11 คำถามกับไวรัสลงกระเพาะ



1. Q - ไวรัสลงกระเพาะพบบ่อยในเด็กวัยใดและฤดูไหน ?
A - ไวรัสลงกระเพาะพบในเด็กได้ทุกอายุ พบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ส่วนฤดูกาลแล้วแต่สาเหตุ
2. Q - สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคไวรัสลงกระเพาะ ?
A - สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เชื้อที่เป็นสาเหตุได้คือ เชื้อไวรัสโรต้า (rotavirus) ไวรัสโนโร (norovirus หรือ Norwalk virus) ไวรัสเอสโทร (astrovirus) ไวรัสอะดิโน (adenovirus) ไวรัสคาลชิ (calcivirus) และ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenzavirus)
3. Q - อาการของโรคไวรัสลงกระเพาะ ?
A - อาการไวรัสลงกระเพาะ เมื่อได้รับเชื้อไวรัสแล้วมีการฟักตัว 1-2 วัน เกิดอาการที่สำคัญคือ อาเจียน ปวดท้องตอนบนบริเวณกระเพาะ อาจมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยเนื้อตัวร่วมด้วย อาจท้องอืด ถ่ายอุจจาระเหลว ยิ่งกินอาหารยิ่งอาเจียน โดยเฉพาะนมเมื่ออาเจียนมาก เก็บอาหารและของเหลวที่กินไม่ได้ เสียทั้งของเหลวที่กินและของเหลวจากกระเพาะอาหาร จึงนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ หน้ามืดเป็นลม มือเท้าเย็น
4. Q - ความรุนแรงและอันตรายของโรค ?
A - ความรุนแรงของโรคมีตั้งแต่เป็นน้อยๆ อาเจียนสามสี่ครั้ง ให้สารน้ำทางปากจิบแล้วอาการหายไปถึงเป็นมาก รับน้ำและอาหารไม่ได้ อันตรายของโรคคือภาวะขาดน้ำรุนแรงสังเกตได้จากอาการอ่อนเพลีย ตาลึก กระหม่อมบุ๋ม ไม่ถ่ายปัสสาวะมากกว่า 6 ชั่วโมง เด็กโตอาจบอกได้ว่ามีอาการหน้ามืด เป็นลม มือเท้าเย็น ถึงกับช็อก ถ้าขาดน้ำมาก
5. Q - วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นที่บ้านก่อนพาลูกไปหาหมอ ?
A - วิธีดูแลเบื้องต้นที่บ้านคือ ให้นอนพัก ถ้ามีไข้ให้กินยาลดไข้พาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาลดไข้ พวกแอสไพรินเพราะจะยิ่งเพิ่มการระคายต่อเยื่อบุกระเพาะและก่อโรคแทรกซ้อนอื่นได้อีก ควรให้เด็กงดนม และเครื่องดื่มที่ทำจากนม หยุดอาการอาเจียนโดยให้ยาแก้อาเจียน ยาเคลือบกระเพาะขนาดพอเหมาะสำหรับเด็ก ถ้ามีติดอยู่ที่บ้านจากการได้จากแพทย์ครั้งก่อน
6. Q - ให้ลูกกินอาหารและนมอย่างไรดีเมื่อลูกอาเจียนและท้องเสีย ?
A - อาหารที่ควรให้เมื่อลูกอาเจียนและอุจจาระร่วง ควรเลือดอาหารจำพวกน้ำใสๆ เพราะเมื่ออาเจียนแล้ว เด็กไม่สำลักนมหรืออาการที่กินหรือค้างในกระเพาะเข้าหลอดลม เช่น น้ำเกลือแร่แช่เย็น น้ำอัดลมไม่มีสีเติมเกลือ 2 หยิบนิ้วมือต่อหนึ่งแก้ว ใช้ช้อนป้อนหรือหลอดหยอดหรือดูดทีละน้อยๆ ช้าๆ ถ้ากินมากและเร็วจะอาเจียนถ้าจะให้ดีควรเป็นน้ำอัดลมที่ไม่มีสีแช่เย็น ช่วยให้กระเพาะลดความรุนแรงของการเคลื่อนไหวบีบตัว ให้น้ำอัดลมซึ่งซึ่งมีฟองอยู่ด้านบนของกระเาพะกดนำไว้ส่วนล่างเป็นระดับ ถ้ากระเพาะบีบตัว ลมจะถูกบีบให้เรอออกมาก่อน น้ำที่อยู่ชั้นล่างมีโอกาสได้ดูดซึม ภาวะขาดน้ำค่อยๆ ลดลง อาการดีขึ้นได้ หลังจากกินน้ำใสๆ ได้ ถ้ายังไม่หิวไม่ควรกินอาหาร ให้เวลากระเพาะได้พักการอักเสบจึงลดลงและหายได้ เมื่อไม่อาเจียน เก็บของเหลวได้ 4-6 ชั่วโมงให้เริ่มอาหารพวกแป้งก่อน เช่น น้ำข้าวใส่เกลือ โจ๊กเปล่า ขนมปังเปล่าๆ ปิ้ง กินน้ำตามในเด็กที่ยังกินนมเป็นอาหารหลักหรืออาหารเสริมอาจเริ่มให้กินสักหนึ่งส่วนสี่หรือครึ่งหนึ่งของที่เคยกินเป็นการทดลองกินดูก่อน แต่ให้ถี่ขึ้น หากกินแล้วอาเจียนต้องงดต่อไปก่อน เช่น เคยกิน 6 ออนซ์ทุก 4 ชั่วโมงแบ่งให้ 3 ออนซ์ทุก 2 ชั่วโมงจนกว่าจะหายในกรณีที่มีอาการขาดน้ำแล้ว ให้สารน้ำเกลือแร่โออาร์เอส หรือสารละลายเกลือน้ำตาลที่เตรียมได้เองโดยหยิบเกลือป่นสองหยิบนิ้วมือ ใส่ในน้ำหนึ่งแก้วเติมน้ำตาลทรายสองช้อนชา ปริมาณสองเท่าของปริมาณนม หรือของเหลวที่กินใน 4 ชั่วโมง แบ่งให้กินทีละน้อย โดยใช้ช้อนป้อนกระจายไปหมดในเวลา 4 ชั่วโมง หลังกินหมดครบ 4 ชั่วโมงแรกแล้วให้กินอาหารเหลว เช่น น้ำข้าวใส่เกลือ โจ๊กเปล่าเติมเกลือให้เค็มปะแล่มๆ น้ำแกงจืด ส่วนนมให้ปริมาณเพียงครึ่งหนึ่งของที่เคยกินใน 4 ชั่วโมงและให้กินสารน้ำเกลือ น้ำตาล หรือโออาร์เอส แทนปริมาณเท่ากับนมสลับกันไปทุก 2 ชั่วโมง จนครบ 24 ชั่วโมง ให้อาหารพวกข้าวและใส่น้ำแกงจืดในปริมาณตามที่ต้องการ อาจให้เพิ่มอีกหนึ่งมื้อถ้าเด็กหิวเพราะได้นมน้อยกว่าที่เคยกิน อาหารพวกแป้ง เป็นอาหารที่ย่อยได้ดีในขณะที่มีอาการอุจจาระร่วงอาหารอย่างอื่นที่ให้ได้ ได้แก่ขนมครก มันบด
7. Q - ทำอย่างไร เมื่อรับตัวเด็กท้องเสียไว้รักษาตัวที่โรงพยาบาล ?
A - เมื่อรับตัวเด็กโรคอุจจาระร่วงไว้รักษาในโรงพยาบาล ประการแรก แพทย์จะประเมินภาวะขาดน้ำเพื่อแก้ไข ถ้ามีภาวะขาดน้ำน้อยแพทย์จะให้สารน้ำกินทางปากด้วยวิธีที่ถูกต้อง และดูอาการอย่างใกล้ชิดสัก 2-4 ชั่วโมง หากกินได้หายขาดน้ำ ก็จะให้ไปรักษาที่บ้านพร้อมการแนะนำให้กลับมาโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อ ถ้ามีอาการที่พ่อแม่เป็นกังวล ถ้าขาดน้ำปานกลางถึงมาก และจำเป็นต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด แพทย์จะให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดและนำตัวอย่างเลือดไปตรวจ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติด้านเกลือและภาวะกรดด่างอะไรบ้าง และจะเลือกชนิดของน้ำเกลือเพื่อแก้ไขให้เหมาะสม ประการที่ 2. ให้อาหารที่ย่อยและดูดซึมได้ ขณะเดียวกันก็ให้สารน้ำทางปากกินด้วยครั้งละน้อย กินได้ก็ให้นม เด็กที่กินนมแม่ให้นมแม่ต่อ ให้น้ำข้าว หรือข้าวบด โจ๊กกินด้วย น้ำเกลือทางหลอดเลือดให้วัน สองวัน เมื่อแก้ไขความผิดปกติและภาวะขาดน้ำแล้วจึงค่อยลดลงและหยุดให้ เมื่อกินทางปากมากได้พอ แพทย์จะเลือกชนิดของนมและอาหารที่เด็กรับและย่อยง่ายเพื่อให้อุจจาระร่วงหยุดโดยเร็ววันส่วนใหญ่เด็กอยู่ในโรงพยาบาล 3-4 วันก็กลับบ้าน ประการที่ 3. หาสาเหตุเพื่อให้ยาปฏิชีวนะที่จำเป็นเพื่อกำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุ แพทย์จะหาสาเหตุโดยการนำอุจจาระไปตรวจหรือเพาะเชื้อเพื่อหาสาเหตุและเลือกให้ยาปฏิชีวนะในรายที่จำเป็น โรคอุจจาระมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ประมาณร้อยละ 50 จากแบคทีเรียร้อยละ 10-20 ที่เหลือหาสาเหตุไม่พบ ความจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะจึงมี สำหรับเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีแค่ร้อยละ 10-20 เท่านั้น
8. Q - ไม่ควรให้ลูกกินยาประเภทใด ?
A - ในภาวะที่มีอาการอาเจียนและอุจจาระร่วงไม่ควรกินยาหยุดถ่ายหรือยาที่ยับยั้งการเคลื่อนไหวบีบตัวของลำไส้เพราะจะทำให้ท้องอืดและอาจหายได้ช้าเพราะอาการอาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลวและบ่อยนั้นเป็นกลไกทางธรรมชาติ เพื่อขับเคลื่อนเชื้อโรคและสารพิษของเชื้อโรคออกจากร่างกายด้านบนด้วย อาจถ่ายของเหลวในกระเพาะออกทางลำไส้ทางด้านล่างของทวารหนัก เป็นอุจจาระเหลว อุจจาระเป็นน้ำเป็นการลดเชื้อโรคและสารพิษที่ทำอันตรายต่อทางเดินอาหาร ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นการทำให้ลำไส้ไม่บีบตัว เชื้อโรคและสารพิษคั่งค้างในลำไส้มาก นอกจากก่อการอักเสบที่ลำไส้ได้มากแล้วยังอาจลุกล้ำทะลุทะลวงเข้าผิวเยื่อบุลำไส้ ทำให้ลำไส้อักเสบ รุนแรงและเข้ากระแสเลือดได้ ผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ แนะนำไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์เพราะทำให้หลอดเลือดขยาย และการขยายปริมาตรของหลอดเลือดร่างกายมีภาวะขาดน้ำอยู่แล้ว จะทำให้มีอาการขาดน้ำมากยิ่งขึ้นอีก
9. Q - วิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคไวรัสลงกระเพาะทำได้อย่างไร ?
A - วิธีป้องกันโรคไวรัสลงกระเพาะ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ต้องไม่สัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคนี้ ทำการป้องกันโรคที่ติดต่อทางน้ำ และอาหารเน้นที่สุกร้อนกินน้ำสะอาด ล้างมือก่อนการกินอาหารล้างมือเมื่อออกจากห้องน้ำ/ส้วมของเล่นต้องล้างบ่อยๆ อย่างไรก็ดีไวรัสยังอาจกระจายติดต่อกันทางระบบทางเดินหายใจ ในประเทศที่มีสุขอนามัยดี ก็ยังติดเชื้อไวรัสทำให้เป็นไวรัสลงกระเพาะกันอยู่การป้องกันด้วยวัคซีน ขณะนี้มีเฉพาะไวรัสบางชนิดเท่านั้น เช่น วัคซีนไวรัสโรต้า
10. Q - เมื่อไหร่จึงควรพาลูกไปหาหมอ ?
A เมื่อได้ให้การดูแลเบื้องต้นตามข้อ 5 และข้อ 6 ให้สังเกตตัวลูกว่าเขากินได้ไหม? หมายถึงกินสารน้ำทางปากดังได้บรรยายไว้ กินแล้วนอนหลับได้ไหม เด็กที่ได้รับน้ำพอเขากินอิ่มแล้วจะนอนหลับได้ ตื่นนอนมาแล้วเล่นได้ไหมเด็กที่ไม่ขาดน้ำแล้วจะเริ่มเล่นได้ไม่มีมารยาแสดงว่าเด็กดีขึ้นแล้ว พาลูกไปพบแพทย์เมื่อแม่เป็นกังวลว่าลูกยังมีอาการผิดปกติ ไม่ยอมกิน กินแล้วอาเจียน ไม่ยอมนอน ร้องปลอบไม่นิ่ง อ่อนเพลีย หน้ามืด มีไข้ อาเจียนหรือถ่ายมีเลือดปน มีอาการซึม ชัก ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำครั้งละมาก เป็นนานกว่า 2 วัน
11. Q - ไวรัสลงกระเพาะกับท้องเสียธรรมดาสังเกตจากอะไรว่าต่างกัน ?
A - โรคอุจจาระร่วงมีสาเหตุจากไวรัสหรือแบคทีเรียหรือพยาธิก็ได้ แต่ถ้ามีสาเหตุจากแบคทีเรียและพยาธิมักไม่มีอาการอาเจียนยกเว้นเชื้อซามอลโมเนลล่าในเด็กเล็ก โรคอุจจาระร่วงจากไวรัศโรต้าซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กเล็กและไวรัสโนโรในเด็กโตมักมีอาการอาเจียนเด่น (70-100%) ระยะแรก อาจวินิจฉัยว่าเป็นไวรัสลงกระเพาะ ต่อมามีอาการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้งขึ้นไป เรียกว่าโรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ตามคำนิยาม ต้องถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีลักษณะเป็นอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ 3 ครั้งหรือมากกว่าต่อวัน โรคไวรัสลงกระเพาะ มีอาการอาเจียนเด่น ไม่มีถ่ายเหลว หรืออาจถ่ายเหลวบ้าง 1-2 ครั้งแบบไม่เป็นอาการสำคัญ ถ้าเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร อาการแสดงเด่นๆ ขึ้นกับตำแหน่งพยาธิสภาพที่เชื้อไวรัส ก่อภยันอันตรายต่ออวัยวะ ถ้าเกิดที่กระเพาะทำให้กระเพาะอักเสบ มีอาการอาเจียนเด่น เกิดที่กระเพาะและลำไส้เล็ก กระเพาะอักเสบเกิดอาการอาเจียนและรบกวนการย่อย การดูดซึมที่ลำไส้ทำให้มีอุจจาระร่วง เด็กเป็นหวัดติดเชื้อทางเดินหายใจ กินนมแล้วมักอาเจียนเพราะเด็กกลืนน้ำมูกลงไปเมื่อปนกับนมทำให้เกิดอาการปั่นป่วนในกระเพาะ อาเจียนออกมาแล้วดีขึ้นได้รับการเรียกว่าเป็นไวรัสลงกระเพาะเหมือนกัน

(update 2 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.167 June 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600