โรคออฟฟิศทำป่วย


คุณแม่เวิร์คกิ้งมัมทั้งหลายที่ทุ่มเทแรงกลายแรงใจให้กับการทำงาน นอกจากต้องระวังรักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารให้ครบถ้วนและพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ยังต้องระวังโรคภัยที่เกิดขึ้นในออฟฟิศที่เรียกว่า “ออฟฟิศ ซินโดรม” ด้วยค่ะ

ออฟฟิศซินโดรม เป็นกลุ่มอาการที่มักพบในคนที่ทำงานออฟฟิศ ซึ่งอาการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากสิ่งแวดล้อมภายในที่ทำงานและการปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้องของผู้ทำงานเอง อาการเหล่านี้มักจะไม่เกิดขึ้นทันทีทันใดแต่จะค่อยๆ แสดงอาการออกมาทีละน้อย ซึ่งหากเราไม่รู้ถึงสาเหตุและปล่อยปละละเลยก็จะทำให้อาการทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เรามาดูกันค่ะว่ากลุ่มอาการของออฟฟิศ ซินโดรม มีอะไรบ้าง


อาการที่เกิดกับสายตาและการมองเห็น

เกิดจาการที่เรานั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ครังละนานๆ ทำให้ตาต้องทำงานหนัก แถมตายังต้องรับรังสีที่แผ่กระจายออกมาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วย จึงทำให้ผู้ใช้มีอาการระคายเคืองตา แสบตา เจ็บตา ตาพร่า ตาแห้ง อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่หากคุณไม่รู้สาเหตุและไม่หาทางแก้ไข สายตาก็อาจจะได้รับอันตรายร้ายแรงได้ นอกจากมีอาการทางตาแล้วยังอาจมีอาการปวดศรีษะร่วมด้วยค่ะ


ป้องกันอย่างไร
  • จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ตำแหน่งตรงหน้าผู้ใช้ และให้ตั้งอยู่ห่างจากผู้ใช้อย่างน้อย 16 นิ้ว

  • ไม่ควรนั่งทำงานอยู่จอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานานควรจะมีเวลาให้สายตาได้พักบ้างชั่วโมงละ 10 นาที หากทำงานต่อเนื่องสองชั่วโมง ก็ควรให้สายตาได้พักครั้งละ 15 นาที

  • บริเวณที่ตั้งคอมพิวเตอร์ต้องจัดให้มีแสงสว่างมากพอ โดยเฉพาะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และที่วางเอกสาร เพื่อให้เกิดความสบายตา

  • ไม่ควรปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้สว่างจ้ามากเกินไป และถ้าเป็นไปได้ควรหาแผ่นกรองแสงมาติดไว้ที่หน้าจอ เพื่อลดแสงสะท้อนและช่วยไม่ให้ดวงตาเกิดความล้าได้ง่าย

  • วางเอกสารที่ต้องการจะพิมพ์ควรวางอยู่ระดับเดียวกับสายตาจะได้ไม่ต้องกลอกตาไปมาบ่อยๆ

  • ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกใช้คอมพิวเตอร์แบบจอแบนหรือจอ LCD เพราะมีการสำรวจพบว่า จอแบบ CRT ซึ่งเป็นจอที่มีลักษณะโค้งมนจะทำให้ผู้ใช้ต้องเพ่งสายตามากกว่าและปวดศรีษะมากกว่าการใช้จอแบบ LCD

อาการที่เกิดกับกล้ามเนื้อและกระดูก

อาการที่เกิดขึ้นก็มาจากการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ เช่น หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือ ข้อมือ ส่วนใครที่มีอาการของหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่แล้ว หากนั่งทำงานในอิริยาบถที่ผิดจะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น

การใช้แป้นคีบอร์ดที่ไม่มีตัวรองรับข้อมือ จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้วและข้อมือส่วนการใช้เมาส์เวลาจับเมาส์ข้อมือจะเป็นจุดหมุน ซึ่งจะทำให้เกิดพังผืดบริเวณโพรงเส้นประสาทข้อมือ หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการชา จนไม่สามารถหยิบของได้


ป้องกันอย่างไร
  • ขณะนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรมีการเปลี่ยนอิริยาบถบ้างเป็นระยะเพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดความเมื่อยล้า และควรนั่งหลังตรง ไม่เอี้ยวตัวมากเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัวหรืออักเสบตามมา

  • จัดวางคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากตัวพอดีกับแขน ให้สามารถจับเมาส์และคีบอร์ดได้อย่างสบายโดยไม่ต้องเหยียดหรืองอข้อมือ

  • บริเวณแป้นคีบอร์ดควรมีที่รองรับข้อมือ เพื่อไม่ให้ข้อมือต้องกระดกซ้ำๆ

  • การใช้เมาส์ ควรมีแผ่นรองข้อมือมาวางเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณข้อมือ

นอกจากปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นแล้ว อย่าลืมดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสะอาดของโต๊ะทำงานด้วย เพื่อจะได้ค้นหาสิ่งต่างๆ ได้ง่ายและยังช่วยให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค ที่สำคัญควรหาเวลาผ่อนคลายความเครียดบ้าง เพราะความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ค่ะ


(update 21 มีนาคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.173 December 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600