จะท้องหรือไม่ท้องนะ... ถ้าเป็นแบบนี้


ฉบับนี้คุยเรื่องท้องกับหมอพนิตย์มีหลากหลายเรื่องราวเกี่ยวกับการตั้งครรภ์มาเล่าสู่กันฟัง ลองดูนะครับว่ามีเรื่องใดบ้างที่ใกล้เคียงกับที่ว่าคุณแม่กำลังเผชิญอยู่

เรื่องที่ 1 เป็นเรื่องของสาววัย 36 ยังไม่เคยมีบุตรมาก่อนเพราะเพิ่มแต่งงาน แต่มาเริ่มแต่งงานกันตอนอายุ 36 แล้ว ซึ่งทางแพทย์ถือว่าอายุของผู้หญิงเกินกว่า 35 ปี นั้นถือว่าพ้นวัยเจริญพันธุ์กันไปแล้วซึ่งทำให้การมีลูกสักคนก็ยากขึ้นมากแล้ว ทั้งนี้เพราะว่าไม่ค่อยจะมีไข่ตกนั่นเอง เมื่อไม่มีไข่ตกออกมารับการผสมพันธุ์ แล้วคุณจะเอาลูกจากที่ไหนล่ะถ้าหากไม่มีทางช่วยเหลือทางการแพทย์ คุณประทุมเป็นเจ้าของจดหมายฉบับนี้ ถามมาว่า
“หลังจากฉีดยากระตุ้นไข่ตกแล้ว ไข่จะตกอีก 36 ชั่วโมงใช่ไหมคะหลังจากนั้น ไข่จะมีชีวิตพร้อมที่จะปฏิสนธิอีก 24 ชั่วโมงใช่ไหมคะยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ”

การฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตกนั้น สามารถทำได้เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ นั่นหมายความว่าเมื่อมีการกระตุ้นไข่ให้สุกเต็มที่แล้ว ทางแพทย์จะฉีดยาประเภทฮอร์โมน LH ซึ่งมีขายอยู่หลายยี่ห้อเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้ไข่ตกออกมา โดยปกติเมื่อยึดแล้วจะให้เวลาประมาณ 48 ชั่วโมงไข่จะตก เมื่อไข่ตกออกมาแล้ว ท่อรังไข่ก็จะดูดเข้ามารอการผสมพันธุ์อยู่ประมาณ 36 ชั่วโมง นับตั้งแต่ตกออกมา ถ้าไม่มีการผสมพันธุ์ในเวลาดังกล่าวไข่ก็จะฝ่อไปในที่สุด การตั้งครรภ์ก็จะไม่เกิดขึ้น

การทำให้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจากการทำให้ไข่ตก และใส่เชื้ออสุจิเข้าไปในเวลาดังกล่าว จึงมีความสำคัญมาใช่ว่าจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ ตามใจฉันหวังว่าคงจะเข้าใจนะครับ


เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องของคุณนัท ถามมาว่า
“ประจำเดือนไม่มาเข้าเดือนที่สองแล้ว แต่ไม่ได้ตั้งครรภ์ มีอาการตกขาว มีกลิ่นคาว บางครั้งเหม็นมาก เกิดจากอะไรคะ”

โดยปรกติสาเหตุที่ทำให้รอบเดือนไม่มาตามนัด เกิดเนื่องจากการตั้งครรภ์เป็นส่วนมากแต่เอาล่ะคุณนัทบอกว่าตรวจแล้วไม่ตั้งครรภ์แต่ผมอยากให้มีการตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ การที่รอบเดือนไม่มานานสองเดือนแล้วเป็นเหตุทำให้ตกขาวซึ่งสร้างมาจากส่วนของปากมดลูกจากภายในช่องคลอดเอง มีการสะสมและหมักหมมกันเป็นเวลานานกว่าปรกติและกลิ่นที่คาวนั้นถือเป็นกลิ่นปรกติ เมื่อมีการหมักหมมนานขึ้น กลิ่นคาวก็จะมีมากขึ้น แต่กลิ่นที่เหม็นน่าจะเกิดเพราะมีการติดเชื้อแบคทีเรียจากบริเวณแนวทวารหนัก ก็จะทำให้มีกลิ่นแรงมาก เช่น เชื้อแบคทีเรียจากบริเวณแนวทวารหนัก ก็จะทำให้มีกลิ่นแรงมาก อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่นอนและสบายใจผมขอแนะนำให้คุณนัทไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน เพื่อตรวจดูตกขาวว่าผิดปรกติหรือไม่อย่างไร


เรื่องที่ 3 อยากทราบว่า
ถ้าตั้งครรภ์ขณะที่กินยาแก้สิว (ยาที่ห้ามตั้งครรภ์) กินได้ประมาณสองเดือนกว่าๆ พอรู้ว่าตั้งครรภ์ก็หยุดกินจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร ที่จะไม่ให้เกิดความผิดปรกติของทารก (เพราะหมอบอกว่ายานี้ถ้าตั้งครรภ์เด็กจะพิการ)

เป็นจดหมายถามมาของคุณน๊อฟ ก็ขอตอบดังนี้ครับ

ยาแก้สิวที่คุณน๊อฟพูดถึงน่าจะเป็นยา “Roaccutane” ซึ่งคุณๆ ที่รักษาสิวน่าจะรู้จักกันดี ยาตัวนี้ต้องไม่ทาน ถ้าไม่ได้คุมกำเนิด หรืออยู่ในวัยเจริญพันธุ์และพร้อมตั้งครรภ์ได้ทุกเมื่อ ดังนั้นจึงเป็นข้อห้ามใช้ยาตัวนี้ถ้าหากไม่ได้คุมกำเนิด แต่ถ้าหากทานอยู่ก่อนก็ต้องหยุดยาอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนตั้งครรภ์ เพราะถ้าหากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นยาตัวนี้จะทำให้เด็กพิการได้ในเปอร์เซ็นต์ที่สูง จึงไม่มีใครอยากเสี่ยงแน่นอน ไม่ว่าแพทย์ผู้สั่งยาให้คุณทาน หรือตัวคุณเองก็ต้องระมัดระวังเองด้วย

ความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับทารกนั้นก็คือ ความผิดปกติของระบบประสาท และสมองความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตทั้งสิ้น และถ้าหากทานไปแล้ว ในขณะที่ตั้งครรภ์อ่อนๆ ก็จะไม่มีวิธีใดแก้ไขให้เด็กกลับคืนมาเป็นปกติได้ นอกจากขอเชิญเด็กออกมาเสียก่อนเท่านั้น แล้วก็อย่าให้ท้องอีกในขณะที่ทานยารักษาสิวดังกล่าว


เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องของคุณน้ำแก้ว
คุณแม่สดๆ ร้อนๆ ถามมาว่า “ดิฉันเพิ่งคลอดลูกโดยวิธีธรรมชาติได้ 6 สัปดาห์ให้ลูกทานนมอย่างเดียวตอนนี้น้ำคาวปลาหมดแล้ว แต่ประจำเดือนก็มา ไม่ทราบว่าผิดปกติหรือไม่เพราะเคยได้ยินคนพูดว่าระหว่างให้นมแม่ จะไม่มีประจำเดือนหรือประจำเดือนจะมาหลังจากหย่านม”

ไม่ผิดปรกติหรอกครับ สิ่งที่คุณน้ำแก้วได้ยินมานั้น ถูกต้องแต่ถูกไม่หมด นั่นก็คือขณะที่ให้ทานนมแม่อยู่นั้น รอบเดือนจะไม่มีเสียเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ส่วนน้อยจะมีรอบเดือนออกมาได้เป็นไปตามปกติหรือเกือบปรกติในช่วงที่ลูกทานนมแม่ คือ 60% จะไม่ออกมา ส่วนอีก 40% ที่ให้ลูกทานนมแม่อยู่จะมีรอบเดือนออกมาได้ คุณแม่ที่ไม่มีรอบเดือนออกมานั้น ก็แสดงว่าไม่มีการตกของไข่ สมัยโบราณจึงยึดถือการให้นมแม่เป็นการคุมกำเนิดธรรมชาติ แต่มีประสิทธิภาพ 60% เท่านั้น เมื่อเทียบกับการคุมกำเนิด ด้วยการทานยา ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมากกว่า 99% อย่างไรก็ตามในสมัยโบราณ วิธีการคุมกำเนิดมีไม่มากนัก เหมือนสมัยนี้การคุมกำเนิดโดยการให้นมแม่แก่ลูกจึงพอใช้กันได้ แม้จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าใดนัก

ในกรณีของคุณน้ำแก้ว มีรอบเดือนมา แม้ในขณะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั่นก็หมายความว่ารังไข่น่าจะกลับมาทำงานเป็นปรกติแล้ว และคุณน้ำแก้วสามารถตั้งครรภ์ได้เลย ถ้าหากไม่ใช้วิธีการคุมกำเนิดอย่างอื่น เช่น ฉีดยาคุม หรือใช้ถุงยาง แต่ไม่แนะนำยาคุมชนิดเม็ด เพราะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นส่วนผสม จะทำให้น้ำนมแห้งครับจะไม่มีน้ำที่เหลือพอสำหรับเลี้ยงลูกที่ยังไม่หย่านม ก็น่าเสียดายครับ


(update 21 มีนาคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.173 December 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600