คอลัมน์คุยเรื่องท้องกับหมอพนิตย์ในเดือนกันยายนนี้ ผมมีเรื่องจะมาพูดคุยกับท่านผู้อ่านอยู่ 3-4 เรื่อง มาเริ่มกันเลยนะครับ
เรื่องที่ 1 การฉีดยาคุมกำเนิด มีผลเสียต่อการตั้งครรภ์หรือเปล่าคะ เนื่องจากดิฉันได้คุมกำเนิดด้วยการฉีดยาคุมมาเป็นเวลา 3 ปี ทานยาคุมกำเนิดมานาน 2 ปี แล้วก็ไม่ได้คุมกำเนิดมานาน 4 ปี มีเพศสัมพันธ์กับสามีเป็นปกติ อาทิตย์หนึ่งไม่น้อยกว่า 4-5 ครั้ง แต่ได้ไปรับการรักษาผู้มีบัตรยาก จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเมื่อตอนอายุ 28 ปี คุณหมอได้ตรวจทุกอย่างแล้ว ผลแจ้งว่าปกติทั้งสามีและตัวดิฉันเอง และได้รับการรักษาด้วยการผสมเทียมมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ตั้งครรภ์ (จึงมีความรู้สึกกังวลและเครียด) จึงได้หยุดรับการรักษามานานถึง 7 เดือน) ตอนนี้สามีอายุ 31 ส่วนดิฉันอายุ 29 ควรจะแก้ไขอย่างไรดีคะ เพื่อให้จิตใจสงบไม่กังวลไม่เครียดค่ะ
เคยมีคำสอนทางใจว่า ถ้าไม่หวังอะไรมาก ก็จะไม่ผิดหวัง ซึ่งมันก็เป็นความจริง หากไม่หวังเรื่องมีลูก ก็จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เมื่อไม่ผิดหวัง เพราะไม่มีกิเลส จิตใจก็จะสงบไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก ฉะนั้นก็อย่าไปตั้งความหวังให้มันมาก หากจะหวัง หากจะหวังก็ให้หวังแต่น้อยๆ จะได้เครียด
การที่คุณมีลูกยาก มันก็น่าจะมีสาเหตุ เช่น เชื้ออสุจิแข็งแรงดีหรือเปล่า ท่อรังไข่ปลอดโปร่งดีไหม และตัวคุณมีไข่ตกปกติดีหรือเปล่า ซึ่งทั้งสามอย่างถือเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเอื้อต่อการมีบุตร ซึ่งผมหวังว่าคุณคงผ่านการตรวจโดยแพทย์มาแล้ว คุณก็น่าจะรู้ดีว่าความผิดปกติของการมีลูกยากของคุณขึ้นอยู่กับที้ตรงไหน และแพทย์ได้แก้ไขให้คุณแล้วหรือยัง อย่างไรก็ตามคุณอายุ 29 และแฟนอายุ 31 นั่นหมายความคุณยังมีเวลาอีกเยอะ อย่าเพิ่งเครียดมากไปเลยเพราะไม่มีประโยชน์อะไรต่อการที่คุณจะมีลูก แต่ในทางตรงกันข้ามความเครียดจะทำให้มีลูกยากขึ้นกว่าเดิมไปเสียอีก สรุปว่าเครียดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรสู้ไม่เครียดไม่ได้
อะไรจะเกิดมันก็เกิด อะไรมันจะไม่เกิดก็ไม่เกิด ปล่อยไปตามที่แพทย์แนะนำเป็นดีที่สุดครับ เพราะผมเชื่อว่าแพทย์ก็คงแนะนำไม่ให้คุณเครียดเช่นกันใช่ไหมครับ
เรื่องที่ 2 ถ้าเราทานยาคุมกำเนิดเวลา 4 ทุ่มทุกวัน อย่างนี้ถ้าต้องไปงานเลี้ยง เราจะทานยาคุมได้ตามเวลาปกติไหมคะ คือทานแล้วทานเหล้าได้ไหมคะ เพราะงานสี่ทุ่มยังคงมีการทานเหล้าอยู่นะคะ หรือทานเหล้าก่อนเวลาที่ทานยาคุม พอถึงเวลาทานยาคุม จะทานยาได้เป็นปกติไหมคะหรือว่าไมได้ มีผลอะไรไหม
อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วผมมีอาการเหมือนคนเมาเหล้า เพราะอ่านข้อความมันรู้สึกว่าวกไปวนมา เหมือนคนเมาเหล้ายังไงยังงั้น แต่ก็สรุปได้ว่า ทานยาคุมแล้วทานเหล้าได้ไหม หรือไม่ทานเหล้าแล้วทานยาคุมได้หรือเปล่าอะไรทำนองนี้
คำว่าเหล้าก็คือแอลกอฮอล์มันคือสิ่งเดียวกัน ซึ่งจะมีผลทำให้ฤทธิ์ของยาไม่ว่ายาคุม หรือยาชนิดอื่นๆ ลดน้อยลงไปด้วยสองทางคือ หนึ่งแอลกอฮอล์ทำให้ปริมาณของยาจำนวนหนึ่งถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น นั่นก็เท่ากับว่าปริมาณยาในร่างกายลดลง อาจจะไม่มีผลรักษาโรค เนื่องจากปริมาณน้อยเกินไป และสองแอลกอฮอล์อาจทำให้โครงสร้างของยาเปลี่ยนแปลงไปได้ ยาคุมก็ทำนองเดียวกันปริมาณในร่างกายอาจจะน้อยลงไป จนกระทั่งไม่สามารถยับยั้งการตกไข่ได้ เกิดเป็นการที่ทานยาคุมแล้วยังท้องขึ้นมาก็เป็นได้ ฉะนั้นทางที่ดีก็ไม่ควรกินเหล้าพร้อมกับยา หรือถ้าหากจะพิจารณาให้ละเอียดต้องดูว่าทานยาเม็ดที่เท่าไหร่ของแผงแล้วจะกระทบต่อการตกไข่หรือไม่อย่างไรก็แนะนำว่าถ้าหากจะทานยาคุมกำเนิดกับดื่มเหล้าก็ควรจะทิ้งระยะห่างกันสักหน่อย เช่น หลังจาก 4 ชั่วโมงไปแล้ว เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การดูดซึมของยานำไปใช้ประโยชน์ให้ร่างกายได้พ้นไปนานหน่อยก็พอจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้
เรื่องที่ 3 ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับยาคุมเช่นกัน ทานยาเม็ดคุมกำเนิดเมอซิลอนอยู่ค่ะ ทานไปประมาณ 10 นาที แล้วก็เข้าห้องน้ำ เพื่อถ่ายอุจจาระ ถ่ายแค่ครั้งเดียว อุจจาระเหลวหน่อยแต่ไม่ถึงกับเป็นน้ำ อยากทราบว่าต้องคุมกำเนิดร่วมด้วยหรือเปล่าเพราะกลัวจะออกมากับอุจจาระค่ะ
คุณครับ คุณทานยาไปนานแค่ 10 นาที ยามันยังไปไม่ถึงไหนหรอกครับ และที่แน่ๆ คือยังไปไม่ถึงก้นแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณกังวลว่ายามันจะออกมากับอุจจาระหรือเปล่า ก็ขอลืมเรื่องนี้ไปเลยครับ
เรื่องที่ 4 พาแฟนไปตรวจเชื้อมา หมอบอกว่าไม่มีตัวอสุจิเลย อยากมีลูกมาก แฟนไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ดื่มนมและดูแลสุขภาพพอสมควร หมอบอกว่าต่อมใต้สมองไม่ผลิตฮอร์โมนเพื่อสร้างอสุจิ จะมีวิธีไหนช่วยให้เรามีลูกได้บ้างคะ
ผมฟังดูแล้ว เข้าใจว่าหมอคงจะตรวจโดยละเอียดแล้วว่าลูกอัณฑะไม่สร้างเชื้ออสุจิ เพราะไม่มีฮอร์ดมนจากต่อมใต้สมองมาช่วยเลยแต่ก็เอาละถ้าหากคุณสามียังไม่ได้ตรวจอย่างละเอียดถึงขั้นตัดชิ้นเนื้อของลูกอัณฑะไปตรวจหาสาเหตุของการไม่มีเชื้อแล้วล่ะก็ผมแนะนำครับว่าน่าจะตรวจใหึ้งแก่น โดยเอาเนื้อเยื่อของลูกอัณฑะไปตรวจทางพยาธิว่าทำไมมันถึงไม่สร้างเชื้ออสุจิถ้าหากโชคดีเจอเชื้ออสุจิอยู่บ้างแม้จะไม่มากก็ตาม บางทีแพทย์สามารถนำเอาออกมาทำ ICSI และต่อด้วย IVF-ET แล้วขั้นสุดท้ายคุณอาจโชคดี มีลูกได้ครับ
(update 6 พฤศจิกายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.170 September 2007]
|