอกจากนั้นคุณแม่ยังเริ่มบริหารร่างกายเบาๆ เพื่อให้หุ่นกลับมากระชับฟิตแอนด์เฟิร์มได้แล้ว

ที่สำคัญต้องหาเวลาพักผ่อนนอนหลับให้มากๆ เรียกว่าลูกหลับก็ต้องรีบงีบพักผ่อน จะได้มีแรงตื่นมาให้นมเจ้าตัวเล็กไงคะ

ผ่าคลอด
วันแรก - นอนพัก

หลังผ่าตัดได้ชื่นใจพบหน้าพบตาเจ้าตัวเล็กเรียบร้อยแล้วคุณหมอก็จะให้คุณแม่นอนพักอยู่ในห้องสังเกตอาการอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นถึงจะย้ายกลับไปที่ห้องพักค่ะ

ช่วงนี้คุณแม่อาจจะยังไม่รู้สึกเจ็บแผลมากนัก ไม่ว่าจะเป็นแผลผ่าแบบขวางหรือตามแนวบิกินีเพราะยังชาอยู่แต่พอเริ่มหมดฤทธิ์ยาก็จะเริ่มเจ็บๆ ตึงๆ ที่แผลผ่าตัดรวมถึงยังต้องใส่น้ำเกลือหรือใส่ท่อปัสสาวะทำให้ลุกนั่งไม่ค่อยสะดวกนัก วันแรกอย่างนี้คุณแม่จึงต้องนอนพักที่เตียงเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ช่วงนี้คุณแม่ยังงดน้ำและอาหารเพื่อให้ลำไส้ได้พักผ่อนก่อน แต่ถึงจะอยู่กับเตียงก็ควรจะพลิกตัวไปมาหรือลุกขึ้นนั่งเพื่อให้นมลูก นอกจากกระตุ้นให้มีน้ำนมแล้วยังช่วยกระตุ้นให้ลำไส้พร้อมจะทำงานด้วยค่ะ

วันที่ 2 - ลุกนั่ง-เดินใกล้ๆ

ยังเจ็บแผลอยู่ แต่สบายตัวขึ้นเพราะถอดสายน้ำเกลือและท่อปัสสาวะออกแล้ว ทำให้ลุกมาเข้าห้องน้ำสะดวกขึ้นช่วงนี้คุณแม่ควรลุกเดินถึงจะเจ็บแผลที่ผ่าอยู่ก็ตามเพราะจะช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี ท้องไม่อืด แถมแผลติดดีไม่เป็นพังผืดค่ะ

วันที่ 3-4 - เดินคล่องขึ้น

เจ็บแผลน้อยลง เดินเหินไปไหนมาไหนได้คล่อง แต่อาจจะมีตึงที่แผลบ้างเวลานั่งหลังตรงๆ เวลาอุ้มลูก ไอ จาม หรือยืนนานๆ

วันที่ 4-7 - กลับบ้าน เลี้ยงลูก

ยังต้องระวังเรื่องแผลผ่าที่ท้อง จึงยังออกแรงบริเวณหน้าท้องไม่ได้ แต่สามารถนั่ง ยืน เดินได้ตามปกติ ส่วนการขึ้นลงบันไดก็ทำได้แต่อาจจะเยิบนาบช้ากว่าเดิมเท่านั้นเองคุณแม่คงต้องสาละวนกับการเลี้ยงลูก พร้อมกับหาเวลาพักผ่อนนอนหลับให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ไปพร้อมๆ กัน

เรียกว่าช่วงนี้คุณแม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เกือบปกติ ยกเว้นกิจกรรมที่เป็นข้อห้ามตามที่แนะนำค่ะ

Concern
  • ช่วงหลังคลอดคุณแม่ยังไม่ควรยกของหนัก หรือออกแรงมากๆ จนเกร็งบริเวณท้อง เพราะอาจจะกระเทือนกับแผลผ่าตัดคลอดหรือมดลูกได้ ทางที่ดีควรให้แข็งแรงพ้น 1 เดือนไปก่อนจะดีกว่า

  • เวลาให้นมลูกอาจะใช้ท่านอนให้นมหรือจะนั่งในท่าที่รู้สึกสบาย โดยหาหมอนมารองตัวลูกที่ตัก เพื่อช่วยให้ไม่ปวดตึงบริเวณท้องและหลังของคุณแม่ค่ะ

(update 2 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.139 May 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600