ใครๆ ก็ว่า ฉันเป็นคุณแม่ขาวีน


ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้คนนั่งรออาหารกันอย่างใจจดใจจ่อ “น้องคะ อาหารที่สั่งไป เมื่อไหร่จะได้ ซะทีนี่มันนานแล้วนะ” “รอสักครู่ค่ะพี่ โต๊ะอื่นที่มาก่อนก็ยังไม่ได้เหมือนกัน” หลังจากนั้นสิบนาที “น้องคะ นี่ไม่ใช่เมนูที่สั่งไปนี่คะ ที่พี่สั่งมันสวยและผักมากกว่านี้ นี่อะไรกันน่ะผักก็ไม่ครบ แล้วนี่อีกพี่บอกว่าไม่ใส่พริก แล้วใส่พริกมาทำไม ลูกพี่จะทานได้ไหมเนี่ย” ทุกสายตาในร้านหันมามองที่คุณ แต่คุณไม่ได้สนใจแม้แต่นิด สายตาเดียวที่คุณแคร์ที่สุด คือ เด็กผู้ชายอายุ 5 ขวบ ที่นั่งข้างๆ คุณ เขามองคุณพร้อมส่ายหน้าและพูดว่า “คุณแม่น้า... วีนอีกแล้ว”


ทำไมใครๆ มักว่าฉันคือขาวีน

คุณคะเคยมีเพื่อนๆ คนใกล้ตัว คนในครอบครัวหรือแม้แต่สามีสุดที่รักของคุณทักบ้างไหมคะ ว่าเดี๋ยวนี้คุณดูเปลี่ยนไป เมื่อก่อนคุณใจเย็น รอได้ไม่ว่าอะไรก็รอได้ เสียเปรียบหรือเสียเวลานิดหน่อยคุณรับได้ แต่เดี๋ยวนี้คุณกลับจริงจังและมักจะอารมณ์เสียกับของเล่นของลูกที่ซื้อมาแล้วสติ๊กเกอร์หลุดไปชิ้นหนึ่งและคุณต้องโทรกลับไปโวยวายที่ร้านค้า เสื้อผ้าของลูกที่พนักงานขายคะยั้นคะยอขอให้ซื้อและไม่ให้โอกาสลูกคุณได้ลองใส่ มิหนำซ้ำยังรับประกันว่า อย่างไรก็ใส่ได้แน่นอน แต่เมื่อคุณกลับมาบ้านแล้วใส่ไม่ได้และแน่นอนทางร้านไม่รับเปลี่ยนหรือไม่รับคืน คุณรู้ทั้งรู้แต่คิดว่า อย่างไรเสียก็ขอให้ฉันได้โวยวาย คราวหน้าเขาจะได้ไม่กล้าทำอย่างนี้ และเหตุการณ์แบบนี้ยังคงเกิดขึ้นกับคุณครั้งแล้วครั้งเล่า ในฐานะของแม่คนหนึ่งที่ต้องการให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุดคุณเองก็มักจะต้องเรียกร้องหรือโวยวาย จนสุดท้ายใครๆ ก็เรียกคุณว่า “คุณแม่ขาวีน”


สิทธิ์หรือขี้วีน

ความจริงแล้วการโวยวายในสิ่งที่คุณคิดว่าเสียประโยชน์ในสิ่งที่คุณไม่ควรจะเสียนั้นมันไม่ผิด ขอย้ำค่ะว่าไม่ผิดแม้แต่น้อย และเราขอชื่นชมคุณในฐานะที่เป็นคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาโวยวายหรือเรียกร้องสิ่งที่คุณเสียไปในขณะที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนไทยเขาไม่ค่อยทำกัน คนส่วนหนึ่งยอมเงียบเพียงเพราะว่าอาย หรือบางคนก้าวหน้ากับการหาข้อแก้ตัวว่า “ไม่เป็นไรหรอกน่าเรื่องเล็กน้อย” แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้น คนส่วนใหญ่ยังคิดว่าการลุกขึ้นมาโวยวายเรียกร้องสิทธิ์นั้น มันดูไม่ดีนัก และซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น บางคนมองว่าคนที่กล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องนั้นผิดปกติ ขี้โมโห ขี้งก เรื่องมาก... และอีกสารพัดตามแต่จะคิดได้


ไม่เสียสิทธิ์อะไรและไม่ต้องวีน

ไม่ใช่ว่าทุกที่ที่คุณไปใช้บริการจะจ้องคอยแต่มองหากำไรและเอาเปรียบค่ะ บางที่ที่ดีๆ ก็มีอยู่เยอะ และบางครั้งคนเราสามารถทำสิ่งที่ผิดพลาดกันได้ไม่มีใครหรือมีอะไรสมบูรณ์แบบค่ะ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไปแต่ละครั้งให้คุณนับหนึ่งถึงห้า แล้วค่อยๆ พิจารณาดูว่าสิ่งผิดพลาดที่เขาหรือสถานที่แห่งนั้นได้ทำกับคุณนั้นเกิดจากเกตนาหรือว่าความรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วค่อยตัดสินใจ และเราอยากจะบอกว่าคุณเรียกร้องสิทธิ์หรือวีนโดยไม่ต้องโวยวายโหวกเหวกตะโกนให้คนมามุงดู แบบนั้นรู้สึกว่าจะไม่เหมาะกับสังคมไทยมากมายไปด้วยไทยมุง นอกจากคุณจะอายเอง ลูกๆ หรือคุณสามีที่ไปด้วยจะพลอยติดร่างแหไปด้วยกับคุณลองเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้มันอาจจะได้ผลกว่าวิธีเดิมๆ ที่ทำอยู่นะคะ
  • วีนแบบผู้ดี
    การวีนแบบนี้คนที่คุณเข้าหาเขาจะเกรงกลัวในความเป็นผู้ดีของคุณในเบื้องต้นค่ะ และยิ่งถ้าคุณใช้คำพูดหรือศัพท์แสงในการสนทนาที่สุภาพและหรูไฮ ทำตัวให้มีเกียรติเป็นผู้ดีเข้าไว้ คนคุยด้วยเขาจะให้เกียรติและยินดีที่จะทำตามที่คุณร้องขอ แต่ที่สำคัญภายใต้ท่าทางอันหรูไฮอย่าลืมชี้ให้เขาเห็นว่าคุณเดือดร้อนแค่ไหน และผลที่จะตามมาจากความเดือดร้อนของคุณนั้นมันเกินกว่ากำลังที่พนักงานเล็กๆ อย่างเขาจะรับผิดชอบได้

  • วีนแบบไม่รู้ไม่ชี้
    วิธีนี้ไม่ยากเท่าวิธีแรกค่ะ คุณก็ทำเป็นเหมือนไม่รู้อะไรไปเสียทุกอย่าง ไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงได้ไม่เท่าคนอื่น ไม่รู้ว่าของที่คุณได้นั้นไม่ครบ และตามมาด้วยการหาแนวร่วมคือถามคนที่อยู่ในบริเวณนั้นหรือถามหาเจ้าของหรือผู้จัดการร้านที่มาให้ความรู้และอธิบายกับคุณ เมื่อคุณทำตัวเหมือนอ่อนแอคนรอบข้างเขาก็ยินดีจะเป็นแนวร่วม คราวนี้ล่ะค่ะความเห็นใจและความสนใจจะหลั่งไหลเข้ามา จนคนที่คิดว่าจะเอาเปรียบไม่กล้าทำ

  • วีนแบบว่า รู้นะคุณคิดอะไรอยู่
    วิธีนี้จะตรงข้ามกับวิธีที่สองทีได้บอกไปค่ะ วิธีนี้คุณต้องเข้มแข็งและทำให้เขารู้ว่าคุณรู้นะว่าเขาคิดจะทำอะไรอยู่ มองคนที่คุณคุยด้วยให้ชัดๆ สีหน้าและแววตาเข้มแข็ง คำพูดไม่ต้องคาดคั้นแต่บอกเป็นนัยว่าคุณรู้อยู่ อ้อเข้มแข็งนะคะ ไม่ใช่แข็งกร้าว แบบนั้นมันจะออกแนวสยองไปนิด

    การโวยวายเกรี้ยวกราดขอไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายค่ะ ถึงอย่างไรมันก็ดูไม่เหมาะสมกับคนไทยที่รักสงบอย่างเราๆ หรือถ้าไม่เห็นแก่อะไรก็โปรดเห็นแก่เด็กน้อยตาดำๆ ที่มาด้วย และเรียกคุณว่าคุณแม่ ให้ลูกเรียกให้ลูกเรียกแค่คุณแม่ก็พอค่ะ อย่าให้ลูกต้องเรียกขาวีนเลยนะคะ ไม่ดีแน่บางครั้งบางเรื่องก็เล็กน้อยเกินกว่าที่จะเก็บมาเป็นอารมณ์

ระวัง Dark Side ในใจคุณ

การเรียกร้องโวยวายบางครั้งมันออกมาเพียงเพราะต้องการทวงในสิทธิ์ที่คุณควรจะได้ แต่โปรดระวังว่าบางครั้งคนเราก็มีด้านมืดในใจ บางครั้งโวยวายจนกลายเป็นโกรธและเผลอพูดหรือแสดงอะไรที่ไม่ดีออกมา ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีของคาร์ล จุง ที่บอกว่าคนเรามีจิตไร้สำนึกที่ซ่อนอยู่และเมื่อถึงเวลาคับขันและเดือดร้อนก็จะแสดงมันออกมา ซึ่งเป็นนิสัยที่ต่างออกไป ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องตนเองและเพื่อการเอาตัวรอด ระวังนิดหนึ่งค่ะ จะวีนจะโวยวายระวังมันจะกลายเป็นผลเสียของด้านมืดของคุณเองไปเสียเอง.


(update 26 มิถุนายน 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol. 15 Issue 176 March 2008]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600