เตรียมพร้อม 1 เดือน ก่อนคลอด


“เตรียมตัวพร้อม ซ้อมใจดี มีชัยไปกว่าครึ่ง…” ไม่ได้ชวนไปแข่งกีฬาที่ไหนหรอกค่ะ อีก 1 เดือนก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว เรามาเริ่มเตรียมความพร้อมให้กับร่างกายและจิตใจเพื่อรอวันคลอดอย่างผ่อนคลายกันดีกว่านะคะ

อีก 1 เดือนก่อนคลอด คงเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอยของแม่ท้องทุกคน เพราะทั้งตื่นเต้น ดีใจที่จะได้เห็นหน้าลูก ขณะเดียวกันก็รู้สึกกลัวกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นและเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมา

เรามีคำแนะนำดีๆ จาก รศ.นพ.ธีระพงษ์ เจริญวิทย์ หน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ให้กับคุณแม่ทั้งมือใหม่และมือเก่ากว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ห่วงก็แต่แม่มือใหม่ล่ะค่ะ เพราะยังไม่มีประสบการณ์…


ก้าวสู่เดือนที่ 9

ช่วงนี้คุณแม่จะนัดตรวจครรภ์ถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ เพื่อดูความพร้อมและอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าปกติหรือเปล่า

โดยช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มมีอาการปวดหน่วงๆ ตรงท้องน้อยเวลาเดิน และถ้ามีอาการออกกำลังกายยืดแข้งยืดขาก็จะรู้สึกท้องแข็งบ่อย ขาจะบวม รู้สึกปวดแสบยอดอกเนื่องจากกรดไหลย้อน เพราะขนาดท้องที่โตขึ้นจะทำให้กระเพาะถูกดันสูงขึ้น อาหารไม่ย่อยทำให้ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ บางครั้งก็อาจตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเป็นตะคริวที่ขา จนต้องอ้อนให้คุณสามีนวดให้เชียวค่ะ


เตรียมพร้อม…ก่อนคลอด

การเตรียมความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และของใช้ต่างๆ จะช่วยให้คุณแม่ไปคลอดได้อย่างผ่อนคลายขึ้น ว่าแต่ต้องเตรียมเรื่องอะไรนั้น ไปดูกันค่ะ

1. โรงพยาบาล
  • ปรึกษากับคุณหมอตลอดเวลาหากมีปัญหาข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

  • ในกรณีที่คุณแม่ฝากท้องที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน (บางแห่ง) ช่วงนี้อาจจะขอเข้าไปดูสถานที่ เช่น ห้องคลอดหรือห้องเด็ก และลองสอบถามว่าคุณพ่อสามารถไปให้กำลังใจคุณแม่ในห้องคลอดได้หรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อมค่ะ

  • นอกจากนี้ก็ต้องคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายให้พร้อมด้วยนะคะ

  • อาจต้องลองขับรถเพื่อคำนวณระยะเวลาในการเดินทางจากบ้านไปโรงพยาบาลหรือหาเส้นทางที่เดินทางไปสะดวกที่สุด เร็วที่สุดค่ะ ถ้าเป็นไปได้ควรเตรียมเส้นทางสำรองไว้ด้วยก็ดีนะคะ
2. เตรียมกาย
  • เตรียมเรื่องอาหารการกิน ควรกินอาหารที่มีโปรตีนเยอะๆ แต่ลดอาหารรสจัดควบคู่ด้วย เพื่อลดอาการท้องผูก

  • ควรกินยาบำรุงตามที่คุณหมอให้มาให้ครบ เช่น ยาบำรุงเลือด วิตามินรวมและแคลเซียม เพราะช่วงคลอดคุณแม่ต้องสูญเสียเลือดเยอะ การกินยาบำรุงจะทำให้คุณแม่ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • หาซื้อของใช้ที่จำเป็นทั้งของคุณแม่และคุณลูกไว้ให้พร้อม เพราะหลังคลอดจะไม่มีเวลาออกไปหาซื้อแล้วค่ะ
3. เตรียมคลอด
  • จะคลอดเองหรือผ่าท้องคลอด ในกรณีที่คุณแม่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ว่าต้องผ่าท้องคลอด ก็ควรจะคลอดเอง

  • วางแผนหลังคลอด ว่าจะทำหมันหรือเปล่า ถ้าต้องการทำหมันจะได้แจ้งให้คุณหมอทราบล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการเตรียมตัวของคุณหมอด้วย
4. เตรียมจิตใจ
  • คุณแม่ควรฝึกเกร็งและคลายกล้ามเนื้อ ฝึกหายใจ ฝึกคลายอาการเจ็บท้องซึ่งส่วนใหญ่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์จะมีคอร์สแนะนำและฝึกคุณแม่เพื่อให้ทราบวิธีสังเกตตัวเองในช่วงก่อนคลอด รวมทั้งวิธีหายใจที่ถูกต้องในการคลอด เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณแม่คลายความกังวลได้ค่ะ

  • คุณแม่ต้องเตรียมรับอาการซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นได้หลังคลอด เช่น ร้องไห้ทั้งวัน กลัวสามีไม่รักและถูกทอดทิ้ง กลัวไม่สวย เป็นต้น และสอบถามวิธีแก้ไขกันคุณหมอเพื่อนำมาปฏิบัติด้วยค่ะ

อาการเตือนก่อนคลอด
1. ปวดท้องอย่างรุนแรงตลอดเวลาทุก 3 นาที และเจ็บครั้งละประมาณ 40 วินาที

2. มีมูกเลือดออกทางช่องคลอด แม้ไม่เจ็บท้องก็ต้องไปโรงพยาบาล

3. มีน้ำคร่ำไหลออกจากช่องคลอด ไม่ว่าจะมีอาการเจ็บท้องหรือไม่ก็ตาม ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพราะถุงน้ำคร่ำอาจแตกหรือรั่วได้ ถ้าทิ้งไว้นานจะทำให้ติดเชื้อได้


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
1. มีเลือดออก ซึ่งเป็นภาวะของรกเกาะต่ำ โดยรกจะเลื่อนมาเกาะอยู่ที่บริเวณปากมดลูกหรือส่วนล่างของมดลูก

2. ความดันโลหิตสูง เป็นสาเหตุของโรคครรภ์เป็นพิษ จะมีผลทำให้คุณแม่ขาบวม หน้าบวม บางคนก็ปวดศรีษะ ซึ่งอาจทำให้คุณแม่ชักหรือเส้นเลือดในสมองแตกได้

3. เด็กดิ้นน้อยลง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุมาจากรกเริ่มทำงานเสื่อม หรือรกพันคอทำให้เป็นอันตรายต่อเด็กมากเช่นกันค่ะ
เมื่อคุณแม่มีเกิดอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเลยค่ะ
เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม… คราวนี้คุณแม่ก็ไปคลอดด้วยความมั่นใจได้แล้วค่ะ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็จะหายไปเมื่อคุณแม่เห็นหน้าลูก และกลายเป็นความปิติ อิ่มเอมใจให้กับคุณแม่แทน


(update 8 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 293 มิถุนายน 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600