อาหารทดแทนช่วงแพ้ท้อง


อาการแพ้ท้องถือเป็นอาการประจำตัวของแม่ท้องเลยก็ว่าได้นะคะ ยิ่งตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสแรกจะเป็นช่วงที่แพ้ท้องกันกระจาย คุณแม่บางท่านไม่สามารถกินอาหารได้ทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น โอเมก้า 3 เหล็ก แคลเซียม โฟลิก และโปรตีน แล้วหากกินอาหารบางชนิดไม่ได้ก็ต้องกินอาหารทดแทนค่ะ


โอเมก้า 3
พบในอาหารประเภทปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาโอลาย กินอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ปรุงด้วยวิธีที่ไม่ต้องทอด ครั้งละ 100 กรัม

อาหารทดแทน

เมล็ดแฟลกซ์ (Flax Seed) วันละ 2 ช้อนชา
ควรบดให้ละเอียดก่อนกินโดยโรยใส่ในนมหรือโรยกินกับข้าวก็ได้
เหล็ก
พบในอาหารประเภทไข่ กินวันละ 1 ฟอง หรือตับสัตว์ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ไม่ควรกินเกิน 50 กรัมต่อครั้ง

อาหารทดแทน

งาดำคั่วบด วันละ 1 ช้อนโต๊ะ
ซีเรียลที่ทำจากรำข้าว วันละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วเขียว ถั่วแดง ต้มสุก วันละ 1/2 ถ้วย
แคลเซียม
พบในอาหารประเภทนม นมถั่วเหลือ ควรดื่มวันละ 2 แก้ว

อาหารทดแทน

เต้าหู้แผ่นชนิดแข็ง วันละ 1/2 แผ่น
งาดำหรืองาขาวบด วันละ 3 ช้อนชา
โยเกิร์ต วันละ 2 ถ้วย
ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม ใบชะพลู ตำลึง บร็อกโคลี ยอกดอกแค มื้อละ 1 ทัพพี
ปลาเล็กปลาน้อยที่สามารถกินได้ทั้งก้างวันละ 2-3ช้อนโต๊ะ
โฟลิก
พบในอาหารประเภทตับสัตว์ ควรกินอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ไม่เกิน 50 กรัมต่อครั้ง (โฟลิกจากแหล่งธรรมชาติ จะสลายได้ง่ายควรกินทันทีเมื่อทำอาหารเสร็จ)

อาหารทดแทน

แคนตาลูป วันละ 1/2 ถ้วย
ผักโขม ผักใบเขียวเข้ม วันละ 1 ถ้วย
ส้มเขียวหวาน หรือน้ำส้มคั้นสด วันละ 1-2 ผล
ซีเรียลธัญพืช วันละ 1/2 ถ้วย
โปรตีน
พบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์และปลา ควรกินวันละ 60-75 กรัม

อาหารทดแทน

นมพร่องมันเนย แก้วละ 8 ออนซ์ จำนวน 3 แก้ว
ปลาทะเล 90 กรัม
ไข่ทั้งฟอง 2 ฟอง (หรือไข่ขาว 5 ฟอง)
ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง วันละ 1 ถ้วย
เนื้อไก่ (ไม่ติดหนัง) 65 กรัม

ด้วยความที่เกิดอาการแพ้ท้องกินอะไรก็เป็นยาขมไปเสียทุกอย่าง เมื่อร่างกายต่อต้านและใจพานยกธงขาวทุกครั้งที่กินเข้าไปแล้วพะอืดพะอม เราควรใช้เทคนิคหลอกล่อให้เจ้าอาการแพ้ท้องนี้งุนงงเพื่อที่คุณแม่จะสามารถกินอาหารได้บ้าง


Eating Tricks for Mom
  • เลือกกินอาหารที่ร้อนหรืออุ่น เพราะอุณหภูมิอาหารมีส่วนช่วยลดหรือเพิ่มอาการคลื่นไส้อาเจียน

  • แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก กินครั้งละน้อยๆ โดยเฉพาะช่วงที่ไม่คลื่นไส้ให้กินอาหารเท่าที่จะสามารถกินได้นะคะ

  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ช่วยให้ย่อยง่ายเมื่ออาหารไม่อยู่ในท้องนานก็จะลดอาการคลื่นไส้อาเจียน

  • หากชอบกินอาหารซ้ำๆ เช่น ต้องกินไก่ทุกวัน ก็ให้เปลี่ยนเมนูไปเป็นไก่ย่าง ไก่อบแต่ละวันควรมีเครื่องเคียงที่เป็นผักหรือผลไม้กินคู่กัน

  • พยายามเลือกกินอาหารที่ครบ 5 หมู่ อาจใช้หน้าตาของอาหารให้น่ากินเข้าไว้ค่ะ

  • กินน้ำผลไม้แทนน้ำเปล่าจะได้รู้สึกหวานอมเปรี้ยว ช่วยแก้เลี่ยนได้บ้าง

  • อมลูกอมที่มีรสเปรี้ยว เพื่อให้ได้กลูโคสจะช่วยอาการคลื่นไส้

Avoided Food
  • เลี่ยงอาหารกลิ่นฉุนหรือมีกลิ่นคาว เช่น แซนด์วิชทูน่า ขนมกุยช่าย หรือเมื่อประกอบไม่ควรใส่กระเทียมเพราะกลิ่นแรงกระตุ้นให้อาเจียนง่าย

  • หลีกเลี่ยงอาหารในกลุ่มโปรตีน คาร์โบไฮเดรต อาหารกลุ่มนี้จะใช้เวลาย่อยและดูดซึมนานจึงทำให้อึดอัดแน่นท้อง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อาเจียนได้ง่ายขึ้น

  • ไม่ควรกินข้าวคำน้ำคำขณะกินอาหารเพราะจะยิ่งทำให้กินข้าวได้น้อยและอิ่มเร็วกว่าปกติ
ถึงอาการแพ้ท้องจะไม่ส่งผลกระทบกับลูกน้อยในท้อง แต่ถึงอย่างไรคุณแม่ก็ควรกินเพื่อสุขภาพ และหากร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถกินอะไรได้เลยควรพบคุณหมอที่ฝากครรภ์นะคะ

ถามถึงสาเหตุการแพ้ท้องยังไม่ทราบแน่ชัดแต่เชื่อว่าเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อฮอร์โมนเอชซีจี (hCG) ที่รกและเด็กสร้างขึ้นซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะมีปริมาณสูงในช่วงไตรมาสแรกแล้วจะค่อยๆ ลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ค่ะ


Drink for Mom
  • น้ำขิงอุ่น ขิงมีรสหวานและรสเผ็ดนิดหน่อยแต่ด้วยรสชาติและสรรพคุณช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ดีค่ะ

  • น้ำเก๊กฮวย ในดอกเก๊กฮวยมีสรรพคุณและกลิ่นที่ดื่มแล้วช่วยทำให้สดชื่นและแก้กระหายได้ด้วยค่ะ

  • โกโก้ผสมนม จะช่วยเพิ่มแคลเซียมค่ะ


(update 7 เมษายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสาร MODERNMOM Vol.13 No.146 December 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600